• มะอึก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sochth@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-05
  • จำนวนเรื่อง : 480
  • จำนวนผู้ชม : 124072
  • จำนวนผู้โหวต : 830
  • ส่ง msg :
<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29  



วันพุธ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551
.....คนที่คิดเห็นแตกต่างไม่จำเป็นต้องบ้า.....
Posted by มะอึก , ผู้อ่าน : 316 , 08:14:52 น.  
พิมพ์หน้านี้


.

.

การอภิปรายนโยบายรัฐบาลของสมาชิกรัฐสภาเมื่อวานนี้วันที่สอง  ไม่จืดชืดนัก

ดร.ไตรรงค์  สุวรรณคีรี  อภิปรายได้ชัดเจน  แจ่มแจ้ง  น่าฟังตามสไตน์ของท่าน

นายพิชัย  วาสนาส่ง  สนช. อาจารย์ผู้มากด้วยประสบการณ์ นุ่ม ลุ่มลึก  ก็น่าฟัง

และอีกหลาย ๆ ท่านที่ผมติดตามนั่งฟัง

.

มีท่านหนึ่ง  เป็นสนช.  ท่านพูดสบาย ๆ แต่คำอภิปรายของท่าน  ทำให้พลังประชาชนทนฟังไม่ได้

สุนัย....จตุพร...ชวรินทร์....ลูกขึ้นประท้วงท่านวุ่นวาย  จนถึงขั้นหาว่าท่านบ้า

ท่านอภิสิทธิ์...ยังมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิ์พาดพิง

.

ผมฟังสมาชิก สนช.ท่านนี้พูดแล้ว  ต้องนำไปคิดในหลาย ๆ เรื่อง

ท่านคือ ดร.วุฒิพงษ์  เพรียบจริยวัฒน์ 

ผมสนใจว่าท่านเป็นใคร  จึงหารายละเอียดมาอ่าน

.

.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์  ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์   กรรมการผู้อำนวยการสถาบันสหสวรรษ

เกิดวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2495 เป็นบุตรของนางเซี่ยมเอง แซ่เจี่ย

จบประถมศึกษาปีที่ 7 จากโรงเรียนคอนเซ็ปชัญคอนแวนต์ เมื่อ พ.ศ. 2508

จากนั้นสอบเข้าเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยแต่สอบเข้าไม่ได้ จึงไปเรียนที่โรงเรียนวัดสังเวชวิศยารามและสอบเข้าชั้น ม.ศ.4 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาได้เป็นที่หนึ่ง และสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เป็นที่หนึ่งของประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2512

ผศ.ดร.วุฒิพงษ์ฯ ได้รับทุนเล่าเรียนหลวงไปเรียนต่อสาขาวิศวกรรมโยธา จากเอ็มไอที

จบปริญญาตรีเมื่อ พ.ศ. 2518 และปริญญาโทสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เมื่อ พ.ศ. 2519 และได้รับทุนร็อคกี้เฟลเลอร์  ไปเรียนปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ และบริหารรัฐกิจ จากมหาวิทยาลัยชิคาโกเมื่อ พ.ศ. 2520 โดยที่ขณะเรียนมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษ ว่า Woody

ผศ.ดร.วุฒิพงษ์ฯ   เคยเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลน่า เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์  และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษารัฐวิสาหกิจ สังกัดคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายแผนงาน ธนาคารกรุงเทพ  เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นกรรมการผู้จัดการคนแรกของ บริษัท ไทยเรทติ้งแอนด์อินฟอร์เมชั่นเซอร์วิส จำกัด (ทริส) ระหว่างปี พ.ศ. 2536 ถึง 2541

.

.

