• มะอึก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sochth@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-05
  • จำนวนเรื่อง : 558
  • จำนวนผู้ชม : 201444
  • จำนวนผู้โหวต : 936
  • ส่ง msg :
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม 2551
.....ก๊อซซิบบล็อกเกอร์(ด้วยภาพ)ที่ร้านหมูย่าง....ตรัง.....
Posted by มะอึก , ผู้อ่าน : 694 , 08:41:20 น.   | หมวดหมู่ : ท่องไปในธรรมชาติ  
พิมพ์หน้านี้


online

.

.

มาตอบคำถามเรื่องเซอร์ไพรซ์กันค่ะ

ใครตอบถูกเป็นคนที่....(พี่คนใส่แว่นจะเลือกหมายเลขไว้ในใจล่วงหน้า)

จะได้รับหนังแกะสลักตามภาพฝีมือคนใต้


มูลค่า 130 บาท ถือเป็นของฝากจากแดนใต้ที่บีนำมาให้นะคะ

.

บีถามคุณว่า..

"บล็อกเกอร์คนใส่แว่น"คนนี้ เป็นอะไรกับ "บล็อกเกอร์ลูกเสือหมายเลข 9"

ก. เป็นเพื่อนสนิท

ข. เป็นน้องชาย

ค. เป็นฝาแฝด

 

(ผู้ร่วมไปในทริปนี้ห้ามร่วมสนุกนะคะ และห้ามเปิดเผยคำตอบให้ใครรู้ด้วย)

.

.

 วิตามินบีได้เขียนเรื่องนี้ไว้ที่นี่  http://www.oknation.net/blog/babymind/2008/05/28/entry-2

จากพรุชิงสู่เมืองตรัง..ดินแดนหมูย่างและกาแฟหอมกรุ่น
 เราเจอความเซอร์ไพร์ซที่ไม่คาดฝัน!!!
.
.
.
.
.
.
จากนั้น  "คนใส่แว่น"  ที่หน้าตาดี  ได้บอกว่า
.
"ถอดหน้ากาก"
.
.
รายละเอียดสรุปความได้ว่า
.
.

จากการมา "ทำดี" ของ กลุ่ม BLOGGER หลายๆคน

ที่ มุ่งมั่น และ ตั้งใจ "ทำดีเพื่อน้อง"

ที่ สร้างความสุข และจุดประกายความฝัน  ให้ กับ "เด็กพรุชิง"

.

(ขอ อนุญาต นำภาพของคุณบีมาใช้)

ถามจริง

ถ้า คนปกติ

ไม่ใช่ "คนใจดำ"

ใคร  ไม่ยิ้มกับเด็กเหล่านี้ ครับ

$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$

ผมเอง

ก็  ร่วมยินดี ด้วยใจจริง

เมื่อ "พี่มะอึก"

บอกว่า จะมาแวะที่ บ้านผม "ตรัง"

.

ตามคติที่บ้านผมครับ

"ชาวตรังใจกว้าง  สร้างแต่ความดี"

ตอบรับด้วยความยินดี

และ

"ใจหาย"

ครับ

$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$

คง สงสัย ว่า

ทำไม ต้อง ใจหาย

มา.....จะเล่าให้ฟัง

$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$

เปิดตัวครั้งแรก

16 พฤษภาคม 2550

ก็ ปีกว่าๆ

ด้วย โลโก้

.

  

.

จุดมุ่งหมายเพื่อเรียก  เรตติ้ง ครับ

เพราะ ตอนนั้น

กระแส

"เกาหลีฟีเวอร์" มาก และ มาก

ต่อมา

เริ่มคิดตก ก็เลยหันมาใช้ โลโก้

.

เพื่อ

ให้ คล้ายตัวตนจริง

$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$

แล้ว

เกี่ยวอะไร กับ "ใจหาย"

นี่  กำลังจะบอก ครับ

เพราะ การต้อนรับ

ต้อง เจอตัวตน

และ ความลับ ที่ ปกปิดมานาน ว่า

"คนใส่แว่น (ที่หลงตัวเองว่า)หน้าตาดี"

ก็ ต้องเปิดตัวเอง ครับ

$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$

วินาที ที่ ผมมาถึงร้าน ที่นัดทีม

"ทำดีเพื่อน้อง"

เห็นหน้า "คุณมะอึก" ก็

ปกติ ครับ

เพราะ เห็นในรูป บ่อยๆ จน จำได้

แต่

พอ พี่มะอึกเห็นหน้าผม

ตกใจ

เพราะ ผมหน้าคล้าย

กับ

บลอกเกอร์ยอดนิยม

"ลูกเสือหมายเลข9" มาก

ก็

ดูรูปสิครับว่า

เหมือน หรือ ต่างกัน แค่ไหน

.

.

แล้วคุณว่า

คล้าย หรือ ต่างกัน ครับ

$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$

เอาเป็นว่า

ภาพ ที่อุตส่าห์อุปโหลกไว้กว่าปี

ว่า เป็น

คนหน้าตาดีแบบ เกาหลี

ก็

ต้องหมดครับ

ต่อไป

ต้องใช้ โลโก้ จริง

$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$

ที่ว่า ใจหาย

เพราะ ตอนนี้

กลายเป็น  พระสังข์ถอดเงาะแล้ว ครับ

ส่วน

อันไหนจะดีกว่า

ก็

ตัดสินกันเอง ครับ

.

.

.

.

พี่น้องครับอ่านแล้วให้ความรู้สึกที่ดีนะครับ

เมื่อวานผมหยุดเขียนเรื่อง 1 วัน 

เพื่อต้องการให้เรื่องนี้ถูกนำเสนอและถูกเปิดเผย

ทั้งส่วนของ "วิตามินบี"  และส่วนของ "คนใส่แว่น"

.

