พิมพ์หน้านี้
|
เพื่อนโทร.มาคุยว่าดูภาพการบุกเข้าไปในรัฐสภา เพื่อปิดสภาให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยุติการทำงาน เห็นแล้วไม่สบายใจ กลัวเสียภาพพจน์ ฉันบอกเพื่อนว่า ฉันก็กลัว ฉันไมได้แกล้งพูด ฉันกลัวจริง และฉันเชื่อว่า มีคนคิดเช่นฉันอยู่จำนวนมาก การอยู่ในม็อบยิ่งอยู่นานยิ่งเหนื่อยยิ่งเครียด และความอ่อนไหวก็เกิดขึ้นง่าย โอกาสที่จะกระทบกันสูงมาก เพราะอยู่ในอารมณ์ที่พร้อมจะไปตามสถานการณ์ แตกหักได้ การปีนรัฐสภาการบุกเข้าไปในทำเนียบไม่ได้เกิดขึ้นครั้งนี้ครั้งแรก และฉันคิดว่าคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ที่ฉันพูดไม่ใช่ฉันไม่เห็นด้วยกับพวกเขานะ แต่ฉันไม่ชอบวิธีการ เธอพูดต่อ ฉันตอบเพื่อนไปว่า ก่อนที่เธอจะโทร.มา ฉันนั่งคิดอยู่คนเดียว เมื่อเห็นภาพ สารี อ๋องสมหวัง ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กำลังปีนกำแพงสูง ฉันชื่นชม สารีว่า เธอแรงดีมาก และมีแรงใจดีด้วย แต่ฉันกลัวจะตกลงมา เพราะฉันเป็นคนขี้กลัวเป็นที่สุดคนหนึ่ง อย่างฉันนี่แหละที่ชนชั้นปกครอง ชอบใจและอยากให้มีชีวิตอยู่ ฉันถามตัวเองว่าพวกเขา มีทางเลือกอื่นหรือ หากไม่ทำเช่นนี้ ฉันก็มองไม่เห็นทางเลือกอื่น และรู้สึกขอบคุณพวกเขา ที่ช่วยปีนขึ้นไปในขณะที่ฉันนอนอยู่ใต้ผ้านวมและบ่นว่าหนาว ในเวลาไม่ถึงสิบวันที่ต้องช่วงชิงกันให้ได้ สนช. ชุดนี้ขยันจริง ๆ ขนาดปิดประตูได้สามแห่งแล้ว ยังพยายามเข้าไปจนได้ทางได้สำเร็จ โดยผ่านทางประตูพิพิธภัณฑ์ช้างต้น ติดกับพระที่นั่งวิมานเมฆซึ่งเป็นประตูที่ไม่ค่อยได้เปิดใช้ นอกจากมีกิจกรรมพิเศษ เช่นวันเด็ก เห็นไหมล่ะ ทางหนีทีไล่ของเขาเยอะ เออ...นับถือใจเขาเหมือนกันนะ อะไรที่พวกเขามุ่งมั่นเช่นนั้น ในความเป็นคนด้วยกัน ถามอีกครั้งอะไรทำให้เขามุ่งมั่นเช่นนี้...ฉันก็เริ่มจะหวั่นไหวต่อความตั้งใจของเขาเหมือนกันนะ ฉันถามเพื่อนออกไปว่า หรือเราจะคอยแต่จะกลัวเสียภาพพจน์ แต่มีทางอื่นไหม ทาอื่น ๆ ที่น่าจะมี เช่น ทำจดหมายเข้าไป ยื่นจดหมาย หรือเดินไปแบบอ่อนน้อมแทบก้มกราบ แต่ก็ไม่เป็นที่สะดุดตาของใคร และสื่อก็ไม่เห็น เมื่อสื่อไม่เห็นก็ไม่เป็นข่าว
และไม่ค่อยจะมีสื่อเอาไปเขียน หรือนำเสนอในรายการวิทยุ โทรทัศน์ โดยเฉพาะสื่อส่วนกลางหรือสื่อกระแสหลัก ช่างเถอะ ถ้าจะเปรียบสนช.เป็นชายสมาร์ทและหญิงที่งดงาม แต่พวกที่ปีนกำแพงอย่าง สารี อ๋องสมหวัง เป็นสาวเถื่อน ก็คงไม่เป็นไรหรอก เถื่อนก็เถื่อนหากดูกันเท่านั้น ฉันสรุปเช่นนี้ ฉันยังนอนไม่ได้คืนนี้ ได้รับโทรศัพท์อีกสาย เพื่อนรุ่นน้องอีกคนหนึ่ง โทร.มาหายามคำคืน เธอบอกว่า พี่ช่วยด้วย ฉันรู้สึกแย่มาก คนที่ฉันเคยเคารพรักนับถือ คนที่เคยอยู่เคียงข้างคนจน คนที่เขียนถึงเรื่องราวว่าเห็นใจชนเผ่า ฉันไม่รู้ว่า คนเช่นนี้เปลี่ยนไปได้อย่างไร เขาคิดอะไรอยู่ ถึงเห็นดีเห็นงามกับ พรบ.