ผศ.ดร.วุฒิพงษ์ฯ   เป็นผู้เขียนหนังสือที่มีชื่อเสียงคือ คู่มือทรราช และ ซื้อรัฐวิสาหกิจ แถมประเทศไทย และเป็นผู้ก่อตั้ง "สถาบันสหสวรรษ"  สถาบันทางการเมืองภาคประชาชน

ผศ.ดร.วุฒิพงษ์ฯ   เคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2547 โดยได้รับการสนับสนุนจาก น.พ.เสม พริ้งพวงแก้ว  และ น.พ.ประเวศ วะสี   ราษฎรอาวุโส  ได้เบอร์ 12 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

ผศ.ดร.วุฒิพงษ์ฯ  เป็นหนึ่งในนักวิชาการที่ร่วมการขับไล่ ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  และภายหลังการรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

(ข้อมูลจาก วีกิพีเดีย)

.

.

ข้อมูลเบื้องต้น  ทำให้ผมทราบว่า  ทำไมสมาชิกพรรคพลังประชาชน  จึงหาว่าอาจารย์เป็นคนบ้า

เพราะเคยไล่เจ้านายเก่าของเขานี่เอง

การที่ท่านมีความคิดแปลก ๆ ไปจากคนที่หวังพึงพาพรรคการเมือง

เพราะท่านหมดหวังในพรรคการเมืองไทย  ท่านหมดหวังในคำว่าสมานฉันท์

ท่านจึงเรียกร้องให้รัฐบาลสนใจประชาชนที่เบื่อการเมืองบ้าง

ท่านอาจจะเป็นตัวแทนที่ดีของประชาชนผู้เบื่อการเมืองก็ได้

.

ผมตามไปดูต่อที่เวปไซด์ของสถาบันสหสวรรษ  ก็ได้คำตอบอีกว่า

"สถาบันสหสวรรษ

เรานั้นเป็นสถาบันวิชาการของภาคประชาชน ที่ไม่แสวงหากำไร

มีหน้าที่ให้ความรู้แก่ประชาชน

ในเรื่องเหตุบ้านการเมืองและนโยบายสาธารณะที่สำคัญ

เพราะมีความเชื่อว่า

วุฒิภาวะทางการเมืองของประชาชน อันเกิดจากความเข้าอกเข้าใจเหตุการณ์บ้านเมือง อย่างถ่องแท้คือเสาหลักของระบอบประชาธิปไตย"

.

น่าสนใจทีเดียวครับ

ผมสนใจและเคารพในแนวความคิดของคนทุก ๆ คน

ส่วนความคิดของท่านอาจารย์วุฒิพงษ์ฯ จะถูกใจใคร  ขัดใจใคร 

ผมไม่มีความคิดเห็น  และไม่ขอเกี่ยวข้องด้วยนะครับ

เพราะผมมีความสุขอยู่ตามประสา "นายมะอึก"

.

วันเสาร์ที่ 23 ก.พ.นี้  ผมก็จะมีความสุขตามสภาพของผมและเพื่อน ๆ บล็อกเกอร์

ที่ชายแดนไทย อำเภออรัญประเทศ  จังหวัดสระแก้ว

.

อ้อ...ขอฝากข่าวถึงมุกกี้....ช่วยประสานงานกับโรงเรียน

หาเชือกเส้นใหญ่ ๆ ให้บล็อกเกอร์ชักเขย่อกับเด็ก ๆ ด้วยเน้อ....

ขอบพระคุณครับ

.

.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18
หมีปิศาจ วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 15.11 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ท่านเป็นคนที่น่านับถือครับ

แต่ที่ผมแปลกใจก็คือ
คนที่สอบเข้าเตรียมอุดมและมหาวิทยาลัยได้คะแนนเป็นอันดับ1 อย่างท่าน
ทำไมสอบเข้ารร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ไม่ได้

ถ้าความจริงข้อนี้จะบอกเราได้ว่า ตอนที่เรียน ม.1 ท่านยังไม่เก่งเท่าไร
แสดงว่า โรงเรียนวัดสังเวชสอนเด็กได้มีประสิทธิภาพมาก
จากคนที่ไม่เก่งเท่าไร กลายเป็นนักเรียนอันดับหนึ่งของเตรียมอุดมภายใน 3 ปี

