| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
ความน่ารักในรถไฟฟ้าครับ . . การเคลื่อนที่ การเคลื่อนไหว การพูด การเขียน การแสดงออกต่าง ๆ ของคน มีอยู่ตลอดเวลาขณะที่มีชีวิต สิ่งเหล่านี้เรียกว่า "พฤติกรรม" "พฤติกรรม" ของคน ๆ หนึ่ง จะถูกคนอีกคนหนึ่งหรือหลายคนเก็บไปพิจารณา เรียกว่า "ตีความหมาย" เมื่อ"ตีความหมาย" แล้ว จะเข้าสู่กระบวนการ "สื่อข้อความ" (communication) กระบวนการ ณ จุดนี้จะมี "ผู้รับสื่อ" เข้ามาเกี่ยวข้อง . "ผู้รับสื่อ" รับ "สื่อ" มาจาก "ผู้สื่อ" และ "ตีความ" จะแบ่งเป็นความรู้สึกได้ 3 ประการ คือ 1. รู้สึกธรรมดา ๆ ....กรณีนี้ผู้สื่อจะมีความเสมอตัว...ผู้รับจะเฉย ๆ 2. รู้สึกเป็นผลบวก....กรณีนี้ผู้สื่อจะได้รับประโยชน์..ผู้รับจะมีความสุข 3. รู้สึกเป็นผลลบ.....กรณีนี้ผู้สื่อจะเสียประโยชน์..ผู้รับจะเป็นทุกข์ . อ่านแล้วเหมือว่าจะเป็นเรื่องวิชาการนิด ๆ แต่เป็นเรื่องธรรมดา ๆ ในชีวิตประจำวันของเราครับ การเสพบล็อกของเราที่มีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันทุกนาทีนี้ เจ้าของบล็อก......คือผู้สื่อสาร เรื่องราวในบล็อก....ข้อความ เสียงเพลง รูปภาพ คือตัวสาร ผู้อ่านบล็อก...คือผู้รับสาร รับสารแล้วก็ตีความ ตีความแล้วเขียนคอมเมนท์ตอบ ขณะที่เขียนคอมเมนท์ จะกลายเป็นผู้สื่อสาร คอมเมนท์ เป็นตัวสาร เจ้าของบล็อกเปิดเข้ามาอ่าน กลายเป็นผู้รับสาร รับสารแล้วก็ตีความ...... . วนเวียนกันอยู่แค่นี้แหละครับ...ทั้งวันทั้งคืน . ก่อนนี้ไม่รู้จักตัวตนบล็อกเกอร์ ก็ตีความกันไปอย่างหนึ่ง เพราะคิดเดาเอาเองเป็นส่วนใหญ่ บ่ายวันที่ 28 ตุลาคม 2550 ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงนั้น บล็อกเกอร์(ส่วนหนึ่ง) ได้รู้จัก ได้สัมผัส ได้พูดคุย ได้ฟังเสียง ได้เห็นหน้าตา ทำให้วันนี้เราตีความและมีความรู้สึกไปอีกอย่างหนึ่ง . เข้าใจ............เขาและเธอมากขึ้น รัก.................เขาและเธอมากขึ้น ให้อภัย...........เขาและเธอมากขึ้น ผูกพัน............เขาและเธอมากขึ้น และความรู้สึกอื่น ๆ ที่เป็นไปในเชิงบวกมากกว่าลบ . ผมเริ่มต้นเรื่องนี้ เหมือนจะกล่าวเชิงวิชาการเกี่ยวกับการสื่อสารตีความ ผมขยายความเรื่องนี้ ด้วยการชี้ถึงเรื่องการมองโลกมองคนในแง่ดี และผมจบเรื่องนี้ ด้วยกฏแห่งความเป็นอนิจจังว่า เราจะทำสงครามตัวอักษรกันด้วยเหตุผลใด? เพื่อให้เลือดแห่งอารมณ์ฉูดกระจายแล้วสะใจอย่างนั้นหรือ? เพื่อให้ความรู้สึกที่ดี ๆ ถูกฆ่าตายไปในโลกไซเบอร์อย่างนั้นหรือ? . ท่านคงรู้จักคำของอรหันต์แห่งสวนโมกข์ที่ว่า . "ใครมีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา จงเลือกเอาส่วนดีเขามีอยู่ เป็นประโยชน์ต่อโลกบ้างยังน่าดู ส่วนที่ชั่วอย่าไปรู้ของเขาเลย . จะหาคนมีดีแต่ส่วนเดียว อย่ามัวเที่ยวค้นหาสหายเอ๋ย เหมือนเที่ยวหาหนวดเต่าตายเปล่าเลย ฝึกให้เคยมองแต่ดีมีคุณจริง" . ผมใช้คำกลอนบทนี้เตือนตนเองทุกครั้งที่เปิดบล็อกหรือมองผู้คนในสังคม คำกลอนบทนี้หลวงพ่อพุทธทาสไม่สงวนลิขสิทธิ์นะครับ . |