พิมพ์หน้านี้
|
"พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (กวนอิม) ปางมหาราชลีลา" เมื่อพูดถึงเจ้าแม่กวนอิม ใครๆ ก็รู้จัก และนับถือบูชากันทั่วเมืองนั้น เท่าที่ทราบ เจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์ ของพระพุทธศาสนา ฝ่ายมหายาน เป็นองค์เดียวกันกับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ในภาษาสันสกฤต ซึ่งมีต้นกำเนิดจากพระสูตรมหายานในอินเดีย และได้ผสมผสานกับความเชื่อพื้นถิ่นดั้งเดิมของจีน คือตำนานเรื่องพระธิดาเมี่ยวซ่าน ที่ก่อให้เกิดเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมในภาคสตรีขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความอ่อนโยน และแสดงถึงความเมตตากรุณาให้เด่นชัดยิ่งขึ้นดังเช่นความรักของมารดาที่มีต่อบุตร ส่วนใหญ่ชาวไทยเชื้อสายจีนและผู้ที่เคารพกราบไหว้บูชาจะคุ้นเคยกับการถ่ายทอดมาว่า ท่านเป็นสตรี บ้างก็ว่าทานเป็นบุรุษ ซึ่งถ้าหากเราได้เปิดใจที่จะเรียนรู้และรับทราบว่าการผสมผสานกลมกลืนทางความเชื่อที่ปราศจากข้อขัดแย้งนั้น ได้มีในสัทธรรมปุณฑรีกสูตรได้อธิบายเอาไว้แล้วว่า พระอวโลกิเตศวรนั้นสามารถแบ่งภาคเพื่อโปรดสรรพสัตว์ได้มากมายทั้งปางบุรุษและสตรี และเป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์มหายานที่เมื่อเข้าไปสู่ดินแดนอื่นทั้งทิเบต จีน หรือญี่ปุ่น ย่อมผสมผสานกลมกลืนได้กับเทพท้องถิ่นนั้น ๆ และในสมัยราชวงศ์ซ้องของประเทศจีน มีเป็นงานแกะสลักจากไม้ ตามความศรัทธาของจักรพรรดิในลักษณะท่านั่งเรียกว่า ปางมหาราชลีลา ซึ่งท่านั่งนี้มีลักษณะคล้ายกับท่านั่งขององค์จตุคามรามเทพที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันในเมืองไทยมีผลงานที่ออกแบบโดย อ. วิชัย สิทธิรัตน์ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ปางมหาราชลีลานี้ เราสามารถหาดูได้จาก อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี โดยขับรถมาตามเส้นถนนเพชรเกษม จนถึง 4 แยกบางแพ แล้วเลี้ยวไปทางที่จะไป อ. ดำเนินสะดวก ขับเลยแยกมาไม่ไกลจะเจอ "วัดหลวง" อยู่ฝั่งซ้ายมือเตรียมกลับรถ อุทยานตั้งอยู่เยื้องๆ วัดฝั่งขวามือ ท่านผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. ๐-๓๒๓๘-๑๔๐๑-๓ จากบทความข้อคิดของ Sir Charles Eliot ได้ตั้งข้อสังเกตว่า "คงเนื่องมาจากความสับสนทางความคิดของชาวจีนในยุคนั้น ซึ่งบูชาเทพเจ้าต่างๆ ของตนอยู่แล้ว และเมี่ยวซ่านก็เป็นเทพวีรชนดั้งเดิมอยู่ก่อน พออารยธรรมพระโพธิสัตว์จากอินเดียแผ่เข้าไปถึง ได้เกิดการผสานทางวัฒนธรรมเปลี่ยนชื่อเสียคงไว้เพียงแต่คุณลักษณะต่าง ๆ พอให้แยกออกว่าเป็นพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์" ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดแบบใด ไม่ว่าจะเป็นปางไหน ท่านยังทรงเป็นอริยบุคคล เป็นพระโพธิสัตว์และเป็นผู้มีปณิธานแน่วแน่ว่าจะอยู่คอยช่วยเหลือสรรพสัตว์ในโลกให้พ้นจากความยากลำบาก จนเป็นคนสุดท้าย ผู้ที่นับถือท่านมักไม่บริโภคเนื้อสัตว์โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่เช่น วัว ควาย เป็นต้น บางบ้านที่มีท่านไว้กราบไหว้บูชาจะไม่นำเนื้อสัตว์เหล่านี้เข้าบ้าน พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ปางมหาราชลีลา ที่เราเพิ่งได้รับทราบและเป็นความรู้ใหม่นี้ เป็นปางสุดท้ายในร่างบุรุษ ก่อนที่จะมาเป็นเจ้าแม่กวนอิมในร่างของสตรีที่เราคุ้นเคยกัน ไม่นานมานี้ได้มีผู้นำ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ปางมหาราชลีลามาทำเป็นวัตถุมงคล โดยด้านหน้าเป็นองค์จตุคาม รามเทพ ด้านหลัง เป็นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ปางมหาราชลีลา ใช้ชื่อรุ่นว่าขุมทรัพย์อันดามัน ทำพิธีกดพิมนำฤกษ์กลางทะเลอันดามัน เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายนที่ผ่านมา การจัดทำวัตถุมงคลในครั้งนี้ทำไว้สำหรับแจกเพียง ๙,๙๙๙ องค์เท่านั้น เพื่อมอบให้กับผู้ที่มีจิตศรัทธาร่วมสมทบสร้างสถูปเจดีย์ฯ ตั้งแต่ ๙๙ บาทขึ้นไป ซึ่งสถูปเจดีย์ฯนี้ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางฐาน ๒๖ เมตร สูง ๔๐.๙ เมตร ณ สำนักปฏิบัติธรรมพุทธจาริก บ้านห้วยเตง อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช สามารถร่วมสมทบได้ที่กองทุนสถูปเจดีย์สังเวชนียสถาน สำนักงานชั่วคราว จ. ภูเก็ต ๐-๗๖๒๓-๖๐๙๒ อานิสงส์ของการสร้างพระสถูปเจดีย์สังเวชนียสถาน ในมหาปรินิพพานสูตร มีกล่าวไว้ว่า ครั้งนั้นพระพุทธองค์ได้เสด็จสู่สาลวโนทยานที่เมืองกุสินารา ทำอนุฏ -ฐานไสยาสน์ เป็นการนอนครั้งสุดท้ายไม่คิดที่จะลุกขึ้นอีกแล้ว พระอานนท์ได้กราบทูลว่า ในกาลก่อน เมื่อออกพรรษาแล้วบรรดาพุทธบริษัททั้งหลายในทิศต่างๆ ต่างก็พากันเดินทางเข้ามาเฝ้าพระองค์ เมื่อไม่เห็นพระองค์จะปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า อานนท์ สังเวชนียสถาน สถานเป็นที่ตั้งแห่งความสังเวช ๔ ตำบลนี้ คือ พระเจดีย์สังเวชนียสถานอันเป็นสถานที่แทนมงคลสถานทั้ง ๔ ที่นี้ เราสามารถเข้าไปถวายสักการบูชาคุณของพระพุทธองค์ จิตที่เอิบอิ่มธรรมในการร่วมสร้าง ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาเป็นบุญเบื้องหน้า อานิสงส์ที่ผู้อื่นภายหลังกราบไหว้แล้วพบธรรมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ หรือแม้เกิดความอิ่มเอิบชโลมจิตย่อมเป็นอานิสงส์แก่ผู้ร่วมสร้างตราบชั่วพระเจดีย์นี้มีผู้พบเห็นและกราบไหว้ตลอดไป เรียบเรียงโดย ศรัญพักตร์ |
| It smells of you | ||
Signe Tollefsen |
||
|
View All |
||