• มะอึก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sochth@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-05
  • จำนวนเรื่อง : 528
  • จำนวนผู้ชม : 167399
  • จำนวนผู้โหวต : 905
  • ส่ง msg :
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤษภาคม 2551
.....เดินเข้าแถวเรียงหนึ่งไปเที่ยวปราสาทบันทายฉมาร์.....
Posted by มะอึก , ผู้อ่าน : 401 , 13:49:23 น.   | หมวดหมู่ : ท่องไปในธรรมชาติ  
พิมพ์หน้านี้


online

.

.

8 พฤษภาคม 2551

PASSPORT ถูกนำมาแจกให้กับคณะเดินทางทั้ง 18 คน   เราช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของการประทับตราออกจากประเทศไทย  และการประทับตราเข้าประเทศกัมพูชา   ทุกอย่างดำเนินการไว้ให้เรียบร้อยแล้ว   นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์ชุดนี้  จะไม่ยอมไปยืนเข้าแถวต่อจากผู้เข้าไปแสวงโชคเป็นอันขาด

.

ท่านที่เคยไปเที่ยววัดพระแก้วแถว ๆ สนามหลวงช่วงหน้ามหาวิทยาลัยศิลปากร  จะเห็นไกด์ถือธงสีต่าง ๆ  และมีชาวจีนชาวเกาหลี ชาวญี่ปุ่นเดินตามหลัง  ส่งเสียงดังโขมงโฉงเฉง  ระมัดระวังตัวกันแจ  หนีบกระเป๋าถือ กอดกระเป๋าสะพายไว้กับตัวจนแน่น   กระชับกล้องถ่ายรูปในมือจนเหงื่อชุ่ม  เหลียวหน้ามองหลังกันเลิกลั่ก 

พวกเราที่เดินทางวันนั้นก็มีอาการเดียวกัน  เป็นเรื่องของการระมัดระวังสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น  อันเป็นพฤติกรรมธรรมดาของนักเดินทางต่างแดน  และการเดิน  ก็ต้องเดินเช่นนี้ครับ  ดูในภาพซีครับ  ฮะฮา....

.

คนในเมืองเห็นคนบ้านนอกเข้ากรุง   เดินเรียงแถวเป็นระเบียบ  หัวเราะเยาะเขาว่า  เขามีความเคยชินที่เดินกันตามหัวคันนา  เมื่อเข้าเมืองก็เดินเรียงแถว 

แล้ว 18 คนนี้  ออกจากเมือง  เข้าสู่ป่าสู่ทุ่งนา  คงจะเตรียมตัวให้พร้อมกระมัง.....?

คริ..คริ........

.

ทั้งคณะถือหนังสือเดินทาง  ส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพใบหน้ากับตัวจริงว่าตรงกันหรือไม่เท่านั้น  ทั้งสองด่าน  เราจ้ำพรวด ๆ โดยไม่ให้เสียเวลาเพราะนาฬิกาจะบอกเวลา 08.00 น.  ความคึกคักวุ่นวายกำลังจะเกิดขึ้นที่ด่านปอยเปต  คนไทยออกนอกประเทศไปเล่นการพนันในบ่อนที่เปิดอย่างอิสระเสรีและเดินทางไปท่องเที่ยว  ขณะที่คนขะแมร์  กำลังจะทะลักเข้ามาที่ตลาดโรงเกลือเพื่อทำมาหากิน  หาเงินไปเลี้ยงปากท้องตนเองและครอบครัว  มันช่างแตกต่างกันเสียนี่กระไร

.

เราเดินกันเร็วมากครับ  เดินตัวปลิว  ไม่ได้หิ้วสัมภาระให้เป็นภาระ ด่านปอยเปตห่างจากด่านไทยประมาณ 500 เมตร   คุณโอเจ้าของทัวร์บอกให้เดินอย่างเดียวไม่ต้องสนใจสิ่งรอบข้าง  พวกเราก็ต้องจ้ำอ้าว  เพราะคุณโอแม้ตัวอ้วนแต่ไปลิ่วซะแล้ว

พบตัวเองอีกครั้งนั่งหาวในรถบัสฝั่งกัมพูชาเพราะความเหนื่อยและง่วงนอนครับ

.