ป่าชุมชน ฉบับไส้กลวง คือมาแต่กรอบของชื่อ แต่ไม่เป็นจริง คือชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าไม่สามารถจัดการกับป่าให้เป็นป่าเพื่อชุมชนเพื่อชุมชนได้ แต่เพียงขีดเส้นให้เขาอยู่ แต่หากินในผืนป่าไม่ได้ เก็บผัก เก็บหน่อไม่ได้แล้วจะเป็นป่าชุมชนได้อย่างไร พรบ.ป่าชุมชนแบบนี้รับได้อย่างไร ฉันบอกน้องคนนั้นไปว่า ใจเย็นน้อง เรื่องมันยังไม่จบสิ้นวันนี้หรอก เช่นเดียวกับคนที่เราศรัทธาและสูญสิ้นก็ยังไม่หมดสิ้นวันนี้ คนดีคนเลวตายดับทุกวัน นั่นแสดงว่าเขาตายดับไปจากความดี เอ๊ะ...อะไรกัน ฉันตกใจที่พูดอะไรออกไปเช่นนั้น หรือฉันไปฟังไปจำมาจากที่ไหน หรือว่าเพราะความทุกข์ใจของน้องทำให้ฉันพูดออกไปเช่นนั้น ฉันรู้ว่าเธอหมายถึง คุณคนหนึ่งในสนช. ผู้หญิงที่งดงามในสายตาของใคร ๆ ฉันเองก็สงสัยไม่แพ้เธอ ฉันเห็นคุณ....ให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ฉันยังคิดว่า นักข่าวอาจจะสื่อสารผิดก็ได้ คุณคนดีของเราพูดออกมาได้อย่างไรว่า ที่ผ่านมา สนช.ก็ได้ผ่านกฎหมายที่ดีไปหลายฉบับ ถ้าเป็นสภาสมัยที่มีตัวแทนพรรคการเมืองอยู่ในรัฐสภา กฎหมายที่ดีจะผ่านยาก และเห็นด้วยกับพ.ร.บ.ความมั่นคงภายใน และบอกว่า ที่เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดตัดออกไปแล้วในชั้นกรรมาธิการ และตัดเรื่องขอบเขตอำนาจศาลปกครองออก โดยให้อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม ส่วน พรบ.ทรัพยากรน้ำ พรบ.ป่าชุมชนท่านไม่พูดถึงหรือจะถือเป็นเรื่องเวรกรรม หากเชื่อเรื่องเวรกรรมทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น แต่มันจะเชื่อเรื่องเวรกรรมได้อย่างไรในเมื่อ คนที่เราเห็น ๆ อยู่เป็นผู้กระทำ ในเมื่อคนที่เราเชื่อ ๆ อยู่ เป็นผู้อยู่ร่วมในขบวนการนั้นหลายคน หรือถึงยุคที่คนกินคน ยุคคนดีกลับใจ ไม่ใช่กลับใจเป็นคนดี แต่คนดีกลับใจ กำลังเบื่อ ๆ ได้รับโทร.ศัพท์อีกสาย หญิงสาวที่ย้ายไปอยู่เชียงราย เธอเล่าเรื่องที่ทำงานของเธอเล็กน้อย และบอกว่าลาออกแล้ว ตอนนี้ช่วยพ่อหาเสียงให้พรรค... ฉันลองถามดูเพื่อจะทดสอบว่าเธอรู้เบื้องหน้าเบื้องหลังพรรคการเมืองใหม่พรรคนี้แค่ไหน พบว่าเธอรู้ดี และเธอสรุปว่า เธอทำเพื่อพ่อได้เงิน
อ้าว ! ฉันบอกเธอว่า ถ้าคนที่ไม่รู้ ไม่เข้าใจก็ไปอย่าง แต่ทั้งรู้และเข้าใจ แต่ว่าเพื่อเห็นแก่เงินค่าจ้างที่จะได้รับ ...ฉันกลัวจริง ๆ เพื่อนขอตัววางสายบอกว่า ลูกร้อง ฉันกดปิดโทร.ศัพท์ตั้งใจว่า คืนนี้จะไม่คุยกับใครอีกแล้ว ขออยู่แบบกลัว ๆ และปลอดภัย ในถุงนอน แต่เรื่องฝันร้ายก่อนเช้ามืดในวันต่อไปย่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ 8888888888888888 ข่าวฝากน่าสนใจ ร่วมงานเปดตัวหนังสืแ ของกินบ้านฉัน ชิมอาหารบ้านฉัน "บ้านแม่เหียะใน" ชวนคุย " กินอยู่อย่างไรไม่ให้หมด" 21 ธันวาคม 2550 สี่โมงเย็นเป็นต้นไป ชวนคุยโดย เทพศิริ สุขโสภา คำ ผกา และ ปวีณา พรหมเมตจิต ผู้เขียนอาหารบ้านฉัน
|
| หนังสือหนังหา | ||
หนังสือของฉัน |
||
|
View All |
||
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||