| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
online . . 8 พฤษภาคม 2551
PASSPORT ถูกนำมาแจกให้กับคณะเดินทางทั้ง 18 คน เราช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของการประทับตราออกจากประเทศไทย และการประทับตราเข้าประเทศกัมพูชา ทุกอย่างดำเนินการไว้ให้เรียบร้อยแล้ว นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์ชุดนี้ จะไม่ยอมไปยืนเข้าแถวต่อจากผู้เข้าไปแสวงโชคเป็นอันขาด .
ท่านที่เคยไปเที่ยววัดพระแก้วแถว ๆ สนามหลวงช่วงหน้ามหาวิทยาลัยศิลปากร จะเห็นไกด์ถือธงสีต่าง ๆ และมีชาวจีนชาวเกาหลี ชาวญี่ปุ่นเดินตามหลัง ส่งเสียงดังโขมงโฉงเฉง ระมัดระวังตัวกันแจ หนีบกระเป๋าถือ กอดกระเป๋าสะพายไว้กับตัวจนแน่น กระชับกล้องถ่ายรูปในมือจนเหงื่อชุ่ม เหลียวหน้ามองหลังกันเลิกลั่ก พวกเราที่เดินทางวันนั้นก็มีอาการเดียวกัน เป็นเรื่องของการระมัดระวังสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น อันเป็นพฤติกรรมธรรมดาของนักเดินทางต่างแดน และการเดิน ก็ต้องเดินเช่นนี้ครับ ดูในภาพซีครับ ฮะฮา.... .
คนในเมืองเห็นคนบ้านนอกเข้ากรุง เดินเรียงแถวเป็นระเบียบ หัวเราะเยาะเขาว่า เขามีความเคยชินที่เดินกันตามหัวคันนา เมื่อเข้าเมืองก็เดินเรียงแถว แล้ว 18 คนนี้ ออกจากเมือง เข้าสู่ป่าสู่ทุ่งนา คงจะเตรียมตัวให้พร้อมกระมัง.....? คริ..คริ........ . ทั้งคณะถือหนังสือเดินทาง ส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพใบหน้ากับตัวจริงว่าตรงกันหรือไม่เท่านั้น ทั้งสองด่าน เราจ้ำพรวด ๆ โดยไม่ให้เสียเวลาเพราะนาฬิกาจะบอกเวลา 08.00 น. ความคึกคักวุ่นวายกำลังจะเกิดขึ้นที่ด่านปอยเปต คนไทยออกนอกประเทศไปเล่นการพนันในบ่อนที่เปิดอย่างอิสระเสรีและเดินทางไปท่องเที่ยว ขณะที่คนขะแมร์ กำลังจะทะลักเข้ามาที่ตลาดโรงเกลือเพื่อทำมาหากิน หาเงินไปเลี้ยงปากท้องตนเองและครอบครัว มันช่างแตกต่างกันเสียนี่กระไร . เราเดินกันเร็วมากครับ เดินตัวปลิว ไม่ได้หิ้วสัมภาระให้เป็นภาระ ด่านปอยเปตห่างจากด่านไทยประมาณ 500 เมตร คุณโอเจ้าของทัวร์บอกให้เดินอย่างเดียวไม่ต้องสนใจสิ่งรอบข้าง พวกเราก็ต้องจ้ำอ้าว เพราะคุณโอแม้ตัวอ้วนแต่ไปลิ่วซะแล้ว พบตัวเองอีกครั้งนั่งหาวในรถบัสฝั่งกัมพูชาเพราะความเหนื่อยและง่วงนอนครับ .
หาว.....ว......ว......ว....... รถบัสคันนี้เป็นของบริษัททัวร์ O.S.K 30 ที่นั่ง ให้บริการคณะบล็อคเกอร์โอเคเนชั่นคณะเดียวเท่านั้น นั่งกันหลวม ๆ นอนยาวก็ได้ อ่านถึงตอนนี้ท่านจะเดินไปชงกาแฟก่อนก็ได้นะครับ....เดี๋ยวมาว่ากันต่อ . . .