หาว.....ว......ว......ว.......

รถบัสคันนี้เป็นของบริษัททัวร์ O.S.K  30 ที่นั่ง

ให้บริการคณะบล็อคเกอร์โอเคเนชั่นคณะเดียวเท่านั้น  นั่งกันหลวม ๆ  นอนยาวก็ได้

อ่านถึงตอนนี้ท่านจะเดินไปชงกาแฟก่อนก็ได้นะครับ....เดี๋ยวมาว่ากันต่อ

.

.

.

ท่านที่เคารพครับ

นักเดินทาง  หรือนักท่องเที่ยว  ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ   หากท่านประสงค์จะเดินทางท่องเที่ยวให้สนุกสนาน  จงอย่าลืมศึกษาเรื่องแผนที่  จะเป็นโดยภาพรวม  หรือโดยละเอียดก็สุดแล้วแต่ท่านจะชื่นชอบ   สิ่งสำคัญอีกอย่างคือเรื่องทิศ  ท่านจะมีเข็มทิศเล็ก ๆ พกติดตัว  หรือจะสังเกตจากดวงอาทิตย์ก็ได้   เพราะหากเราหลุดแผนที่  หรือหลงทิศเมื่อไหร่  เราจะเกิดอาการมึนหัวติ้ว ๆ ทันที  แต่ถ้าหากเรายังเกาะทิศตะวันออกตะวันตกได้  เราจะไม่มีอาการเช่นนั้น

แผนที่ที่นำมาให้ท่านดูวันนี้  เป็นฝีมือการวางผังแผนที่โลกจริง ๆ ของอาจารย์ศุภศรุต  ซ้ายมือจังหวัดสระแก้วประเทศไทย  อำเภออรัญประเทศ  พวกเราเดินผ่านด่านคลองดึก เข้าสู่ด่านปอยเปต  ขึ้นรถและนั่งบ้างยืนบ้างนอนบ้างประมาณ  48 กิโลเมตร  เมื่อถึงอำเภอศรีโสภณ  เลี้ยวซ้ายขึ้นทิศเหนือ เพื่อไปที่ปราสาทบันทายฉมาร์  ระยะทางประมาณ  63 กิโลเมตร

.

การเดินทางจากปอยเปต  ไปเสียมเรียบ  เป็นที่กล่าวขวัญกันมานานนมว่า  เป็นการเดินทางแบบทรมานบันเทิงที่หลายคนชื่นชอบ  หลายคนตื่นกลัว  เพราะสถาพผิวจราจรที่เป็นลูกรัง  สะพานแคบ  หน้าแล้งฝุ่นฟุ้ง  หน้าฝนเป็นโคลนเละเทะ  ซึ่งเป็นเรื่องภายในของประเทศเขา  เราไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว  อยากท่องเที่ยวในทำนองย้อนรอยหาอดีตเช่นนี้ต้องอดทนให้ได้

วันที่พวกเราเดินทาง  ถนนจากปอยเปตถึงศรีโสภณกำลังก่อสร้างใกล้จะแล้วเสร็จ  คาดว่ากลางปีหน้าจะเรียบร้อย  เพราะสัญญาที่รัฐบาลทำกับสายการบินหนึ่งของไทยหมดสัมปทานพอดี   ถนนจำต้องเรียบร้อย 

และเป็นที่น่าสังเกตจากคำบอกเล่าของผู้รู้ว่า  ถนนที่มุ่งสู่ชายแดนไทยทุก ๆ เส้น  มีสภาพไม่สะดวก  ไม่เหมือนด้านขวาที่ติดต่อประเทศเวียตนาม  เพราะหากสร้างถนนช่วงนี้ให้เรียบร้อย  สินค้าจากประเทศไทย  ก็จะนั่งเชิดหน้าในรถสิบล้อ  หรือรถคอนเทนเนอร์เข้าเสียมเรียบหรือพนมเปญสะดวก  เป็นเรื่องที่เวียตนามยอมไม่ได้

ภาพถนนช่วงแรกในวันที่เราไปเห็นเป็นเช่นนี้ครับ

.

