เรามาถึงศรีราชากันตอนเก้าโมงครึ่ง ทันลงเรือรอบสิบโมง ราคาบัตร 50 บาท
นั่งสัปหงกไปตามทางได้ราวครึ่งชม. ค่อยมองเห็นเกาะอยู่รำไร
พอเข้าใกล้ก็เห็นเรือสีสดใสจอดเรียงรายกันตามท่า
...สวัสดีสีชัง ฉันกลับมาอีกแล้วนะ

ก่อนออกเที่ยว กองทัพต้องเดินด้วยท้อง
หัวหน้าทัวร์เถื่อนและคณะลูกทัวร์เลยไปร้าน "เล็กท่าวัง" ที่หน้าวัง
สั่งกุ้งอบเกลือ ต้มยำ ปลาทอดราดน้ำปลา ฯลฯ สด กรอบ อร่อย
แต่ที่พลาดไม่ได้ คือเมนูเด็ดประจำร้าน... หอยฟันกระต่ายผัดฉ่า
หน้าตาเหมือนๆ กับหอยเชลล์ แต่เนื้อเหนียวหนุบหนับ เคี้ยวมันส์กว่า
กินกันจนอิ่มหนำสำราญ แทบไม่อยากแซะตัวเอง
ให้ลุกเดินเข้าไปเที่ยวในเขตพระราชฐานเป็นการย่อยอาหาร

เนื่องจากร้อนมาก เลยไม่ได้เดินไปที่สะพานอัษฎางค์
(ที่เห็นขาวๆ ใสๆ ในรูปนี่ล่ะค่ะ)
เลือกเดินเข้าไปทางเรือนไม้ริมทะเล และพิพิธภัณฑ์ "เรือนวัฒนา"
จากนั้นไต่ขึ้นไปบนเขา ชม "เรือนผ่องศรี" และ "เรือนอภิรมย์"
ทั้งหมดนี้เป็นสถานตากอากาศซึ่งรัชกาลที่ห้าทรงโปรดให้สร้างขึ้นบนเกาะ เมื่อปี พ.ศ. 2423

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่โลกนี้ยังมีวันอาทิตย์
ฉันเคยมาเที่ยวที่นี่ครั้งหนึ่งแล้วกับเพื่อนๆ ห้องฟูจิ
วันนี้พอได้มาอีกครั้งก็นึกถึงทุกๆ คนจัง
เมื่อไหร่จะได้ไปเที่ยวด้วยกันอีกนะ โฮกกกก

วันเสาร์นี้ นักท่องเที่ยวบางตา เดินไปทางไหนก็รู้สึกว่าเงียบสงบดีแท้
เหมาะแก่การมาพักผ่อนจริงๆ
ขนาดไปนั่งริมหาดเขาพัง ยังแทบไม่มีคน
เจอแค่ญี่ปุ่นชรากลุ่มเล็กๆ มาอาบแดด เล่นน้ำ
(ส่วนพวกเราก็จกส้มตำ ยำทะเล หมึกเผา หอยแครงลวก อย่างเอาเป็นเอาตาย)

เวลามีน้อย ใช้สอยประหยัด...
แดดร้อนเปรี้ยงๆ เลยไปแวะช่องเขาขาดแป๊บเดียวก่อนสลบ
พี่ก้อง สกายแล็ปที่ขับรับส่งพวกเราบอกว่าเรือมีสี่โมงและอีกรอบคือห้าโมง
เนื่องจากไม่อยากกลับกันค่ำ ทุกคนเลยตัดสินในไหว้ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่
ด้วยการยืนไหว้แค่ด้านล่างแทน ไม่ได้ขึ้นไปดูรอยพระพุทธบาทและชมวิว
ลงเรือ ต่อรถตู้ ถึงอนุสาวรีย์ชัยโดยสวัสดิภาพ
อิ่มหมีพีมันกันถ้วนหน้า
รวมค่าใช้จ่าย 1. ค่าเดินทาง 300 บาท 2.ค่าสกายแล็ป 250 บาท 3. กินอีกประมาณ 200.-
(รถบนสีชัง 1 คันนั่งได้ 4-6 คน หารแล้วเหลือคนละประมาณ 50 บาทค่ะ)