วันนี้ผมก็จะเขียนบันทึกของผมต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ

เช้าวันที่ 24 พ.ค. 2551 

หลังจากที่เราเดินชมทะเลหมอกที่หาดฉางหลางกันอย่างจุใจ 

คณะบล็อคเกอร์ก็เดินทางเข้าตัวเมืองตรังอีกครั้งหนึ่ง

เรานัดหมาย "บล็อคเกอร์คนสวย" และ  "บล็อคเกอร์คนใส่แว่น" ไว้ที่ร้านกาแฟ

.

"ร้านพงษ์โอชา"

คือร้านที่ "คนสวย" และ "คนใส่แว่น"  กำหนดให้พวกเราได้ลิ้มรสหมูย่าง

.

ทำไมต้องพงษ์โอชา  เขาว่ากันว่า

จากคำบอกเล่าของคนท้องถิ่นคนจะเริ่มแน่นร้านตั้งแต่เช้าตรู่และจะเริ่มซาลงในช่วง 8 โมงเช้า

(เสียดายที่วันนั้นกว่าเราจะไปที่ร้านก็ปาเข้า 8 โมงกว่าๆแล้ว เลยอดเห็นบรรยากาศยามเช้าของที่ร้านนี้ )

เนื่องจากเวลาที่เราไปนั้นถือว่าค่อนข้างสายมากแล้ว ติ่มซำจึงมีเหลือให้เลือกไม่มากนัก 

แต่คณะของเราไม่กลัวเพราะเรากลายเป็นแขก VIP  ของร้าน    อาจารย์คนสวยจัดเตรียมไว้เรียบร้อย

 ที่ร้านนี้ยังมีของกินอีกมากมายให้เลือก ตั้งแต่โจ๊ก, ก๋วยเตี๋ยว, ขนมจีน, บักกุ๊ดเต๋, ข้าวมันไก่, ปาท่องโก๋ สังขยา

และที่ขาดไม่ได้เห็นจะเป็นน้ำชากาแฟที่มักจะเป็นของคู่บารมีของร้านติ่มซำทั่วไป นั่นเอง

.

วันนั้นพวกเราได้ทานอาหารหลาย ๆ อย่างสมความอยาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ผมอยากทานหมูย่างมาก  ก็ได้ทานสมอยาก

กาแฟร้อน 1 ถ้วย  ชาร้อนอีก 2 ถ้วย

ดื่มอย่างไม่อายใครครับ

.

ที่สับหมูย่างอยู่หน้าร้านซ้ายมือ ไปยืนดูเขาสับครับ  แต่ไม่ได้ถ่ายภาพ

(ภาพนี้จากอินเตอร์เน็ท)

.

หมูย่างเมืองตรังน่าทานไหมครับ?

(ภาพจากอินเตอร์เน็ทอีกนั่นแหละ)

.

(ตำนานหมูย่างนี้  นำมาใส่ไว้ให้เรื่องหมูย่างเมืองตรังสมบูรณ์เท่านั้นครับ  อ่านผ่าน ๆ ไปก็ได้ครับ  ผมลอกเขามา)

หมูย่างเมืองตรัง…ตำนานอาหารฮ่องเต้…สู่สามัญชน

ที่มาของข้อมูล   : หอการค้าจังหวัดตรัง  และหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง

หมูย่าง เกิดขึ้นในประเทศจีน  เมื่อประมาณหนึ่งพันปีมาแล้วในสมัยราชวงศ์ถัง 

การค้นพบวิธีการย่างหมูนั้นช่างเป็นการบังเอิญเหลือเกิน    ในขณะที่พ่อครัวในพระราชวังกำลังปรุงอาหาร  ทำหมูชิ้นหนึ่งตกลงไปในเตาถ่าน  จนเนื้อสุกและหนังไหม้   

พ่อครัวลองหยิบมาชิม  รู้สึกว่าหมูชิ้นนั้นมีรสชาติหอมกรอบอร่อย    จึงทำให้เขามีความคิดว่า  การนำหมูมาย่างเป็นอาหารจะอร่อยกว่าการนำไปใช้ทำอาหารอย่างอื่น    

ดังนั้นพ่อครัวจึงทดลองนำหมูมาย่างแล้วนำขึ้นถวายฮ่องเต้    

ฮ่องเต้ทรงโปรดมาก  เนื่องจากเมื่อย่างหมูพอสุกพอเหมาะ  หนังหมูจะมีสีเหลืองดุจทองคำสุกอร่าม 

ฮ่องเต้จึงตั้งชื่อหมูย่างนี้ว่า “หมูทอง”    ชาวจีนใช้ชื่อนี้เรียกมาจนถึงปัจจุบัน

.

เวลาผ่านมานับพันปี   วิชาการหมูย่างได้เผยแพร่โดยการสืบทอดตระกูลของพ่อครัว    

จนกระทั่งมาถึงมณฑลกวางตุ้ง    ซึ่งเป็นมณฑลที่ชาวเมืองมีฝีมือในการปรุงอาหาร  จะเห็นได้จากอาหารจีนที่มีรสอร่อยที่สุดจะปรุงโดยพ่อครัวชาวกวางตุ้งทั้งสิ้น 

ดังนั้นจากเดิมหมูย่างซึ่งเป็นอาหารเฉพาะของฮ่องเต้ก็เริ่มแพร่หลายมาเป็นอาหารของสามัญชน  และถือว่าหมูย่างเป็นอาหารระดับฮ่องเต้

.