.

เมื่อถึงเมืองศรีโสภณ  รถเลี้ยวเข้าไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อให้ทำธุระส่วนตัว  เข้าห้องน้ำ

ภาษาขะแมร์อ่านไม่ออก  ภาษาไทยที่กำกับอ่านว่า "พกายปรึก"   ภาษาไทยอ่านว่า "ประกายพรึก"   แปลว่าดาวพระศุกร์  เป็นป้ายเตือนอกเตือนใจคนไทยนะครับว่า  การดูถูกเหยียดหยามไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีการกระทำ  หรือคำพูด  นำมาซึ่งความไม่พออกพอใจได้  อย่างเช่นเหตุการณ์เผาสถานทูตที่เคยเกิดขึ้น

เหตุการณ์จลาจลครั้งนั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2546  คนที่ไม่ได้ติดตามข่าวคราว  ก็รับทราบเพียงว่าดาราสาวจากเรื่องดาวพระศุกร์ของไทยไปพูดจาอะไรบางอย่างเข้าในเชิงดูถูกคนกัมพูชา

อันที่จริงเรื่องนี้มีความลึกลับซ่อนเงื่อนมากกว่านั้น  มีทั้งเรื่องการเมือง  การปลุกระดมมวลชน  และเรื่องผลประโยชน์ข้ามชาติ   ผมไม่ควรจะไปรื้อฟื้นอะไรให้เสียอารมณ์ครับ

ผมแวะเข้าห้องน้ำเพียงนิดเดียวไถลออกสู่เรื่องการเมืองจนได้

.

.

การใช้ห้องน้ำในประเทศกัมพูชา  เป็นเรื่องที่มีความสำคัญนะครับ  ผู้ชายไม่มีปัญหานัก  จอดรถหันหน้าลงทุ่งก็ได้  ส่วนผู้หญิงจะลำบากนิดหนึ่ง ไม่มีปั๊มน้ำมันมากมายเหมือนประเทศไทย   ทัวร์ส่วนใหญ่จะทราบและเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี  พยายามที่จะจอดรถในจุดที่มีห้องน้ำคอยอำนวยความสะดวก  และท่านที่จะไม่เคยไปกัมพูชาหรือคิดว่าจะมีโอกาสได้ไป  ขอให้ท่านสบายใจได้ว่า  ห้องน้ำประเทศกัมพูชาสะอาดมาก  สะอาดกว่าที่เราคิดเสียอีก

พวกเราทำเวลาได้ดีครับ 10 โมงเช้ากว่า ๆ เรากำลังจะถึงปราสาทหลังแรกที่วางโปรแกรมไว้  รถวิ่งไปตามถนนลูกรังแคบ ๆ   ถนนเส้นนี้วิ่งขนานไปตามชายแดนไทยอำเภอสระแก้ว  ผมสร้างภาพให้ท่านเห็นว่า  ขนานไปกับถนนเส้นอรัญประเทศมุ่งสู่อำเภอตาพระยานั่นแหละครับ

ดูสภาพถนนกันหน่อย  เพื่อพักสายตาจากตัวอักษร

ภาพถนนลูกรังธรรมดา ๆ นี่แหละครับ  เมื่อก่อนประเทศไทยก็เป็นเช่นนี้  ไม่ว่าจะเป็นภาคอิสาน  ภาคกลาง  ภาคเหนือ  หรือภาคใต้  ถนนเข้าหมู่บ้านทุกเส้นก็เป็นเช่นนี้  ผมนั่งมองแล้วไม่มีความรู้สึกว่าเขาล้าหลัง  เพียงแต่เขายังไม่มีเงินมาลาดยางต่างหาก  ถนนเดิมอาจจะเป็นถนนศิลาที่มีความแข็งแรงเหมือนในประทศยุโรปก็ได้  ใครจะไปรู้

