• มะอึก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sochth@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-05
  • จำนวนเรื่อง : 585
  • จำนวนผู้ชม : 228449
  • จำนวนผู้โหวต : 980
  • ส่ง msg :
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



วันศุกร์ ที่ 13 มิถุนายน 2551
.....เกาะแกร์...เรื่องที่ 500..อัฟเดทภาพแล้ว.....
Posted by มะอึก , ผู้อ่าน : 465 , 12:34:18 น.   | หมวดหมู่ : ท่องไปในธรรมชาติ  
พิมพ์หน้านี้


online

.

.

เขียนเรื่องเกาะแกร์วันนี้  เป็นเรื่องที่   500  พอดี

ไม่มากหรอกครับสำหรับเรื่องที่ผมอยากจะเขียน  น้อยไปด้วยซ้ำกับช่วงเวลาที่ผ่านไป

ผมทราบเพียงว่า  ใน 500 เรื่องราวนั้น

เป็นเรื่องราวแห่งความสุข  อิ่มเอมใจของตัวผมเอง

และผมไม่เคยหยดยาพิษลงบนตัวอักษรเพื่อทำร้ายผู้อ่านและผู้ที่ถูกกล่าวขานถึง

ส่วนบุคคลสาธารณะที่ผมพาดพิงถึงเขาบ้าง   ก็แค่ขำ ๆ เท่านั้น

.

.

มีบ่น....มีบ่น....มีบ่น

.

.

เรามาว่าเรื่องของการไปท่องเที่ยวแล้วนำกลับมาเล่าเพื่อเป็นความรู้กันดีกว่า

หากปล่อยเรื้อรังมากกว่านี้  จะเกิดความเสียหายต่อทางราชการ

เพราะทริปไปดูก้อนหินพูดได้กำลังจะเริ่มขึ้นมาอีกแล้วในเร็ววันนี้

เที่ยวครั้งต่อไป  อยู่ในประเทศ  แถว ๆ อีสานบ้านเฮาก็พอ

โปรแกรมกำหนดไว้ว่า

 สำรวจเส้นทาง “มรดกโลก” ราชมรรค

 จากวิมายะปุระ เขาพนมรุ้ง บ้านบุ เมืองต่ำ ทะมอ และกลุ่มปราสาทตาเมือน

3 วัน สองคืน

นำเสนอรายการโดย....เจ้าชายเจี๊ยบวรมัน....เช่นเคย

"โหด.....มัน.....ฮา"

.

.

แผนที่จากเสียมเรียบไปเกาะแกร์

.

.

จากเกาะแกร์อีกนิดเดียวก็ถึงปราสาทเขาพระวิหาร

แล้วท่านคิดว่าเกาะแกร์สำคัญหรือไม่ในอนาคตสำหรับการท่องเที่ยวของประเทศกัมพูชา?

เพียงแค่ใส่โปรแกรม

"  ดูปิรามิดเกาะแกร์...ตระการตาบึงมาเลีย...ลอยกระเช้าขึ้นเขาพระวิหาร "

แค่นี้ก็ขายฝรั่ง...เกาหลี....ฯลฯ  ได้อย่างสบาย

เผลอ ๆ คนไทยอย่างพวกผมนี่แหละจะซื้อบริการเหล่านี้ด้วยความสมัครใจอีกครั้ง

.

ชาวสยามที่ไม่รู้จักคุณค่าของก้อนหินเก่า ๆ หลาย ๆ คน

มัวมานั่งทะเลาะเรื่องหวงดินแดน  เสียดินแดนให้เขมรต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

เขาหารู้ไหมว่า  ในใจกลางพระนครหลวงของประเทศ

เกาะแก่งสถานอันวิไลงามตา

สายน้ำลำธารฉ่ำเย็น

ถูกชาวต่างชาติชื้อโฉนดไปแล้วมากมาย

.

เรามาเลิกสร้างกระแสรักชาติกับเขาพระวิหารดีกว่าครับ

การคอรับชั่นและแสวงหาผลประโยชน์ในประเทศกัมพูชา

เขาเล่นกันสด ๆ ไม่มีเลือดหยดเหมือนบ้านเราครับ

อูย.....ขอโทษ....จิ้มเพลินไปหน่อย

.

.

.

วันนั้นคณะบล็อคเกอร์  ไม่เดียวดายสำหรับการเดินไปตามขอบระเบิด

เพราะเรามีเพื่อนต่างชาติอีก 1 คันรถบัส

ภาพนี้ถ่ายตอนจอดเพื่อซื้อบัตรเข้าชม  และให้สมาชิกเข้าห้องน้ำ(ที่ดีและสะอาดมาก)

.

เจอสะอาด ๆ เช่นนี้  ผู้ชายแทบจะไม่กล้าปฎิบัติกิจ

เพราะมองไม่ออกว่าที่ล้างหน้า  หรือรางปัสสาวะ+

ยืนเถียงกันหลายคำทีเดียว

สุดท้ายไปเจออีกแห่งหนึ่ง  มีอ่างล้างหน้าแยกต่างหากอีก 2 จุด  จึงได้ข้อสรุป

ห้องผู้หญิงเป็นอย่างไรก็ไม่ทราบได้

.

.

แล้วเราก็เดินดูปราสาทด้วยกันอย่างมีความสุข

โดยไม่พูดจากันเลย

.

.

.

ผมเขียนเล่าเรื่องการไปเที่ยวปราสาทครั้งนี้

ใจจริงไม่อยากจะนำชื่อกษัตริย์มาใส่ไว้ให้ผู้อ่านปวดหัว

เพราะเป็นเรื่องที่รกรุงรัง  ขนาดกษัตริย์สุโขทัย  อยุธยา เรายังปวดหัวจะแย่

แล้วต้องมานั่งท่องชื่อกษัตริย์เขมร  ที่ลงท้ายด้วย...วรมัน..เหมือนกันทั้งหมด

เวียนหัวตายห่า! !

.

อาจารย์ศุภศรุต  ท่านทราบปัญหาข้อนี้ดี

ป้ายชื่อที่เราใช้แขวนคอครั้งนี้  ด้านหลังจึงมีชื่อกษัตริย์ครบทุกพระองค์

มีประโยชน์มากมายครับ(สำหรับผม)

.

ป้ายชื่อนี้แหละครับมีพระนามกษัตริย์เขมรครบถ้วน

แขวนเดินทั่วประเทศกัมพูชาอย่างภาคภูมิใจในงานรีไซเคิล

.

ปราสาทเนียงขมา

เขาว่าโดนไฟไหม้  จึงมีสภาพเช่นนี้ครับ

.

.

ประวัติศาสตร์ในดินแดนเขมรแห่งนี้มีมายาวนาน

พุทธศตวรรษที่ 13  มหาราชาแห่งชวายกกองทัพมาตีอาณาจักรเจนละ

แล้วจูงมือเชื้อพระวงศ์เขมรไปชุบเลี้ยง

.

คำว่า"ชุบเลี้ยง"  แปลว่าอุปการะเลี้ยงดู

เช่น  ชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าสี่เหลี่ยม  ชุบเลี้ยงชายชราคนหนึ่งที่มีจมูกเป็นอาวุธ

ให้เป็นหัวหน้าพรรค  และยอมให้เป็นนายก

ประมาณนั้นแหละครับ

.

.

เมื่อเวลาผ่านไป  ก็มีเจ้าชายพระองค์หนึ่งเดินทางกลับมายังแผ่นดินกัมพูชา

ทำสงครามรวบรวมอาณาจักร  และมีชัยชนะเหนือดินแดนแว่นแคว้น

ปี พ.ศ. 1345  เจ้าชายพระองค์นั้นจึงทรงประกอบพิธีเทวราช

ประกาศอิสรภาพให้กัมพูชาไม่ขึ้นกับชวาอีกต่อไป

(นึกถึงสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไว้นะครับ...คล้าย ๆ กัน).

เจ้าชายองค์นั้นสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์  มีพระนามว่า "พระเจ้าชัยวรมันที่ 2"

และสถาปนาราชธานีขึ้นใหม่ที่ "มเหนทรบรรพต หรือ เขาพนมกุเลน"

ต่อมาย้ายไปที่หริหราลัย  (โลลั๊วะ)ใกล้ ๆ เสียมเรียบนั่นแหละครับ

.

.

มีคำถามอีกแล้วครับท่านผู้ชม

แล้วชัยวรมันที่ 1 เป็นใคร?มีตัวตนหรือเปล่า?

ไม่ทราบซีครับ!

ตอบตามตำราได้ว่า  พระเจ้าชัยวรมัน  มีชีวิตอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 11

พระเจ้าชัยวรมันที่ 1 มีชีวิตอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 12

พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 มีชีวิตอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 14

.

.

