• pancake
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : G.dexdee_G.dexden@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 37
  • จำนวนผู้ชม : 4292
  • จำนวนผู้โหวต : 6
  • ส่ง msg :
มือใหม่หัดบล็อก
กีฬา ภาพยนตร์ ละคร ดารา คนดัง นักร้อง เกมส์ และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย เด็กก็ดูได้ ผู้ใหญ่ก็ดูดีครับ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pancake
วันพฤหัสบดี ที่ 26 เมษายน 2550
เกรดดี-เรียนเก่ง พ่อแม่สุข-ทุกข์ลูก
Posted by pancake , ผู้อ่าน : 72 , 22:28:51 น.  
พิมพ์หน้านี้


เกรดดี-เรียนเก่ง พ่อแม่สุข-ทุกข์ลูก

ช่วงใกล้เปิดเทอม นอกจากเรื่องค่าเทอมที่พ่อแม่เป็นกังวลแล้ว "ผลการเรียนของลูก" นับเป็นอีกเรื่องที่พ่อแม่หลายคนกังวลและคาดหวังเอาไว้อย่างสูงว่าลูกจะต้องได้เกรดที่ดี เรียนเก่ง
เพราะถ้าผลการเรียนออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่พ่อแม่ตั้งความหวังไว้ พ่อแม่จะรู้สึกมีความสุขและภาคภูมิใจในตัวลูก

แต่ถ้าเมื่อไรเกรดตกหรือได้ต่ำกว่าเดิม พ่อแม่จะรู้สึกเครียดและเป็นทุกข์ พยายามเคี่ยวเข็ญลูกอย่างเต็มที่ สรรหาสถาบันกวดวิชา จัดตารางเรียนพิเศษให้ลูกหลังเลิกเรียน เรียนพิเศษวันหยุด และรู้สึกมีอารมณ์หงุดหงิดทุกครั้งเวลาคุยกับลูกเรื่องการเรียน

แต่พ่อแม่รู้หรือไม่ว่าความสุขของพ่อแม่ที่มีต่อผลการเรียนของลูก ทำให้ลูกเป็นทุกข์และเป็นผลให้ลูกรู้สึกเบื่อเรียน จนถึงขั้นไม่อยากเรียนหนังสือ

ศ.เกียรติคุณ พ.ญ.วัณเพ็ญ บุญประกอบ กรรมการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ให้คำแนะนำสำหรับพ่อแม่ที่เป็นกังวลเรื่องเรียนของลูกว่า
พ่อแม่หลายคนมักเอาผลการเรียนของลูกนำหน้าจนลืมว่าเด็กจะรู้สึกอย่างไร คิดอย่างไร มีความสุข ความทุกข์กับอะไรบ้าง ชีวิตของเด็กที่เต็มไปด้วยการเรียน โดยเฉพาะหากเด็กยังอยู่ในชั้นประถมต้น แล้วพ่อแม่ให้เรียนพิเศษหลังเลิกเรียนทุกวันๆ ละ 1 ชั่วโมง หรือทุกวันอาทิตย์อีก 3 ชั่วโมง เด็กย่อมจะเบื่อเรียน และเห็นการอ่านหนังสือเป็นเรื่องที่ไม่สนุก ไม่น่าทำ ผสมกับการที่พ่อแม่มีอารมณ์ไม่พอใจ ดุว่าเด็กบ่อยๆ เกี่ยวกับการเรียน เด็กจะเห็นการเรียนเป็นศัตรู และจะไม่ชอบการเรียนเป็นอย่างยิ่ง


ชีวิตของเด็กจะพัฒนาเติบโตไปได้ดีหรือสมบูรณ์ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย และประสบการณ์ที่เด็กได้มีโอกาสสัมผัส เด็กที่เอาแต่เรียนจะขาดทักษะในการดำเนินชีวิตหลายอย่าง ทั้งการพัฒนาด้านกล้ามเนื้อใหญ่-เล็ก ทักษะการใช้มือ สมอง การประสานร่วมกันของอวัยวะ การเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว ทักษะสังคม การปรับอารมณ์ มนุษยสัมพันธ์ การแก้ปัญหา การตัดสินใจ ฯลฯ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เด็กที่เรียนอย่างเดียวจะไม่มีโอกาสเป็นตัวของตัวเอง ในการดำเนินชีวิตขาดการรู้จักเผชิญและทักษะการแก้ปัญหาที่มีในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากในการดำเนินชีวิตต่อไปของเด็ก

การเรียนของเด็กนั้นจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้ต้องฝึกฝน ฝึกหัดการพึ่งตนเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง หัดคิดเอง มีเหตุผลประกอบ แม้ระยะแรกๆ จะเป็นการคิดเข้าข้างตัวเองก็ตาม เด็กจะต้องมีประสบการณ์หลายอย่างตามธรรมชาติและการใช้ชีวิตประจำวัน ผ่านการช่วยงานในบ้าน การเล่น การทัศนศึกษา หัดตัดสินใจ และหัดสังเกต สิ่งเหล่านี้ต้องมาจากความเป็นอยู่ในทุกๆ วัน มิใช่แต่นั่งเรียนหนังสือ และเรียนพิเศษอย่างเดียว

ในการปฏิบัติเช่นนี้ เด็กจะหัดควบคุมอารมณ์ พฤติกรรม ฝึกความรับผิดชอบ ฝึกหัดทำไปทีละน้อย จากง่ายไปสู่ยากขึ้น งานชิ้นเล็กไปสู่ชิ้นที่ใหญ่ขึ้น เพื่อให้เด็กรู้สึกว่าตนทำได้ มีความภูมิใจ ประการสำคัญเด็กจะต้องได้รับความชื่นชมจากผู้ที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา คือ พ่อ แม่ แทนการใช้อารมณ์ไม่พึงพอใจ ซึ่งพ่อแม่มักแสดงออกเสมอเวลาที่เด็กทำไม่ได้ตามที่หวัง

