พิมพ์หน้านี้
|
เดินตามรอยเท้า เรื่องเล่าของตัวหนังสือ บ่อยครั้งใช่ไหม ที่เราได้อ่านหนังสือแล้วหลงใหลอยากเดินทางท่องเที่ยวไปตามนั้น ครั้งหนึ่งฉันไปที่ดอยเต่า จำได้ว่าเป็นช่วงวันเด็ก และมีงานบุญที่วัดด้วย คืนนั้นไปค้างที่บ้านพ่อหลวงจอนิ โอโดเชา ปราชญ์ปกาเกอญอ ในช่วงค่ำคืนนั้น เรา นั่งคุยกัน มีกองไฟเล็กกันหนาว โธ...บนป่าบนดอยจะไม่ให้จุดไฟเลยเป็นไปไม่ได้ เพราะป่าอยู่คู่กับชีวิตกับผู้คน เรียกว่าต้องอยู่ต้องกินกับป่า แต่ ถ้าเราอยู่กินกับป่าตามสมควร คืออยู่ดูแลทำมาหากินไปด้วย ก็อยู่ได้ทำได้ มีหลายแห่งที่เขาอยู่กับป่าแบบพึงพาอาศัยกัน เราจะกันคนออกจากป่าหรือไม่ให้คนอยู่ในป่าเลยนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก ป่าก็ต้องการคนดูแล ป่ากับคนต่างมีชีวิตที่เกื้อหนุนกันมานาน ดังนั้นการจัดการป่าในเมืองไทยจึงเป็นละเอียดอ่อนมาก บทสรุปที่กล่าวว่า ให้คนที่อยู่ในป่า อยู่ไปเถอะและสนับสนุนส่งเสริมให้เขาดูแลป่าเพื่อทุก ๆ คน เอาล่ะ กลับมาที่กองไฟต่อดีกว่า ในระหว่างที่เรานั่งคุยกันอยู่นั้น นอกจากเจ้าของบ้านซึ่งมี พ่อหลวงจอนิ ลูกชายพ่อหลวงจอนิหนุ่ม ๆ สองคน คนหนึ่งชื่อฟฤ โอโดเชา คนนี้เขาเคยเดินเท้าจากเชียงดาวสู่กรุงเทพมาแล้ว เดินเพื่อบอกกล่าวให้ผู้คนรู้ว่า ในป่าเมืองไทยมีชาวเขาดูแลอยู่ ไม่ใช่ชาวเขาตัดไม่ทำลายป่าอย่างเดียวเหมือนที่รู้ ๆ กันมา เดินเพื่อขอกำลังใจของแรงสนับสนุนพรบ.ป่าชุมชนให้คนมีสิทธิอยู่ในป่าอย่างถูกต้องตามกฎหมายภายใต้พรบ.ป่าชุมชน เขาเดินถึงกรุงเทพฯจริง ๆ ฉันไปพบเขาตอนที่เขาเดินไปถึงตลาดสามชุก สุพรรณบุรี ที่ตลาดสามชุก มีชาวตลาดสามชุกมาให้กำลังใจมากมาย ขอออกนอกเรื่องนิดหนึ่งว่า ที่ตลาดสามชุก ตลาดร้อยปีนะมีของอร่อย ๆ ให้กินมากมาย และเขาดูแลเมืองไว้อย่างดี แบบไม่ต้องสร้างอะไรเพิ่มเลย ว่าแล้วก็คิดถึง อ้าว ! ยังไปไม่ถึงไหนเลย กลับมาที่กองไฟบ้านพ่อหลวงจอนิต่อนะคะ คือนอกจากลูกชายหน้าตาดีทั้งสองของพ่อหลวงจอนิแล้ว ยังมีผู้ชายหน้าดีแต่เป็นคนแปลกหน้าอีกคนหนึ่ง นี่แหละ เป้าหมายสำคัญของเรื่องล่ะ ผู้ชายหน้าตาดีคนนี้ เดินทางมาบ้านพ่อหลวงจอนิ เพราะเขาอ่านป่าเจ็ดชั้น ของพ่อหลวงจอนิ ที่รวบรวมโดย กรรณิการ์ พรมเสาร์ เบญจา ศิลารักษ์ เขาเดินทางมาจากฉะเชิงเทรา ทั้งที่ไม่รู้ว่า แม่วางอยู่ตรงไหน รู้แต่ว่าอยู่เชียงใหม่ ก่อนที่จะเดินทางมานั้นเขาเริ่มปลูกป่า