ท่านที่เคารพครับ นักเดินทาง หรือนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ หากท่านประสงค์จะเดินทางท่องเที่ยวให้สนุกสนาน จงอย่าลืมศึกษาเรื่องแผนที่ จะเป็นโดยภาพรวม หรือโดยละเอียดก็สุดแล้วแต่ท่านจะชื่นชอบ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือเรื่องทิศ ท่านจะมีเข็มทิศเล็ก ๆ พกติดตัว หรือจะสังเกตจากดวงอาทิตย์ก็ได้ เพราะหากเราหลุดแผนที่ หรือหลงทิศเมื่อไหร่ เราจะเกิดอาการมึนหัวติ้ว ๆ ทันที แต่ถ้าหากเรายังเกาะทิศตะวันออกตะวันตกได้ เราจะไม่มีอาการเช่นนั้น แผนที่ที่นำมาให้ท่านดูวันนี้ เป็นฝีมือการวางผังแผนที่โลกจริง ๆ ของอาจารย์ศุภศรุต ซ้ายมือจังหวัดสระแก้วประเทศไทย อำเภออรัญประเทศ พวกเราเดินผ่านด่านคลองดึก เข้าสู่ด่านปอยเปต ขึ้นรถและนั่งบ้างยืนบ้างนอนบ้างประมาณ 48 กิโลเมตร เมื่อถึงอำเภอศรีโสภณ เลี้ยวซ้ายขึ้นทิศเหนือ เพื่อไปที่ปราสาทบันทายฉมาร์ ระยะทางประมาณ 63 กิโลเมตร . การเดินทางจากปอยเปต ไปเสียมเรียบ เป็นที่กล่าวขวัญกันมานานนมว่า เป็นการเดินทางแบบทรมานบันเทิงที่หลายคนชื่นชอบ หลายคนตื่นกลัว เพราะสถาพผิวจราจรที่เป็นลูกรัง สะพานแคบ หน้าแล้งฝุ่นฟุ้ง หน้าฝนเป็นโคลนเละเทะ ซึ่งเป็นเรื่องภายในของประเทศเขา เราไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว อยากท่องเที่ยวในทำนองย้อนรอยหาอดีตเช่นนี้ต้องอดทนให้ได้ วันที่พวกเราเดินทาง ถนนจากปอยเปตถึงศรีโสภณกำลังก่อสร้างใกล้จะแล้วเสร็จ คาดว่ากลางปีหน้าจะเรียบร้อย เพราะสัญญาที่รัฐบาลทำกับสายการบินหนึ่งของไทยหมดสัมปทานพอดี ถนนจำต้องเรียบร้อย และเป็นที่น่าสังเกตจากคำบอกเล่าของผู้รู้ว่า ถนนที่มุ่งสู่ชายแดนไทยทุก ๆ เส้น มีสภาพไม่สะดวก ไม่เหมือนด้านขวาที่ติดต่อประเทศเวียตนาม เพราะหากสร้างถนนช่วงนี้ให้เรียบร้อย สินค้าจากประเทศไทย ก็จะนั่งเชิดหน้าในรถสิบล้อ หรือรถคอนเทนเนอร์เข้าเสียมเรียบหรือพนมเปญสะดวก เป็นเรื่องที่เวียตนามยอมไม่ได้ ภาพถนนช่วงแรกในวันที่เราไปเห็นเป็นเช่นนี้ครับ
. . เมื่อถึงเมืองศรีโสภณ รถเลี้ยวเข้าไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อให้ทำธุระส่วนตัว เข้าห้องน้ำ
ภาษาขะแมร์อ่านไม่ออก ภาษาไทยที่กำกับอ่านว่า "พกายปรึก" ภาษาไทยอ่านว่า "ประกายพรึก" แปลว่าดาวพระศุกร์ เป็นป้ายเตือนอกเตือนใจคนไทยนะครับว่า การดูถูกเหยียดหยามไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีการกระทำ หรือคำพูด นำมาซึ่งความไม่พออกพอใจได้ อย่างเช่นเหตุการณ์เผาสถานทูตที่เคยเกิดขึ้น