เห็นถนนเห็นต้นไม้ริมทาง  ทำให้คิดถึงสมัยวัยเด็ก ๆ เมื่อ 40-50 กว่าปี ก่อนโน้น  เราก็เดินไปโรงเรียนด้วยถนนเช่นนี้  หน้าแล้งมีฝุ่นฟุ้งแดง  หน้าฝนมีโคลนแฉะและลื่นเหมือน ๆ กัน  หันไปดูชาวบ้านสองข้างทาง  เขาก็มีความสุขกันดี  ทำไมชาวขะแมร์จึงมีความสุข  มีโอกาสผมจะเล่าให้ฟัง

เผลอแป๊บเดียว เห็นป้ายนี้อยู่เบื้องหน้าครับ

อ่านออกนะครับ  "ปราสาทบันทายฉมาร์"

สวยงามมากครับ  ทัวร์อื่น ๆ เขาจะไม่ยอมเลี้ยวเข้ามา  เขามุ่งสู่เสียมเรียบนครวัด  แต่นักท่องเที่ยวชุดนี้ร้อนวิชา  บ้าหิน  ต้องเก็บรายละเอียดให้หมด

.

ท่านอยากอ่านรายละเอียดของปราสาทบันทายฉมาร์  อ่านของอาจารย์วรนัยที่นี่ครับ

"ปราสาทบันทายฉมาร์" ปริศนาแลมนตรา กาลเวลาในไพรสณฑ์

http://www.oknation.net/blog/voranai/2007/11/08/entry-1

.

หรือจะอ่านที่คุณนิดนรี ภาษาหลากสีนำเสนอไว้แล้วก็ได้

ปราสาทนอกเส้นทาง บันทายฉมาร์

http://www.oknation.net/blog/nida/2008/05/14/entry-1

.

หรือท่านจะชมภาพให้จุใจที่คุณเฟิงสุ่ยนำเสนอไว้ก็ได้ครับ

ซัวซเดย..แขมร์..ตอน2..สำรวจปราสาทกลางไพร..บันทายฉมาร์ปิกนิกแบบนักสำรวจ!!!!
.

พวกเรามีความสุข  และดื่มด่ำกับความยิ่งใหญ่และสวยงามของปราสาทบันทายฉมาร์  เดินบ่นเสียดายต่อสิ่งมีคุณค่าหลาย ๆ ชิ้นที่กลายเป็นสินค้าไปอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ  ทั้งบ้านพ่อค้า นักการเมือง โรงแรมหรูหรา  และเข้ามาอยู่ในประเทศไทยก็มีมากมาย 

ใครซื้อไว้ในครอบครองหิ้วไปคืนเขาเสียเถิดครับ    หรือท่านจะไม่คืน   ก็เรื่องของท่าน  ไม่ใช่เรื่องของผมสักหน่อย

เดินจนได้เวลาอาหารกลางวัน  ไปต่างประเทศเที่ยวนี้  นั่งทานสำรับหรูกันอย่างนี้ครับ

.

ไม่ทราบว่าหิว  หรือโหย  หรือเหนื่อย  ข้าวกล่องผัดใบกระเพราหมูไข่ดาว  อร่อยเสียนี่กระไร  ตามด้วยขนมอีกคนละชิ้น  น้ำดื่มคนละขวด  นั่งทานบนก้อนศิลาหินทรายอายุเป็นพันปีหมื่นปี  ได้บรรยากาศยิ่งนัก  ทานกันเงียบกริบหากมดแดงไม่กัดก้นเสียก่อน  ก็คงจะไม่ลุกหนี

.

.