บนที่ดินว่างเปล่าไปหลายไร่แล้ว ในวันเดินทางเขาเล่าว่ามีพี่น้อง เพื่อนบ้านมาส่ง มาอวยพรให้เขาเพราะเป็นการเดินทางที่มีความหมาย ที่เล่าเรื่องนี้เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญยิ่งของหนังสือที่ถูกบันทึกไว้ และเพื่อจะเข้าเรื่องว่า ด้วยคำถามที่ว่า บ่อยครั้งใช่ไหม ที่เราได้อ่านหนังสือแล้วหลงใหลอยากเดินทางท่องเที่ยวไปตามนั้น ใช่...ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เป็นเช่นนั้น (ขอเล่าความหลังสักนิดนะคะ เมื่อครั้งวัยเยาว์ ได้ดูหนังสือ อสท.ฉบับไหนก็ไม่รู้ก็ประมาณสามสิบปีมาแล้ว ช่วงนั้นยังเรียนชั้นประถม แต่โชคดีว่ามีพี่ชายเป็นครู ฉันจึงมีหนังสือสำหรับผู้ใหญ่อ่านตั้งแต่เด็ก เริ่มประถมปีที่สองก็อ่าน หนังสือมิตรครู อสท.พอขึ้นประถมสี่ก็เริ่มอ่านขวัญเรือนสกุลไทย เพราะพี่ชายมีเมียซื้อให้เมียอ่านน้องก็เลยได้อ่านด้วย หลังจากนั้นได้อ่านอิเหนาที่อยู่หลังปกวิทยาสาร จึงรู้เรื่องรัก ๆ ใคร ๆ และบทอัศจรรย์ตั้งแต่เล็ก ยังไม่ออกนอกเรื่องนะคะ นี่คือของหนังสือ อสท. ฉบับที่มีบันทึกเรื่องของเชียงใหม่ ฉันจำได้ติดตาว่า ในหนังสือเล่มนั้นมีดอกไม้มากมาย เมื่อเชียงใหม่เป็นเมืองดอกไม้ และเมืองร่มหลากสี ฉันอยากเดินทางมาเชียงใหม่เหลือเกิน นอกจากดอกไม้หลากสีแล้ว ในเล่มนั้นพูดถึงดอยสุเทพด้วย แต่กว่าความฝันจะเป็นจริงได้เดินทางมาถึงเชียงใหม่ เขาก็ว่ากันว่า เชียงใหม่เปลี่ยนไปแล้ว เชียงใหม่ที่ฉันฝันถึงเป็นอดีตไปแล้ว วัดพระธาตุดอยสุเทพก็กลายเป็นที่ขายของไปแล้ว ส่วนดอยสุเทพที่เป็นป่าก็ถูกรุกราน ที่ก่อสร้างอาคารแทบจะไม่เหลือผืนป่าแล้ว แค่สถานที่ราชการก็มากมาย แต่ก็ไม่ได้ผิดหวังเสียทีเดียว เมื่อมาถึงเมืองเชียงใหม่จริง ๆ ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ผ่านมาหลายปี ฉันได้รับการชักชวนให้เดินดอยสุเทพ พร้อม ๆ กับข่าวการตั้งชมรมเพื่อดอยสุเทพขึ้นในเมืองเชียงใหม่ มีข้อมูลเรื่องดอยสุเทพ ถูกส่งเข้ามา พูดถึงความหลากหลายในดอยสุเทพ ดอยสุเทพมีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรขึ้นไปจะมีไม้ที่เขียวตลอดปี ต้นไม้ที่นี่สูงประมาณ 30 มีป่าเหียงและป่าเบญจพรรณ ต้นไม้ในป่าเหียงยืนต้นอยู่ห่างๆ ส่วนใหญ่จะสูงไม่เกิน และพืชหลายชนิดไม่เคยพบจากแหล่งใดในโลกมาก่อน นอกจากความหลากหลายทางธรรมชาติของพืชแล้ว ดอยสุเทพยังเป็นบ้านของสัตว์นานาชนิด มีนกอย่างน้อย 