"ชัยวรมันที่ 2"  สวรรคต

พระโอรสก็ขึ้นครองราชย์ ชื่อว่า "ชัยวรมันที่ 3"

"ชัยวรมันที่ 3" สวรรคต

พระญาติของ"ชัยวรมันที่ 2" ขึ้นครองราชย์  ชื่อว่า "อินทรวรมันที่ 1 "

"อินทรวรมันที่ 1"สวรรคต 

พระโอรสของ"อินทรวรมันที่ 1"  ขึ้นครองราชย์  ชื่อว่า  "ยโศวรมันที่ 1"

.

.

ยโศวรมันที่ 1 ทำสงครามแผ่ขยายราชอาณาจักรออกไปอย่างกว้างขวาง

เมื่อรวมรวมแว่นแคว้นต่าง ๆ ได้  ยโศวรมันที่ 1 ก็ย้ายนครหลวงจากหริหราลัย

มาสร้างราชธานีใหม่  คือเมืองยโศธรปุระ  อันมีศูนย์กลางคือภูเขาพนมบาแคง

คือปราสาทที่สาวคนนั้นขึ้นไปนั่งทับศิวลึงค์พระอิศวรให้พระอิศวรชิมของแปลกไง?

นึกออกไหมครับ  หากนึกไม่ออกก็ลองเปิดดู  แล้วท่านจะนึกออก

.

.

การสืบทอดอำนาจที่ผมนำมาเล่านั้นตำราเขาก็ว่าค่อนข้างจะไม่มีปัญหานัก

มาเริ่มส่อเค้าตอนที่จะยื่นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญนี่แหละ

เอ๊ย ! พิมพ์ผิด....ขอโทษครับ

.

.

"ยโศวรมันที่ 1 " มีพระโอรส 2 พระองค์

เมื่อยโศวรมันที่ 1 สวรรคต

พระโอรสองค์ที่ 1 ขึ้นครองราชย์  ชื่อว่า "หรรษวรมันที่ 1" (พ.ศ.1453 - 1468)

หรรษวรมันที่ 1 สวรรคต

พระโอรสองค์ที่ 2 ของยโศวรมันที่ 1 ขึ้นครองราชย์

ชื่อว่า  "อีศานวรมันที่ 2" (พ.ศ.1468 - 1471)

.

.

เขียนมาถึงตอนนี้ท่านก็ถามว่า  แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเกาะแกร์

มันส่อเค้าปัญหาอย่างไรละพี่มะอึก?

.

.

หลักฐานจากศิลาจารึกก็ได้กล่าวไว้ว่า

นับตั้งแต่ปลายรัชสมัยของ "หรรษวรมันที่ 1"  และตลอดรัชกาลของ "อีสานวรมันที่ 2"

"ชัยสิงหวรมัน" ได้สถาปนาศูนย์การปกครองแห่งใหม่แข่งกับกษัตริย์สองพี่น้องขึ้น

ที่นครโฉกครรคยาร์ แปลว่า เกาะแห่งเกียรติยศ

หรือเกาะแกร์  ที่เรากำลังจะเดินเข้าไปชมนี่แหละครับ

.

.

เฮอ! ......ปูพื้นอย่างเดียวก็เหนื่อยทั้งผู้ปูและผู้เดินผ่าน

รับฟังหรืออ่านไว้เถิดครับใครจะไปรู้เหตุการณ์ข้างหน้า

ท่านอาจจะเดินขึ้นเขาพระวิหารทางด้านประเทศไทย และนั่งกระเช้าลงทางด้านกัมพูชา

นั่งรถปรับอากาศเย็นสบาย  เข้าสู่กลุ่มปราสาทเกาะแกร์  อย่างมีความสุขก็ได้

.

.

ท่านเห็นไหมครับ?  นี่คือกำแพงปราสาทที่ยังคงเหลืออยู่

เพียงกำแพงก็มโหฬารแล้ว  เพราะการก่อสร้างยุคเกาะแกร์  ต้องใหญ่ไว้ก่อน  สวยไม่ต้อง

.

.

ชัยสิงวรมัน....คือใคร?

จากหลักฐานประวัติศาสตร์ที่คนรุ่นนั้นขีด ๆ เขียน ๆ ไว้บนหิน

พอจะบอกได้ว่า

ชัยสิงวรมัน  เป็นสวามีของน้องสาวองค์หนึ่งของยโศวรมันที่ 1

จึงมีศักดิ์เป็นอาของหรรษวรมันที่ 1 และอีสานวรมันที่ 2

.

.