บ่ายแล้วพวกเราเดินทางต่อ  บนถนนลูกรังเหมือนเดิม  แต่เป็นทางลัดแคบ ๆ ผิวจราจรเรียบ  ในรถก็เงียบ  เพราะได้หลับตากันหน่อยหนึ่ง   ยกเว้นอาจารย์วรนัยของผม  ไม่ยอมหลับยอมนอน  มีพลังเหลือเฟือ..

โครงสร้างถนนดีมากครับ  เพียงปูลาดแอสฟัลต์หน่อยเดียว  รับรองว่ารถวิ่งฉิว

.

ผมไม่เล่าเรื่องแวะเข้าห้องน้ำอีกแล้วนะครับ  ลัดเข้าสู่เสียบเรียบทันทีดีกว่า

ถนนในตัวจังหวัดเสียบเรียบสวยงามครับ  โรงแรมขนาดใหญ่มากมาย  สี่แยกเบื้องหน้ามีไฟเขียวแดง  รถราขวักไขว่  เราเลี้ยวขวาไปนอนที่โรงแรม SOMADEVI  ANGKOR  HOTEKL & SPA   เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวกว่า ๆ   หรูเชียวครับ

.

อาบน้ำอาบท่าแปลงร่างลงมาเอคชั่นหน้าป้ายโรงแรมตามระเบียบของนักท่องเที่ยวชั้นดีทั่วไป

เราจะไปทานอาหารที่ร้านสวัสดี

อาหารมื้อนี้มีปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม  ปลาช่อนนึ่งจิ้มน้ำพริก

ต้มยำไก่บ้าน  ไข่เจียวหมูสับ

คนละหนุบคนละหนับ

แป๊บเดียวไม่เหลือแม้กระทั่งไข่แบน ๆ

.

.

จากนั้น 2 ทุ่มเดินทางกลับโรงแรมที่พัก  เพื่อพักผ่อนตั้งแต่หัวค่ำ

พรุ่งนี้ลุยต่อด้วยโปรมแกรมที่โหด  มันส์ ฮา

สัมผัสความอลังการของสิ่งมหัศจรรย์ของโลก  ที่พวกเราใฝ่หา

ตี 5 ต้องตื่นทันทีครับ

.

ราตรีสวัสดิ์ครับท่าน

.

(ภาพผมถ่ายเองบ้าง ยืมจากพวกเราบ้าง  ขอบพระคุณนะครับ)

.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 58
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 31/05/2008 เวลา : 15.03 น.
http://www.oknation.net/blog/industrialart02

นั่งกินข้าวบนหินอายุพันปีหมื่นปี
หรูไปอีกแบบนะคะ

ความคิดเห็นที่ 57
2boxs วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 15.47 น.
http://www.oknation.net/blog/2boxs

ปราสาทนี้ผมไม่ได้แวะเลยครับ เสียดายจริงๆ แต่ที่น่าอิจฉาพี่มะอึกที่สุดเห็นจะเป็นการได้นั้ง กินข้าวในปราสาทนี่แหละ
โอ้วววววว อิจฉา
ความคิดเห็นที่ 56
แม่หมี วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 16.54 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

ตามมาเที่ยวแบบสบายๆ ไม่เหนื่อย ไม่ร้อน ....และไม่เสียกะตังค์ แต่ได้รายละเอียด ขอบพระคุณเจ้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 55
cancer วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 13.52 น.
http://www.oknation.net/blog/ION

สวัสดีค่ะ
เหมือนได้ติดตามไปจริงๆ
ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 54
เรือนข้าหลวง วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 23.29 น.
http://www.oknation.net/blog/banklangtung

รายละเอียดดีมาก
จนราวกับได้เดินทางด้วยตนเอง..
ขอบคุณที่ทำให้ไม่ต้องไปเข้าแถว
ความคิดเห็นที่ 53
Sainam วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 13.44 น.
http://www.oknation.net/blog/sainam

สายน้ำตามมาดู...เที่ยวขะแมร์ แลสาวงาม แต่น้อยกว่าน้ำ จริงแม๊ะคะ