ชักอยากให้ลูกๆ ไปเรียนที่ รร.วัดสังเวชแล้วสิครับ
ความคิดเห็นที่ 17
มะอึก วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 12.25 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

จตุพร พรหมพันธ์ เพิ่งจะอภิปรายจบเมื่อสักครู่
นึกว่าจะมีทีเด็ด ไม่มีอะไรเลยครับพี่น้อง
แถมพูดผิดกาละเทศะเข้าไปอีก
โดยเจ้าตัวบอกว่า ติดมาจากสนามหลวง
.
.
อภิสิทธิ์ โต้ตอบในส่วนที่ จตุพรอ้างผิด ๆ อย่างฉับพลัน
เกมส์นี้ เตรียมไว้เมื่อคืนครับ
.
ความคิดเห็นที่ 16
มะอึก วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 11.16 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

นายหมอดีแท้ แสดงความคิดเห็นได้น่ารับฟังและประกอบการพิจารณาได้ดีครับท่าน
ความคิดเห็นที่ 15
มะอึก วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 11.15 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

ผมเพิ่งจะไปเจอเนื้อข่าวจากผู้จัดการ ซึ่งได้เสนอคำอภิปรายของดร.วุฒิพงษ์ เมื่อวานนี้ ผมขออนุญาตนำมารวมไว้ ณ ที่นี้ เพื่อสะดวกแก่การศึกษาในอนาคตครับ
ขอโทษนะครับ...ยาวไปนิดหนึ่ง.....
.
.
.
"วุฒิพงษ์" ฟันธงรัฐบาลอยู่ไม่เกินสิ้นปี พร้อมชี้ 3 สาเหตุจุดจบ วอน ส.ส.อย่าแหกตาสมานฉันท์ แนะล้างป่าช้าสภาฯ ด้าน “ลูกพรรค พชป.” โวยลั่นเอาคนบ้ามาทำงาน ขณะที่ “อภิสิทธิ์” ติงอย่าเหมารวมนักการเมืองยกชุด ยัน 15 ปีไม่เคยแสวงหาประโยชน์
.

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2551 นายวุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ สนช.
ลุกขึ้นอภิปรายนโยบายของรัฐบาลว่า ตนเป็นห่วงรัฐบาล เพราะผู้นำรัฐบาลอาจจะตีโจทย์เหมือนรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งโจทย์นี้ไม่ใช่โจทย์ 4 ปี แต่เป็นโจทย์ที่ทำใน 9 เดือนเท่านั้น
จึงขอพยากรณ์โดยการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ และทางโหราศาสตร์ คาดว่าไม่เกินสิ้นปีนี้คงจะต้องมีรัฐบาลใหม่ และอายุรัฐบาลคงจะไม่ยืนยาวเท่าอายุนายกฯ
ทั้งนี้รัฐบาลอาจจะจบลงได้ 3 ทางคือ
1.ผู้นำรัฐบาลต้องประกาศยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งใหม่
2.มีสาเหตุมาจากความวุ่นวายจากการเป็นรัฐบาลผสมทั้ง 6 พรรคการเมือง และไม่เกินสิ้นปีนี้ก็คงจะเห็นคนมาชุมนุมที่ถนนราชดำเนิน หรือท้องสนามหลวง
และ 3.เกิดการปฏิวัติอีกครั้ง

"ความสมานฉันท์ไม่ใช่คำตอบ" เพราะ
1 .ทำไม่ได้
2.ไม่จำเป็นต้องทำ
และ3.ทำไปก็ไม่ได้เกิดประโยชน์

และที่ทำไม่ได้ก็เพราะดูบรรยากาศในห้องประชุมก็รู้ว่าสมานฉันท์เป็นไปไม่ได้ โตกันแล้วอย่าหลอกกันเลย และขอยืนยันว่าผมเป็นคอการเมืองที่เป็นอิสระ ไม่ได้ฝักใฝ่พรรคใด ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชาชน ชาติไทย ประชาธิปัตย์ เพื่อแผ่นดิน หรืออะไรก็ตามแต่
นายวุฒิพงษ์ กล่าว


รายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดระยะเวลาที่นายวุฒิพงษ์อภิปรายอยู่นั้น
ส.ส.พรรคพลังประชาชน หลายคน อาทิ นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน นายทองดี มนิสสาร ส.ส.อุดรธานี นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วนกลุ่มที่ 8 และร.ต.ท.เชาวริน ลัทธิ์ศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน ได้ลุกขึ้นประท้วงนายวุฒิพงษ์ เป็นระยะๆ พร้อมระบุให้นายวุฒิพงศ์ อภิปรายในประเด็น และไม่ควรกล่าวเสียดสีบุคคลอื่น

โดยนายจตุพร กล่าวว่า ในความเป็นจริง ตนมีคิวที่จะพูดในวันที่ 20 ก.พ.นี้ แต่เมื่อฟังคำของผู้อภิปราย ซึ่งพูดในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี
ซึ่งในความเป็นจริงให้นายวุฒิพงษ์ พูดสั่งลาก็ได้ เพราะจะทำหน้าที่อีกเพียงไม่กี่วัน และนายวุฒิพงษ์ เอง ก็เป็นคนเขียนหนังสือคู่มือทรราช แต่ 19 กันยายนก็ไปอยู่กับทรราช และยังอยู่ในบอร์ดของ บ.ทีโอที รวมถึงยังมีปัญหากับ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร รองปลัดกระทรวงกลาโหมอีกด้วย เรื่องนี้คนเขารู้กันทั้งประเทศ

โดยในระหว่างที่นายจตุพร ประท้วงอยู่นั้น นายสุนัย ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ นายจตุพร ได้ปรบมือ 1 ครั้งพร้อมกับตะโกนว่า “เอาแล้ว”
อย่างไรก็ตามนายยงยุทธ ในฐานะประธานการประชุม ได้ห้ามปราม และขอความร่วมมือนายวุฒิพงษ์ ให้อภิปรายในประเด็น ส่วนเรื่องความคิดเห็นทางการเมืองนั้น ควรที่จะไปเสนอความเห็นที่รายการวิทยุของรัฐสภา เนื่องจากเวลาการอภิปรายมีจำกัด

จากนั้น นายวุฒิพงศ์ จึงอภิปรายในประเด็นทางเมืองต่อ โดยกล่าวว่า ตนเป็นนักต่อสู้ทางการเมือง ไม่ใช่นักการเมือง เพราะนักการเมืองต่อสู้เพื่อแสวงหาตำแหน่ง และผลประโยชน์ทางการเมือง แต่นักต่อสู้ทางการเมืองต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นความเห็นอาจจะแตกต่างกันได้
ซึ่งเมื่อถึงช่วงนี้ ร.ต.ท.เชาวริน ได้ลุกขึ้นประท้วง โดยระบุว่า ตนไม่ชอบรับบทประท้วง แต่ตรงนี้ไม่ไหวแล้ว โดยเฉพาะประโยคเมื่อกี้ ตนขอร้องให้ถอนคำพูดเสีย ซึ่งตนทำงานทางการเมืองมากว่า 32 ปี ประวัติไม่มีด่างพร้อย และไม่เคยทำอย่างที่นายวุฒิพงษ์ พูดแต่อย่างใด
อีกประเด็นหนึ่ง คือ ในสภาต้องอภิปรายในสภาด้วยความเคารพ แต่นี่ยืนล้วงกระเป๋าเหมือนนักเลง อย่างนี้ไม่ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม นายยงยุทธ ได้อนุญาตให้นายวุฒิพงศ์ อภิปรายต่อไปโดยขอให้ถอนคำพูดตามที่ ร.ต.ท.เชาวริน ร้องขอ
ซึ่งนายวุฒิพงษ์ กล่าวว่า ตนขอให้รัฐบาลช่วยดำเนินการ 2-3 อย่าง ดังนี้ ขอให้เขียนกฎกติกาบ้านเมือง หรือกฎหมายรัฐธรรมนูญใหม่ รวมถึงกฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับด้วย นอกจากขอเสนอให้เปลี่ยนตัว กกต. เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย และสิ่งที่สำคัญ คือ การล้างป่าช้าสภานิติบัญญัติที่ สนช.ใช้ช่วงเวลาครั้งสุดท้ายดำเนินการออก พ.ร.บ.สำคัญหลายฉบับด้วยความรีบเร่ง อาทิ พ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนอกระบบ เป็นต้น

ในช่วงท้าย นายสุนัย ได้ใช้สิทธิประท้วงนายวุฒิพงษ์ โดยกล่าวว่า ตนมีความสงสารนายวุฒิพงษ์ เป็นอย่างมาก และไม่เข้าใจว่า คมช.ตั้งนายวุฒิพงศ์ มาทำงานร่วมกันได้อย่างไร สงสัยจะบ้าด้วยกัน ซึ่งนายยงยุทธ ได้ขอให้นายสุนัย ถอนคำพูด โดยนายสุนัย กล่าวต่อว่า นายวุฒิพงศ์กำลังหลงมิติบางเรื่อง ความคิดเลยกรอบไปเยอะ ดังนั้นตนขอร้องให้ สนช.ตรวจสอบดูว่า ในสภานิติบัญญัติมีคนเหล่านี้เยอะไหม ที่ไม่ยอมรับระบบประชาธิปไตยเช่นนี้

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า เราหลายคนที่นั่งอยู่ในที่นี้ประกอบอาชีพนักการเมือง ทุกอาชีพต้องมีทั้งคนดี และไม่ดี ไม่ได้มองว่าคนที่ประท้วงท่าน หรือตัวท่าน ใครเลวกว่ากันแน่ แต่เราต้องพูดกันในหลักการ เพราะเท่าที่ตนมาทำหน้าที่นักการเมือง 15 ปี ไม่เคยแสวงหาผลประโยชน์ ตนได้ตำแหน่งมาอย่างถูกต้อง ซึ่งยอมรับว่าช่วงปฏิวัติยืนอยู่คนละข้างกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มีแนวคิดที่จะสนับสนุน การเปลี่ยนแปลงนอกระบบ ถึงให้ตำแหน่งก็ไม่เอา ดังนั้น นักการเมืองต้องสำรวจตัวเอง การที่มาสรุปที่ว่าพวกเราขาดๆ เกิน แม้ว่ากติกาของเราจะขาดเกินไปบ้าง แต่เราก็มีนักการเมืองที่ดีมาบริหารประเทศ

“อย่างกรณีลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ ก็ยังมีเสียงที่โนโหวต ซึ่งเสียงเหล่านั้น คนที่เป็นนักการเมืองก็ต้องรับฟัง แต่คิดว่าเป็นคนละเรื่องที่จะมาดูหมิ่นดูแคลนกัน ถ้าท่านลองมาทำพรรคการเมือง จะทราบว่ายากลำบากแค่ไหนในการที่จะได้บุคคลกรที่ดี ดูอย่างพอเปิดให้มีการสรรหา สว. คนลงเลือกตั้งไม่ถึง 30 คน เพราะทราบว่า 1 คะแนนกว่าจะได้มา มันหนักหนาสาหัส ไม่ว่าคนที่อยู่ในพรรคผม หรือคนที่อยู่คนละฝั่งกับพรรคประชาธิปัตย์ อย่างน้อยผมก็เคารพในความมุ่งมั่น และตั้งใจที่จะยึดถือวิธีทางที่ยึดโยงกับประชาชน”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ถ้าจะเสนอเรื่องการปฏิรูปการเมือง หรืออะไรก็ตาม ก็เป็นสิทธิ์ และโอกาสดีกว่าพวกตนในปีที่ผ่านมา การมีส่วนร่วมในการเขียนกติกาทั้งหมด เราแทบไม่มีโอกาส แต่ก็พยายามประคับประคองให้สู่กระบวนการที่ถูกในระยะ 1 ปี แล้วให้ประชาชนตัดสิน ที่ตนลุกขึ้นมาไม่ได้ประสงค์ที่จะเป็นเรื่องตอบโต้ไม่จบ แต่ขอความกรุณาให้ความเป็นธรรมกับพวกเราบ้าง ไม่ใช่ทุกคนที่เลวร้าย และอีกหลายคนที่พยายามจะทำ ถ้าเราจะได้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม งานของเราก็จะง่ายขึ้น และความสำเร็จก็เกิดขึ้นได้ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องมาล้างบาง เพราะเป็นเรื่องที่ต้องทำกันอย่างสร้างสรรค์
.
.
.
ผมบันทึกเรื่องนี้ไว้ เพราะผมถูกใจเป็นการส่วนตัวนะครับ....
.
ความคิดเห็นที่ 14
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 11.10 น.
http://www.oknation.net/blog/NARKA

อาจารย์ท่านนี้ไม่ได้บ้า
แต่แกพูดความจริง
แต่อาจารย์มีข้อน่าตำหนิบางประการ
หนึ่ง ดันมารับใช้ ทหาร ซึ่งก็คือการขาดหลักจิตวิญญาณประชาธิปไตย
สอง เมื่อเห็นระบบไม่ดี เอาแต่ตำหนิ แต่ไม่บอกทางออกที่ดีในการแก้ไข การบอกทางออกโดยการแก้รัฐธรรมนูญ ก็ถือว่าทรยศต่อทหารแล้ว แกไม่บอกให้รู้ว่าการแก้วัฒนธรรมทางการเมืองของไทย ทำไง นี่คือข้อบกพร่องของแก
สาม แกไม่รู้กาละ เทศะ ว่า เวลานี้ ในขณะที่ภาคประชาชน ยังคงมีคนไม่รู้หนังสืออีกมาก คนจบปริญญาตรีมีแค่ประมาณ15%ทั้งประเทศ แกควรไปพูดตอนประชาชนจบปริญญาตรี50% ของประเทศ มาพูดเวลานี้ไม่ถูกต้องต่อการรับรู้ของภาคประชาชนแต่อย่างใด
เมื่อมีคนพูดความจริง ก็ต้องชมคุณอภิสิทธิ์ฯแก้ด้วยประโยคเด็ด"ความชอบธรรมที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน"ไม่ใช่ทหารเลือกมาแบบอาจารย์ หนึ่ง
การไม่ยอมมารับใช้ทหารใน สนช.หรืออิ่นๆหนึ่งเหมือนอาจารย์หนึ่ง
แค่นี้ผมก็รักคุณอภิสิทธิ์ฯขึ้นมากมายที่พูดดีมาก
สี่การพูดแบบสุดโต่ง แต่ปฏิบัติจริงคือไม่สามารถได้รับการเลือกตั้งได้ ถือว่า"ไม่เก่ง"
สรุปว่า แม้จะพูดจริง แต่ก็เหลวไหลปฏิบัติไม่ได้ในวัฒนธรรมทางการเมืองไทย จึงควรตำหนิว่าไม่บ้าแต่"เพ้อเจ้อ"พูดส่อเสียด ซึ่งขัดกับหลักศาสนาพุทธโดยตรง
ความคิดเห็นที่ 13
มะอึก วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 10.57 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

ผมนั่งฟังเมื่อวานแล้วคงจะมองเหมือนแม่หมี
ผมจึงเอาเรื่องราวของอาจารย์มาพิจารณาอย่างละเอียดไงครับ
.
ความคิดเห็นที่ 12
แม่หมี วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 10.47 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

ค่ะ ไม่ได้บ้าค่ะ มีความเห็นต่าง

แต่แม่หมีว่าโดยรวมอาจารย์ก็พูดเข้าท่านะคะ
ความคิดเห็นที่ 11
chompoopookha วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 09.16 น.
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha

คนบ้าหลายคนก้อน่าสนใจมากกว่าคนดีๆ เสียอีก ประมาณว่า บ้าก้อบ้าวะ แต่ไม่โง่นะจ๊ะ...