• มะอึก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sochth@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-05
  • จำนวนเรื่อง : 480
  • จำนวนผู้ชม : 124112
  • จำนวนผู้โหวต : 830
  • ส่ง msg :
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม 2551
.....คนปากส่อเสียด..พูดให้คนในชาติแตกแยกกันแล้ว.....
Posted by มะอึก , ผู้อ่าน : 261 , 13:12:07 น.   | หมวดหมู่ : การพูด  
พิมพ์หน้านี้


.

.

ปากส่อเสียด  ที่ตำราโบราณท่านกล่าวขานไว้นั้นเป็นเช่นไร?

น่าสนใจขยายความ  เพื่อประดับสติปัญญา 

หากแปลความว่า "ส่อเสียด" เป็น "เสียดสี"   ความหมายจะผิดเพี้ยนไปได้

ข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา พ.ศ.2544  หมวด 2 การประชุมรัฐสภา ส่วนที่ 3 ว่าด้วยการอภิปราย

ท่านจะได้ยินได้ฟังสมาชิกผู้ทรงเกียรติลุกขึ้นมาประท้วงผู้อภิปรายบ่อย ๆ

ฝ่ายรัฐบาลผู้ที่นั่งคุมกฏข้อนี้  มีท่านเชาวรินทร์,  ท่านสุนัย, ท่านจตุพร, ท่านประชา ฯลฯ 

อ้างข้อบังคับ ข้อ 43  ความโดยละเอียดมีว่า

.

ข้อ ๔๓   ในการอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นหรือเกี่ยวกับประเด็นที่กำลังปรึกษากันอยู่

ต้องไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือซ้ำกับผู้อื่น

และห้ามนำเอกสารใด ๆมาอ่านในที่ประชุมรัฐสภาโดยไม่จำเป็น

และห้ามนำวัตถุใด ๆ เข้ามาแสดงในที่ประชุมรัฐสภา  ทั้งนี้ เว้นแต่ประธานจะอนุญาต

ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยา หรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ ใส่ร้าย หรือเสียดสีบุคคลใด

และห้ามกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ หรือออกชื่อสมาชิกรัฐสภาหรือบุคคลใดโดยไม่จำเป็น

.

เสียดสี.....เป็นกริยา  แปลว่า  ว่าเปรียบเปรย  ว่ากระทบกระทั่ง  ว่าเหน็บแนม

ส่อเสียด...เป็นคำกริยา  แปลว่า   ยุยง  พูดให้เขาแตกร้าวกัน

.

เมื่อท่านเข้าใจและแยกแยะตรงนี้ได้  ท่านจะสนุกกับคำว่า  "ส่อเสียด"  และ  "เสียดสี" ครับ

.

ปราชญ์โบราณ  ท่านพูดถึง  "ปากส่อเสียด"  ไว้ว่า

คือ ปากที่ชอบพูดยุยงให้คนทั้งสองฝ่ายแตกร้าวกัน  เข้าตำราที่ว่า "ยุให้รำตำให้รั่ว" นั่นแหละครับ

ชอบพูดแหย่ยั่วให้คนในชาติเกิดความบาดหมาง  โกรธแค้นเจ็บช้ำน้ำใจต่อกัน

บางคนชอบพูดแบบกระซิบกระซาบ  เป่าหูให้เขาหลงไหลว่าเป็นจริงตามที่ตนมาบอกกล่าว

.

ปากที่ชอบพูดยุยงให้เขาแตกกันแหย่ให้เขาเข้าใจผิดกัน

กระซิบกระซาบให้เขาเข้าใจผิด  ทำลายให้คนที่เขาอยู่รวมกันต้องแยกออกเป็นฝ่ายเป็นพรรคเป็นซีก

ตัดไมตรีของแต่ละฝ่ายให้ขาดสะบั้น  และทำความติดต่อของแต่ละฝ่ายให้ขาดตอน

นี่แหละครับท่านที่เคารพ  คือ  "ปากส่อเสียด"

.

เรามาดูกันต่อไปว่า  การพูดคือคำพูดจะเป็นลักษณะส่อเสียดหรือไม่นั้น?

มีองค์ประกอบอยู่ 4 ประการ

1.   ผู้ที่จะพึงยุ (ผู้ถูกยุ) เป็นคนอื่นมีตัวตนอยู่  (ไปพูดยุผีในป่าช้าไม่เข้าข่ายครับ)

2.   ผู้ยุ  มุ่งให้เขาแตกแยกหันมารักตน  (หรือมุ่งหมายจะให้เป็นภัยแก่คนอื่น)

3.   ผู้ยุ  พยายามยุตามเจตนานั้น (ยุให้เขาแตกร้าวกัน แหย่ให้เขาบาดหมางใจกัน)

4.   ผู้ถูกยุ เชื่อข้อความตามที่ผู้ยุต้องการ (ผู้ยุคอยเป่าหูผู้ถูกยุมิให้เข้ากันได้อีก)

การกระทำพร้อมกันทั้งองค์ 4 นี้  จึงจะนับว่าเป็นการ"พูดส่อเสียด"

.