เหตุการณ์จลาจลครั้งนั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2546 คนที่ไม่ได้ติดตามข่าวคราว ก็รับทราบเพียงว่าดาราสาวจากเรื่องดาวพระศุกร์ของไทยไปพูดจาอะไรบางอย่างเข้าในเชิงดูถูกคนกัมพูชา อันที่จริงเรื่องนี้มีความลึกลับซ่อนเงื่อนมากกว่านั้น มีทั้งเรื่องการเมือง การปลุกระดมมวลชน และเรื่องผลประโยชน์ข้ามชาติ ผมไม่ควรจะไปรื้อฟื้นอะไรให้เสียอารมณ์ครับ ผมแวะเข้าห้องน้ำเพียงนิดเดียวไถลออกสู่เรื่องการเมืองจนได้ . . การใช้ห้องน้ำในประเทศกัมพูชา เป็นเรื่องที่มีความสำคัญนะครับ ผู้ชายไม่มีปัญหานัก จอดรถหันหน้าลงทุ่งก็ได้ ส่วนผู้หญิงจะลำบากนิดหนึ่ง ไม่มีปั๊มน้ำมันมากมายเหมือนประเทศไทย ทัวร์ส่วนใหญ่จะทราบและเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี พยายามที่จะจอดรถในจุดที่มีห้องน้ำคอยอำนวยความสะดวก และท่านที่จะไม่เคยไปกัมพูชาหรือคิดว่าจะมีโอกาสได้ไป ขอให้ท่านสบายใจได้ว่า ห้องน้ำประเทศกัมพูชาสะอาดมาก สะอาดกว่าที่เราคิดเสียอีก พวกเราทำเวลาได้ดีครับ 10 โมงเช้ากว่า ๆ เรากำลังจะถึงปราสาทหลังแรกที่วางโปรแกรมไว้ รถวิ่งไปตามถนนลูกรังแคบ ๆ ถนนเส้นนี้วิ่งขนานไปตามชายแดนไทยอำเภอสระแก้ว ผมสร้างภาพให้ท่านเห็นว่า ขนานไปกับถนนเส้นอรัญประเทศมุ่งสู่อำเภอตาพระยานั่นแหละครับ ดูสภาพถนนกันหน่อย เพื่อพักสายตาจากตัวอักษร
ภาพถนนลูกรังธรรมดา ๆ นี่แหละครับ เมื่อก่อนประเทศไทยก็เป็นเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาคอิสาน ภาคกลาง ภาคเหนือ หรือภาคใต้ ถนนเข้าหมู่บ้านทุกเส้นก็เป็นเช่นนี้ ผมนั่งมองแล้วไม่มีความรู้สึกว่าเขาล้าหลัง เพียงแต่เขายังไม่มีเงินมาลาดยางต่างหาก ถนนเดิมอาจจะเป็นถนนศิลาที่มีความแข็งแรงเหมือนในประทศยุโรปก็ได้ ใครจะไปรู้ เห็นถนนเห็นต้นไม้ริมทาง ทำให้คิดถึงสมัยวัยเด็ก ๆ เมื่อ 40-50 กว่าปี ก่อนโน้น เราก็เดินไปโรงเรียนด้วยถนนเช่นนี้ หน้าแล้งมีฝุ่นฟุ้งแดง หน้าฝนมีโคลนแฉะและลื่นเหมือน ๆ กัน หันไปดูชาวบ้านสองข้างทาง เขาก็มีความสุขกันดี ทำไมชาวขะแมร์จึงมีความสุข มีโอกาสผมจะเล่าให้ฟัง เผลอแป๊บเดียว เห็นป้ายนี้อยู่เบื้องหน้าครับ
อ่านออกนะครับ "ปราสาทบันทายฉมาร์"
สวยงามมากครับ ทัวร์อื่น ๆ เขาจะไม่ยอมเลี้ยวเข้ามา เขามุ่งสู่เสียมเรียบนครวัด แต่นักท่องเที่ยวชุดนี้ร้อนวิชา บ้าหิน ต้องเก็บรายละเอียดให้หมด . ท่านอยากอ่านรายละเอียดของปราสาทบันทายฉมาร์ อ่านของอาจารย์วรนัยที่นี่ครับ "ปราสาทบันทายฉมาร์" ปริศนาแลมนตรา กาลเวลาในไพรสณฑ์ http://www.oknation.net/blog/voranai/2007/11/08/entry-1 . หรือจะอ่านที่คุณนิดนรี ภาษาหลากสีนำเสนอไว้แล้วก็ได้ ปราสาทนอกเส้นทาง บันทายฉมาร์ http://www.oknation.net/blog/nida/2008/05/14/entry-1 . หรือท่านจะชมภาพให้จุใจที่คุณเฟิงสุ่ยนำเสนอไว้ก็ได้ครับ ซัวซเดย..แขมร์..ตอน2..สำรวจปราสาทกลางไพร..บันทายฉมาร์ปิกนิกแบบนักสำรวจ!!!! . พวกเรามีความสุข และดื่มด่ำกับความยิ่งใหญ่และสวยงามของปราสาทบันทายฉมาร์ เดินบ่นเสียดายต่อสิ่งมีคุณค่าหลาย ๆ ชิ้นที่กลายเป็นสินค้าไปอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งบ้านพ่อค้า นักการเมือง โรงแรมหรูหรา และเข้ามาอยู่ในประเทศไทยก็มีมากมาย ใครซื้อไว้ในครอบครองหิ้วไปคืนเขาเสียเถิดครับ หรือท่านจะไม่คืน ก็เรื่องของท่าน ไม่ใช่เรื่องของผมสักหน่อย เดินจนได้เวลาอาหารกลางวัน ไปต่างประเทศเที่ยวนี้ นั่งทานสำรับหรูกันอย่างนี้ครับ .
ไม่ทราบว่าหิว หรือโหย หรือเหนื่อย ข้าวกล่องผัดใบกระเพราหมูไข่ดาว อร่อยเสียนี่กระไร ตามด้วยขนมอีกคนละชิ้น น้ำดื่มคนละขวด นั่งทานบนก้อนศิลาหินทรายอายุเป็นพันปีหมื่นปี ได้บรรยากาศยิ่งนัก ทานกันเงียบกริบหากมดแดงไม่กัดก้นเสียก่อน ก็คงจะไม่ลุกหนี . . บ่ายแล้วพวกเราเดินทางต่อ บนถนนลูกรังเหมือนเดิม แต่เป็นทางลัดแคบ ๆ ผิวจราจรเรียบ ในรถก็เงียบ เพราะได้หลับตากันหน่อยหนึ่ง ยกเว้นอาจารย์วรนัยของผม ไม่ยอมหลับยอมนอน มีพลังเหลือเฟือ..
โครงสร้างถนนดีมากครับ เพียงปูลาดแอสฟัลต์หน่อยเดียว รับรองว่ารถวิ่งฉิว . ผมไม่เล่าเรื่องแวะเข้าห้องน้ำอีกแล้วนะครับ ลัดเข้าสู่เสียบเรียบทันทีดีกว่า
ถนนในตัวจังหวัดเสียบเรียบสวยงามครับ โรงแรมขนาดใหญ่มากมาย สี่แยกเบื้องหน้ามีไฟเขียวแดง รถราขวักไขว่ เราเลี้ยวขวาไปนอนที่โรงแรม SOMADEVI ANGKOR HOTEKL & SPA เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวกว่า ๆ หรูเชียวครับ
. อาบน้ำอาบท่าแปลงร่างลงมาเอคชั่นหน้าป้ายโรงแรมตามระเบียบของนักท่องเที่ยวชั้นดีทั่วไป เราจะไปทานอาหารที่ร้านสวัสดี อาหารมื้อนี้มีปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม ปลาช่อนนึ่งจิ้มน้ำพริก ต้มยำไก่บ้าน ไข่เจียวหมูสับ
คนละหนุบคนละหนับ แป๊บเดียวไม่เหลือแม้กระทั่งไข่แบน ๆ . . จากนั้น 2 ทุ่มเดินทางกลับโรงแรมที่พัก เพื่อพักผ่อนตั้งแต่หัวค่ำ พรุ่งนี้ลุยต่อด้วยโปรมแกรมที่โหด มันส์ ฮา สัมผัสความอลังการของสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่พวกเราใฝ่หา ตี 5 ต้องตื่นทันทีครับ . ราตรีสวัสดิ์ครับท่าน . (ภาพผมถ่ายเองบ้าง ยืมจากพวกเราบ้าง ขอบพระคุณนะครับ) . |