326 ชนิด ผีเสื้อกลางวัน 500 ชนิด ผีเสื้อกลางคืน 300 ชนิด ( Banziger,1999) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 61 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 28 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 50 ชนิด ความหลากหลายทางธรรมชาติของดอยสุเทพ มีมากกว่าประเทศอังกฤษทั้งเกาะ ในขณะที่เกาะอังกฤษมีพื้นที่มากกว่าดอยสุเทพถึง 1,000 เท่า แต่ดอยสุเทพกลับมีจำนวนชนิดของพืชพรรณมากกว่าถึงร้อยละ 50 เอกสารอ้างอิงข้อมูลจากหนังสือสารคดี ฉบับเชียงใหม่ หลังจากอ่านแล้ง ฉันก็คาดหวังว่าจะได้พบกับสิ่งที่ได้อ่านมาทั้งหมดนี้ แล้วฉันจะมาเล่าให้ฟังในวันพรุ่งนี้ว่า หลังจากไปเดินแล้วได้พบกับอะไรบ้าง วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะคะ *****************************
โครงการร่วมเดิน ปั่นจักยานขึ้นดอย ยังไม่ปิดรับผู้ร่วมเดินทางนะคะ ปล.ข่าวฝากเพื่อสังคมค่ะ งานเดิน และปั่นจักรยาน ขึ้นดอยสุเทพ ตามรอยครูบา และดูแลสิ่งแวดล้อมค่ะ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2550 นี้ สำหรับผู้สนใจร่วมเดินทาง เริ่มโมงเช้าที่ลานครูบาศรีวิชัย กลุ่มเดินเท้าเดินตามเส้นทางป่าดอย ค่อยลัดเลาะไป ดูและฟังเสียงป่า ไปกินขนมอร่อย ๆ ที่วัดผาลาด และเดินต่อไปจนถึงลานวัดพะธาตุไปพบกับทีมปั่นจักรยานที่รออยู่แล้ว ในช่วงวันดี ๆ เช่นนี้ เราจะฟังธรรมเทศน์เรื่อง การอนุรักษ์ดอยสุเทพและสิ่งแวดล้อมของเชียงใหม่ ณ บริเวณลานวัดพระธาตุ ครั้งนี้เจ้าอาวาสจะได้เปิดใจเรื่องดอยสุเทพและวัดพระธาตุว่าท่านคิดอย่างไรกับความเปลี่ยนแปลงของดอยสุเทพและวัดพระธาตุดอยสุเทพ หลังจากดื่มด่ำกับธรรมชาติ ก็มาดื่มกินอาหารร่วมกัน พูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างเป็นธรรมชาติ งานนี้มีค่าใช้จ่ายเล็กน้อย เพื่อการจัดงานและเป็นทุนในการดำเนินงานของภาคีคนฮักเชียงใหม่ โดยชื่อบัตรเดินทางคนละ 199 บาท พร้อมรับเสื้อยืดหนึ่งตัว และข้าวหนึ่งห่อ และขนม ท่านที่จะเดินเท้าหรือปั่นจักรยาน ติดต่อล่วงหน้าล่วงหน้านะคะ โทร.ที่ 084 0415096 หรือ 085 0397138 หรือที่ ร้านหนังสือ สุริวงค์บุคเซ็นเตอร์ ร้านเล่า ร้านนันทขว้าง ร้านเมล็ดกาแฟ เอเดน กรีนเฮาส์ และสุดสะแนน ************************
|
| หนังสือหนังหา | ||
หนังสือของฉัน |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||