.

ขอให้ท่านผู้มีเกียรติจงระมัดระวังคนปากส่อเสียดให้จงหนัก

พิจารณาง่าย ๆ  คนพวกนี้จะมีนิสัยแยกพวก  เป็นคนบ่อนแตกเข้าที่ไหนแตกที่นั่น

เพราะเป็นคนแส่หาเรื่องยุแหย่ให้เขาแตกความสามัคคี  ยินดีเพลิดเพลินอยู่ในเรื่องยุแหย่

คอยเก็บเอาเรื่องอันจะก่อให้เกิดระแวงและผิดใจของฝ่ายนี้ไปพูดให้ฝ่ายโน้นฟัง

เก็บเอาเรื่องของฝ่ายโน้นมาพูดให้ฝ่ายนี้ฟัง  และยุให้ทั้งสองฝ่ายเกิดทะเลาะวิวาทแตกความสามัคคี

ขอยกชื่อ "วัสสการพราหมณ์"  ผู้ยุยงกษัตริย์ลิจฉวี  ให้แตกความสามัคคีถึงขั้นเสียบ้านเมือง เป็นตัวอย่าง

.

เมื่อเราหวังที่จะให้เกิดความสงบสุขในชาติ  จงอย่าพูดด้วยปากส่อเสียด

เสนาบดีบ้านเรา  เคยแสดงอาการปากส่อเสียดอยู่หลายคน

เช่นคนที่บอกว่าปืนซุ่มยิงหายไป 3 กระบอก 

หรือคนที่บอกว่าจะจัดระเบียบสื่อ

หรือคนที่บอกให้คนป่วยไปกินดอกไม้จันทร์แทนยา

.

ส่วนผู้สื่อข่าวทุกคน  ไม่มีคนใดมีลักษณะเข้าข่ายเป็นคนปากส่อเสียด

เพราะกระทำการไม่สำเร็จในข้อที่ 4  

ยั่วยุเรื่องหนึ่งแต่ผู้ถูกยั่วยุกลับไปโกรธอีกเรื่องหนึ่ง

.

.

เจ้าของตาล...รักหวาน...ขึ้นปีนต้น

ระวังตน...ตีนมือ...ระมัดมั่น

เหมือนคบคน...คำหวาน...รำคาญครัน

ถ้าพลั้งพลัน...เจ็บอก...เหมือนตกตาล

.

อันคนพาล...หวานพจน์...เหมือนรสอ้อย

โคนอร่อย...ไปปลาย...ก็คลายหวาน

ไม่มีเหยื่อ...ไหนปลา...จะมาทาน

ระวังหวาน...เป็นลม...ขมเป็นยา

.

(สุนทรภู่)

.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20
paedophile วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 09.57 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำ หากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น


ความคิดเห็นที่ 19
แม่หมี วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 09.49 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

นักการเมืองบางคนมีครบทุกประการค่ะ
ความคิดเห็นที่ 18
slipknot วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 23.37 น.
http://www.oknation.net/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยยตอนนี้มีบ้านอีกหลัง www.oknation.net/blog/hellstory อย่าลืมแวะไปชมบ้างนะ...คริ...คริ...คริ

ความคิดเห็นที่ 17
komidea วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 22.05 น.
http://www.oknation.net/blog/komdhamma

แล้วอย่างคุณอา..ชูวิทย์..ล่ะครับ...จะเรียกว่า..เสียดสี..หรือ..ส่อเสียด..ดีครับ...
ความคิดเห็นที่ 16
คนใส่แว่น วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 19.06 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg


เห็นด้วยครับ
ว่างๆ
ไป อบรมหน่อยสิ ครับ
ความคิดเห็นที่ 15
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 16.19 น.
http://www.oknation.net/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม....และหันกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี..ที่ประเสริฐ. โลกอันจิตย่อมนำไป อันจิตย่อมเสือกไสไปโลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง คือ "จิต"

ส่วนตัว อยากขอหลับหูหลับตาและวางใจให้ว่างๆ
ไม่รับรู้ข่าวการเมืองชั่วคราว
จนกว่ารบ.ชุดนี้จะพินาศฉิบหายไป.
ความคิดเห็นที่ 14
มะอึก วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 16.15 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

วันนี้ (3 มี.ค.) เวลา 15.30 น.นพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมการแพทย์ ซึ่งภายหลังได้ถูกโยกย้ายไปแทน นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ได้แถลงข่าวขอลาออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2551 โดย ชี้แจงเหตุผลว่า