บางครั้งการคาดคั้นให้เด็กเรียนเก่งๆ อาจทำให้เด็กรู้สึกว่าเรื่องการเรียนเป็นเรื่องที่เขาไม่มีความสามารถ เพราะผลออกมายังไม่เป็นที่พอใจของพ่อแม่ ทั้งๆ ที่ผลการเรียนออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีหรือสูงกว่าเพื่อนๆ แล้วก็ตาม พ่อแม่กำลังทำให้เด็กเรียนตามที่สอน ตามที่บอกอยู่ตลอดเวลา เด็กไม่มีโอกาสได้คิดทำ พึ่งตนเองหรือริเริ่มทำอะไรบ้างไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเล่น และประสบการณ์ภายนอกห้องเรียน

พ่อแม่ลักษณะนี้กำลังทำให้เด็กเข้าใจว่า เรื่องการเรียนของเขานั้นเป็นความรับผิดชอบของพ่อแม่ หรือของครู ซึ่งเคี่ยวเข็ญเขา คอยสั่ง คอยตามให้ทำ มากกว่าให้เด็กรับผิดชอบเอง ประการสำคัญทำอะไรก็ไม่เป็นที่พอใจของพ่อแม่ ทำให้ถูกดุบ่อยๆ ย่อมทำให้เด็กรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจ จนทำให้เด็กรับรู้ด้วยตัวเองว่า "เขาด้อยความสามารถ เขาทำเองไม่ได้ เขาไม่ต้องรับผิดชอบ" ฯลฯ ซึ่งเป็นอันตรายในการเรียนรู้ของเด็กต่อไปในอนาคต

พ่อแม่ไม่ควรเอาผลการเรียนของลูกมาเป็นเรื่องหลัก แต่ควรเอาจิตใจของลูกเป็นหลัก เพื่อพัฒนาเด็กให้มีกำลังใจ เกิดความรัก และไว้วางใจพ่อแม่ ดังนั้นพ่อแม่ควรชื่นชมลูกในด้านดี ควรฝึกหัดให้เด็กมีความรับผิดชอบ แม้จะทำได้บ้างไม่ได้บ้างก็ตาม

พ่อแม่ควรคุยกับลูกเรื่องอื่นๆ อย่าเอาเรื่องเรียนมาเป็นข้อสนทนาเรื่อยๆ สนใจในสิ่งที่ลูกเล่น ลูกทำ เล่นกับเขา ระหว่างการเล่นมีการสอดแทรกสอนกฎกติกาการเล่นโดยเด็กไม่รู้ตัว เช่นการเล่นขายของ พ่อแม่เล่นเป็นคนซื้อ ให้ลูกคิดเลขเป็นคนขาย หรือถ้าลูกเป็นเด็กผู้ชายให้เล่นออกกำลัง เล่นเกม เพราะการเคลื่อนไหวจะช่วยพัฒนาสมอง แต่ต้องระวังไม่ให้เหนื่อยเกินไป จัดระเบียบชีวิตประจำวันให้ดี เป็นเวลาในการกิน เวลานอน เวลาเรียน เวลาเล่น เวลาทำการบ้าน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยระยะเวลาและความสม่ำเสมอในการฝึกหัด ที่สำคัญพ่อแม่ควรพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเอง

นอกจากนี้พ่อแม่ควรเอาความสัมพันธ์ที่ดีของพ่อแม่และลูกมาเป็นพื้นฐาน ฝึกระเบียบวินัยในความเป็นอยู่ ฝึกการช่วยเหลือตนเอง การงานในบ้าน เช่น ช่วยเช็ดโต๊ะ จัดโต๊ะ เก็บของ จัดกระเป๋า แม้ไม่เรียบร้อย ไม่สะอาดนัก เพียงแต่สอนและชมเมื่อเขาทำ เด็กยังอยู่ในระยะฝึกหัดย่อมจะไม่ถูกใจ แต่วันหนึ่งข้างหน้าเด็กจะทำได้ ซึ่งจะเป็นความภูมิใจของเด็กที่จะทำให้เขารู้สึกเป็นตัวเอง พึ่งตนเองได้ มีความสามารถทำได้ มีคนภาคภูมิใจเขา เด็กจึงจะรู้สึกอยากแข่งขันกับตัวเองให้ก้าวหน้าและดีขึ้น คุณสมบัติเหล่านี้เด็กจะนำไปใช้ในการเรียน การรับผิดชอบการเรียน รักเรียน อยากเรียน มีกำลังใจ

กำลังใจและคำชื่นชมของพ่อแม่ถือเป็นยาชูกำลังขนานเอกที่จะช่วยให้เด็กเติบโตขึ้นอย่างมีศักยภาพและพัฒนาตนเองได้ดีขึ้น

ที่มา - http://campus.sanook.com/teen_zone/spice_02252.php 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
เจเจค่ะ วันที่ : 26/04/2007 เวลา : 22.45 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
Good heart makes me beautiful.


เรียนแค่ปานกลาง

แม่เจเจ....ให้กำลังตลอดค่ะ ไม่ว่าได้เกรดเท่าไร

แม่บอกว่า เมื่อโอกาสที่บางคนยากจะไขว่คว้า ดังนั้นต้องสร้างคุณค่าให้เกิดสูงสุด

เห็นได้ว่าแม้ไม่เคี่ยวเข็ญ หากพ่อแม่เป็นแรงบันดาลใจ

เกรดก็สวยได้

เพราะสำนึกในหน้าที่ตนเอง

นะคะเด็กๆ




แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30