เขาก็สันนิษฐานกันอีกว่า  เมื่อสิ้นสมัยของกษัตริย์ยโศวรมันที่ 1

หรรษวรมัน  และอีศานวรมัน  คงจะยังเป็นเด็กหรือทรงพระเยาว์

ชัยสิงวรมันก็ได้เป็นผู้สำเร็จราชการแทน  หรือเป็นที่ปรึกษาในทำนองนั้น

เพราะชัยสิงวรมันมีอำนาจมากมาย  มีไพร่พลมากมาย

ในปี พ.ศ. 1464  ชัยสิงวรมันจึงตั้งตนเป็นกษัตริย์  ทรงพระนามว่า "ชัยวรมันที่ 4"

และสถาปนาศูนย์แห่งอำนาจใหม่ที่เกาะแกร์  ซึ่งห่างจาก ยโศธรปุระทางตะวันออกเฉียงเหนือ 80 ก.ม.

.

.

ผมรวบรัดตัดตอนตรงนี้ว่า

เมื่อสิ้นสมัยของ "ชัยวรมันที่ 4"  ความยิ่งใหญ่อลังการณ์ของเกาะแกร์ก็เสื่อมถอยลง

พระโอรสของชัยวรมันที่ 4 คือ "หรรษวรมันที่ 2 " ขึ้นครองราชย์ได้ 3 ปี

"ราเชนทรวรมัน" ก็ขึ้นครองราชบัลลังก์  และย้ายเมืองหลวงกับยโศธรปุระอีกครั้ง

แกะแกร์ก็ถูกทิ้งร้างไว้ในป่า

จนพวกเราได้ไปเที่ยวชมกันวันนี้แหละครับ

.

.

ประวัติของเกาะแกร์ก็มีแค่นี้

กี่ตำรา ๆ ก็พูดไว้แค่นี้  ไม่มีอะไรแตกต่างกัน

แตกต่างก็เฉพาะสำนวนการเขียนเท่านั้น

.

ผมอ่านหลาย ๆ เล่ม  และนำมาเรียบเรียงให้อ่านรู้เรื่องขึ้น

จัดลำดับตระกูลวรมันทั้งหลายให้เข้าที่เข้าทาง

หากท่านเข้าใจและไม่มึนงง  รับรองครับเดินดูหินสนุก

.

.

ข้างหลังนั่นแหละครับปิระมิดเกาะแกร์

ซึ่งเป็นปราสาทรูปทรงปิรามิดแบบขั้นบันได  ความสูงกว่า 40 เมตร

บนยอดเคยเป็นปราสาทใหญ่ที่ประดิษฐานศิวลึงค์ที่มีความสูงถึง 18 เมตร

เอาวัดขนาดไว้แล้วเจ๊  ไม่ต้องไปวัดอีกครั้งหรอกครับ

.

.

บันไดทางขึ้นคงชำรุด  เขาจึงไม่ให้ปีนขึ้นไป

เลยต้องนั่งตื่นตาและเหน็ดเหนื่อยไปกับ "ปราสาทธม"อยู่ข้างล่าง

.

.

จบเรื่องที่ 500 ไว้เพียงนี้

ภาพประกอบต่าง ๆ จะนำมาใส่ไว้เพิ่มเติม  หรือจะขึ้นเรื่องใหม่?

หรือจะนำศิวลึงค์ตามปราสาทต่าง ๆ ในกลุ่มเกาะแกร์มาเสนอ?

ก็จะว่ากันต่อไป

ศิวลึงค์แต่ละองค์  พระเดชพระคุณเอ๊ย

ใหญ่โตจริง ๆ

ในประเทศไทยไม่มีแน่นอน

.

อาจารย์เจี๊ยบด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ด้านหน้าด้วยใจระทึก

.

สยามแพทริออท...นำภาพนี้มาฝากเพื่อการเปรียบเทียบขนาด

.

.

เข้ามาถ่ายใกล้ ๆ แล้วครับ

เมืองเกาะแกร์...ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งศิวลึงค์หรือลึงคปุระ

ภาพนี้คือมหาศิวลึงค์แห่งเกาะแกร์

พระเจ้าชัยวรมันที่ 4  ทรงนับถือลัทธิไศวนิกาย  ที่เกาะแกร์จึงสร้างปราสาทหลายหลังเพื่อประดิษฐานศิวลึง

ที่ปราสาทลึงค์แห่งนี้  มีศิวลึงค์ขนาดยักษ์  วัดรอบวงกว่า 3 เมตรทีเดียวครับ

ถือว่าเป็นศิวลึงค์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในประเทศกัมพูชา

.

ขอบพระคุณครับ

.

.