เมื่อได้รับมอบหมายให้เป็นเลขาธิการ อย.นั้น ตนเชื่อมั่นในความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์ สุจริตของตนว่าจะปฏิบัติหน้าที่ได้

แต่ข้อกล่าวหาเรื่องเก่าๆ ที่เกี่ยวพันกับทางการเมือง โดยปราศจากความจริง ความเป็นธรรม ทำให้หมดความอดทนที่จะรับราชการอีกต่อไป

และคิดว่าตลอดชีวิตที่ได้อุทิศให้กับราชการ มาจนอายุ 58 ปี ถือว่าเพียงพอ แม้จะเหลืออายุราชการอีก 2 ปี ถึงปี 2553 ก็ตาม
.
.
เป็นไงครับท่านที่เคารพ ผลจากคำพูดเรื่องให้กินดอกไม้จันทร์ครับ
.
ความคิดเห็นที่ 13
มะอึก วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 16.06 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

วันนี้ (3 มี.ค.) นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์การจัดรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ของนายกรัฐมนตรี วานนี้ (2 มี.ค.) ที่วิจารณ์พาดพิงบุคคลอื่นโดยเฉพาะสื่อว่า

รายการดังกล่าว นายกรัฐมนตรีกำหนดจุดยืนว่าจะเป็นช่องทางที่ใช้อธิบาย หรือชี้แจงสิ่งต่างๆ ต่อสังคม ขอให้เข้าใจนายกรัฐมนตรีว่าแม้บ้านเมืองจะเข้าสู่ภาวะปกติแต่ยังไว้วางใจไม่ได้ทั้งหมด เพราะเครือข่ายก่อนรัฐประหารยังทำหน้าที่อยู่

ไม่ว่าจะเป็นกลไกของสื่อมวลชนที่อาจไม่ใช่สื่อ แต่แฝงตัวเข้ามา หรือกลไกการเมืองที่โหนรถเข้ามา ก็พยายามดำเนินการต่างๆ

ต้องเห็นใจนายกรัฐมนตรี ที่ต้องดำเนินการเช่นนี้และต้องอดทนพยายามผลักดันการทำงาน

ส่วนที่มองว่าผู้ที่ถูกพาดพิงไม่สามารถชี้แจงได้นั้น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า

ยังมีช่องทางสื่ออื่นๆ ที่จะสามารถเผยแพร่ข้อมูลได้ ใครที่ตั้งข้อสังเกตเช่นนี้อาจจะมีมุมมองแคบ

ส่วนรายการจะได้รับความนิยมหรือไม่นั้น รัฐบาลไม่ได้มุ่งเรตติ้ง และหวังว่าประชาชนจะเข้าใจ และจะเป็นผู้ประเมินรายการนี้ด้วยตนเอง

นายจักรภพยังกล่าวถึงการปฏิรูปสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 ว่าจะไม่กระทบบุคลากรที่มีอยู่เดิม

ตนได้ให้แนวทางว่าบุคลากรช่อง 11 ต้องได้รับเกียรติมากขึ้น และการดำเนินการใดๆ ก็จะสอบถามความคิดเห็น

อย่างไรก็ตาม ด้วยระบบราชการทำให้การคิดสร้างสรรค์รายการใดๆ อาจจะทำได้ยาก ดังนั้น

หากมีโอกาสจะนำคนนอกเข้ามา พร้อมๆ กับปรับปรุงคนในที่มีความคิดสร้างสรรค์ให้สามารถทำงานได้ โดยจะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป ใช้ความชำนาญของคนในประสานกับความคิดสร้างสรรค์ของคนนอกมาดำเนินการ ซึ่งขณะนี้มองคนนอกไว้หลายคน

และการปรับปรุงช่อง 11 จะมีการพัฒนาเป็นระยะ คล้ายๆ กับที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปรับปรุงช่อง 9 อสมท ให้เป็นโมเดิร์นไนน์ ทีวี
.
.
ข้างบนนั้นคือตัวอย่างคำพูดที่ก่อให้เกิดความแตกแยกครับ
อ่านช้า ๆ นะครับ
.
ความคิดเห็นที่ 12
madman วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 15.16 น.
http://www.oknation.net/blog/madman

ตอนพูด...ส่อเสียด
คงลืมนึกถึงบุพการี..
..
เอ...
หรือว่าเพราะระลึกถึงอยู่เต็มหัวอก...ก็เลยยิ่งต้องพูด
ไม่งั้น...ถือว่าเข้าข่ายเนรคุณผู้ให้กำเนิด...
เพราะโคตรเหง้าเค้าสอนกันมาเช่นนั้น.
...
...
อืม...
ความคิดเห็นที่ 11
Supawan วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 14.51 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan