วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม 2551
___/*|_ คึดไม่ถึงจริงๆ ว่านิทานพื้นบ้าน เรื่อง_ ดอกพิกุลทอง_จะเป็นนิทานร่วมสมัย...ในยุคนี้
Posted by
ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ
,
ผู้อ่าน : 255
, 05:18:19 น.
พิมพ์หน้านี้
|
หลานๆ มานั่งล้อมวง ฟังปู่เล่านิทานเรื่องนี้ ................... นิทานเรื่องเดิมๆสมัยเก่า แต่กลับทันสมัยในยุคปัจจุบัน เอ...หรือเรากำลังถอยหลังกลับไปสู่อดีต กันอีก......? เรียกแบบเก๋ ไก๋ ว่าย้อนยุค ย้อนยุค
นิทานพื้นบ้านของไทย เรื่อง พิกุลทอง (จากอินเตอร์เนต)
คติเตือนใจ ความสุภาพทั้งกายวาจาใจ เป็นเครื่องผูกมิตรต่อผู้อื่น
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีหญิงสาวสวยคนหนึ่งชื่อว่าพิกุล กล่าวกันว่าเธอมีความสวยทั้งหน้าตาและกิริยามรรยาท มารดาของเธอตายตั้งแต่เธอยังเล็กมาก ดังนั้นเธอจึงได้รับการเลี้ยงดูจากแม่เลี้ยงซึ่งเธอเองก็มีลูกสาวคนหนึ่งชื่อมะลิ แต่ก็โชคร้ายที่ว่าทั้งแม่เลี้ยงและลูกสาวของเธอนั้นเป็นคนใจร้าย ทั้งคู่จะบังคับให้พิกุลทำงานหนักทุกวัน
อยู่มาวันหนึ่งหลังจากตำข้าวเสร็จแล้ว พิกุลก็ออกไปตักน้ำที่ลำธารซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก ในขณะเดินทางกลับ ทันใดนั้นก็มีหญิงชราคนหนึ่งปรากฏอยู่เบื้องหน้าของพิกุลและขอน้ำเธอดื่ม พิกุลดีใจมากที่ได้ช่วยหญิงชราคนนั้น เธอเอาน้ำให้หญิงชราและบอกให้เธอเอาน้ำไปอีกเพื่อจะได้ล้างหน้าและล้างตัวให้สดชื่น พิกุลบอกหญิงชราว่าไม่ต้องห่วงเพราะถ้าน้ำไม่พอเธอจะไปตักมาอีก
หญิงชรายิ้มและกล่าวว่า "เธอนี่นอกจากจะสวยแล้วยังใจดีอีกถึงแม้ว่าฉันจะดูยากจนและมอมแมมเธอก็ปฏิบัติกับฉันเป็นอย่างดี"
หลังจากกล่าวชื่นชมพิกุลแล้ว หญิงชราก็ให้พรวิเศษกับเธอและด้วยอำนาจของพรวิเศษนี้ จะทำให้ดอกพิกุลทองคำร่วงออกมาจากปากของเธอ เมื่อใดก็ตามที่เธอรู้สึกสงสารใครหรือสิ่งใด หลังจากให้พรวิเศษแก่พิกุลแล้ว หญิงชราก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาของเธอ พิกุลก็รู้ทันทีว่าแท้ที่จริงแล้วหญิงผู้นั้นเป็นนางฟ้าจำแลงมาให้พรวิเศษแก่ตน
ทันที่กลับถึงบ้านช้า เธอก็ถูกแม่เลี้ยงดุด่าว่าไปเถลไถลเพื่อหนีงาน ดังนั้นพิกุลจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ผู้เป็นแม่เลี้ยงฟังพร้อมกับเกิดความรู้สึกสงสาร ในขณะเล่าจึงทำให้ดอกพิกุลทองคำร่วงออกมาจากปากของเธอด้วย
แม่เลี้ยงจอมละโมบก็เปลี่ยนอารมณ์จากโกรธเป็นละโมบในทันทีพร้อมกับตะครุบดอกพิกุลทองทั้งหมดไว้ในขณะที่ปากก็สั่งให้พิกุลพูดต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อสนองความละโมบของเธอนั่นเอง
นับจากวันนั้นเป็นต้นมา แม่เลี้ยงของพิกุลก็เก็บรวบรวมดอกพิกุลทองคำไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อนำไปขายและได้เงินมามากมาย ชีวิตของทุกคนตอนนี้ก็มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พิกุลเองก็ไม่ต้องทำงานหนักเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ถูกบังคับให้พูดทั้งวันเพื่อให้ดอกพิกุลทองคำออกมาจากปากของเธอมาก ๆ นั้นเอง
อ่อนล้าไปกับการตอบสนองความละโมบของแม่เลี้ยง ตอนนี้พิกุลเองเกิดเจ็บคอและกลายเป็นคนเสียงแหบเสียงแห้งไปเลย เธอพูดไม่ได้ไประยะหนึ่ง อาการเช่นนี้ทำให้แม่เลี้ยงโมโหมากขึ้นจนถึงขั้นตบตีพิกุลเพื่อพยายามบังคับให้เธอพูด แต่พิกุลก็พูดไม่ได้แม่แต่คำเดียว
เพื่อตอบสนองความละโมบของตน ตัวแม่เลี้ยงเองจึงตัดสินใจส่งลูกสาวของตนนามว่ามะลิไปทำตามอย่างพิกุลบ้าง มะลิถูกส่งไปยังสถานที่เดียวกับที่พิกุลบอกไว้ แต่ว่าแทนที่จะได้พบกับหญิงชราก็กลับเป็นหญิงสาวสวยงามเสื้อผ้างดงามยืนอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ หญิงสาวผู้นั้นขอน้ำมะลิดื่ม แต่ด้วยความริษยามะลิแสดงอาการโกรธและคิดว่าหญิงผู้นั้นไม่ใช่นางฟ้า เธอจึงปฏิเสธและใช้วาจาหยาบคายด่าทอนางฟ้าจำแลง
ดังนั้นนางฟ้าจึงสาปแช่งมะลิว่า เมื่อใดก็ตามที่เธอโกรธและพูดออกมาแล้วไซร้ ก็จะมีหนอนร่วงออกมาจากปากของเธอ เมื่อกลับมาถึงบ้านมะลิก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ผู้เป็นแม่ฟัง และด้วยความโกรธในขณะเล่าเรื่องก็ทำให้บ้านทั้งหลังเต็มไปด้วยตัวหนอน ผู้เป็นแม่คิดว่าพิกุลอิจฉาลูกสาวของตน ดังนั้นจึงแกล้งบิดเบือนเรื่องที่เล่าจึงเป็นเหตุให้ลูกสาวของตนไม่ได้พบกับหญิงชรา แม่เลี้ยงจึงทุบตีพิกุลและไล่เธอออกจากบ้านไป
ด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พิกุลจึงท่องเที่ยวไปในป่าแต่เพียงลำพัง โชคดีที่ว่าเธอเดินไปในทิศทางที่เจ้าชายหนุ่มกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการขี่ม้าประพาสป่ากับข้าราชบริพารผ่านมาพอดี เมื่อทอดพระเนตรเห็นหญิงสาวนั่งร้องไห้อยู่ก็ทรงถามเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมด ทันทีที่พูดจบที่บริเวณนั้นก็เต็มไปด้วยดอกพิกุลทองคำ
เจ้าชายดีพระทัยยิ่งนัก จึงขอนางอภิเษกสมรสด้วยและหลังจากการอภิเษกสมรสทั้งสองพระองค์ก็ได้ขึ้นครองราชย์และปกครองเมืองของพระองค์ด้วยความร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา
.....และแล้ว จะถึงวันที่มีดอกพิกุลโปรยปรายอยู่เต็มท้องฟ้า...
|