| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
online . .
ภาพจากกล้องน้องป้อ.. . 9 พฤษภาคม 2551 สมัยเป็นเด็กนักเรียน เราท่องจำกันปาว ๆ ว่า สิ่งมหัศจรรย์ของโลกทั้ง 7 อย่างนั้น สิ่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ประเทศไทยที่สุดคือ "นครวัดนครธม" และมีภาพข้างบนนั้นประกอบ ครูหยิบภาพนี้มาสอน ก็เรียกเต็มปากทันทีว่า นี่คือ "นครวัดนครธม" นะคะนักเรียน ผมก็จำมาตลอดเหมือนกันว่า เจ้าปราสาท 5 ยอดนี้ คือ "นครวัดนครธม" และผมก็ตั้งใจเหมือนกับที่ใครต่อใครตั้งใจไว้นั่นแหละครับว่า อยากไปเที่ยวสักครั้ง เพราะนายฝรั่งที่เป็นปราชญ์ของโลกตะวันตก ชาวอังกฤษ ที่ชื่อ นายอาร์โนลด์ ทอยน์บี กล่าวประโยคทองไว้ว่า " SEE ANGKOR AND DIE " บางคนก็แปลว่า "ไม่เสียดายชีวิตหากได้เห็นเมืองพระนคร" บางคนก็แปลว่า" ไปชมเมืองพระนครก่อนตาย" อาจารย์ศุภศรุตแปลไว้ว่า "ถึงตายก็ไม่เสียดาย หากได้ชายตาแลพระนครเพียงสักครั้ง" พี่สุภาวัลย์แปลไว้ว่า " เห็นนครวัดก็ตายตาหลับแล้ว" หากผมจะแปลว่า " ไปดูเมืองพระนคร แล้วไปตายซะ" ก็น่าจะได้นะครับ . . ต่อมา...ผมทำความเข้าใจเรื่องปราสาทเก่า ๆ อ่านหนังสือเข้ามาก ๆ เฮ้ย ! ความรู้เก่าของเรามันผิดนี่หว่า "นครวัด คือสถานที่หนึ่งแห่ง ส่วนนครธม คือสถานที่อีกหนึ่งแห่ง" ไม่ใช่ที่เดียวกันสักหน่อย .
ปราสาทรูปหน้าคนเยอะ ๆ นี้ เรียกว่าปราสาทบายน หรือบายอน เป็นศูนย์กลางของ นครธม . . ผมจัดลำดับสมองใหม่ว่า "นครวัด" คือเจ้าปราสาท 5 ยอด ส่วน"นครธม" คือเจ้าปราสาทที่มีหน้าคนเยอะ ๆ สมองก็เริ่มจำใหม่ อ่านไปอ่านมา ตำราที่เขียนเพิ่มเติมบอกให้รู้ว่า นครธม คือชื่อสถานที่กว้าง ๆ มีกำแพงล้อม มีสระน้ำ มีประตูเมือง ส่วนเจ้าปราสาทที่มีหน้าคนเยอะ ๆ เขาเรียกว่า ปราสาทบายอน หรือปราสาทบายน เอาเข้าไป..ข้อมูลใหม่อีกแล้ว .สมองก็ต้องจดจำใหม่ ไม่เป็นไร จำได้ก็ลืมได้.... . . พี่น้องครับ มันยากเหลือเกินนะครับที่จะไปจดจำสิ่งที่เรายังไม่เคยไปพบไปเห็น ผมแยกเรื่องนี้ให้ท่านทราบเล่น ๆ เท่านั้น ท่านที่ไม่ชอบเรื่องปราสาทหิน ก็ผ่านไปเหอะ เพราะเรื่องหินพวกนี้ไม่ทำให้ผู้ที่ไม่ชอบชอบมันขึ้นมาได้หรอก แต่คนที่ชอบศึกษาหาความรู้ ยิ่งเรียนยิ่งท่องยิ่งดูยิ่งสนุกสนานเบิกบานใจ ขอระวังไว้เพียงว่า ท่องไปเรียนมา จากเรื่องปราสาทหิน กลายเป็นโรคประสาท จะเดือดร้อนหมอเปล่า ๆ เท่านั้น . เมื่อแยกความรู้สึกออกจากกันได้แล้ว ผมจะเริ่มที่ "นครธม" ก่อน เพราะขณะนี้ก็ใกล้จะเที่ยงวันแล้ว ไกด์มอมบอกว่า เที่ยวปราสาทละแวกนี้ให้จบในตอนช่วงเช้า ช่วงบ่ายไว้เดิน "นครวัดเพียงแห่งเดียว" . ภาพนี้จากกล้องของวันศุกร์.... ท่านคงจะทราบนะครับว่า ขณะนั้นผมยอมรับช่างภาพท้องถิ่นเป็นช่างภาพประจำตัวไปแล้ว . . ตำราบอกไว้ว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างนครหลวงขนาดมหึมาขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 1724 เป็นเมืองรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีกำแพงล้อมรอบยาวด้านละ 3 กิโลเมตร สูง 7 เมตร และคูเมืองรอบกำแพงกว้าง 100 เมตร ตรงกลางกำแพงแต่ละด้านมีประตูหนึ่งประตู ยกเว้นทิศตะวันออกมีสองประตู เหนือประตูทำเป็นปรางรูปพระพักตร์อวโลกิเตศวร พื้นที่ในเขตกำแพง มีขนาดถึง 9 ตารางกิโลเมตร หรือกว่า 5,000 ไร่ ความยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ทำให้นครหลวงแห่งใหม่ถูกเรียกในเวลาต่อมาว่า "นครธม" หรือเมืองใหญ่ ท่านเห็นประตูเมืองนะครับ นางแบบหน้าประตูของผมเหลือตัวนิดเดียว ประตูนี้เป็นประตูทางด้านทิศใต้ ชื่อว่าประตูตอนเล-อม เป็นทางออกที่จะมุ่งไปนครวัด . เพราะเมืองนครธม ยังมีประตูเมืองแคบ ๆ พอที่จะให้ช้างเดินผ่านได้ บริษัทผู้จัดการท่องเที่ยวก็บอกว่า คณะทัวร์ที่เดินทางด้วยรถคันเล็ก ๆ ก็เข้าไปเหอะ แต่ผู้ที่เดินทางมาด้วยรถบัส ต้องเปลี่ยนเป็นรถของบริษัท หรือนั่งช้าง หรือนั่งรถม้า หรือจะเช้ารถกอล์ฟแบบคุณนายเข้าไปก็ได้ .
. . การเดินทางเข้าสู่เมืองนครธมต้องเดินข้ามสะพานหินที่ทอดตรงสู่ประตูเมือง ราวสะพานข้างซ้ายสลักรูปเทวดา 54 รูป ราวสะพานข้างขวาสลักรูปอสูร 54 รูป กำลังฉุดพญานาค โดยมีปรางค์เหนือเหนือประตูเมือง เปรียบเสมือนเขามันทระที่ใช้ในการกวนเกษียรสมุทร .
อสูรตนนี้ ชื่อ เจ้าชายเจี๊ยบวรนัย เข้ามาช่วยฉุดพญานาคกับเขาด้วย . . โอ๊ย...! ยังอยู่ที่ประตูนครธมเลยครับ เหนื่อยซะแล้ว..... ผมขออนุญาตกดคำว่า "แผยแพร่" ก่อนนะครับ และจะนั่งเขียนเรื่องนครธมต่อให้จบวันนี้ เพราะหากผมมัวแต่ช้า เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือระบบเกิดมีปัญหา ที่เขียนมาใส่รูปมาข้างต้นจะหายหมด เคยเป็นเช่นนั้นไหมครับ? ผมเป็นบ่อย ๆ (ช่วงนี้ไว้วางใจอะไรไม่ค่อยจะได้นะครับ ปราสาทพนมรุ้ง มันยังขึ้นไปทุบหินเพื่อตัดไม้ข่มนาม ผู้รู้เขามองเจตนาออกว่า มันทำ...ไปทำไม? ที่เมืองนครฯ มันก็ให้น้องเขยไปเหยียบฐานศาลหลักเมืองที่สนามหน้าเมือง ไปยิงปืนสลุตที่เขาขุนพนม ทำตัวยังกะจะเป็นเจ้าฯ คงจะบ้าไปกันใหญ่แล้วครับ) หรือจะลองไปอ่านเรื่องนี้ก็ได้ครับ ...ปรากฏการณ์พนมรุ้ง การผลิตซ้ำ อวิชชา ของสังคมไทย อาจารย์ศุภศรุตมีมุมมองที่น่าสนใจ http://www.oknation.net/blog/voranai/2008/05/21/entry-1 . . หากท่านเข้ามาก่อนเที่ยง จะเห็นเพียงสั้น ๆ แค่นี้ บ่ายเข้ามาอีกครั้งนะครับ หรือจะเข้ามาอ่านพรุ่งนี้อีกก็ได้ หากใจของท่านปรารถนา..... . ผมไปทานอาหารเช้า..แป๊บ........ปู้น....ปู้น.... . |