พิมพ์หน้านี้
|
ไปกินปลากันไหม ใครกันหนอชวนไปกินปลา ถูกใจเหลือเกิน คนชอบกินปลาอย่างฉันหรือจะปฏิเสธ หญิงสาวผู้เชิญชวนบอกว่าบ้านม่วงชุม อยู่ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีแหล่งปลา แหล่งผัก ที่อุดมสมบูรณ์นัก เป็นต้นทางอาหารเลยแหละ นัดเพื่อนจากกรุงเทพฯมาเที่ยวด้วยกัน จากกรุงเทพฯ มีรถประจำทางปรับอากาศออกหัวค่ำถึง เชียงของยามเช้า พวกเราขับรถจากเชียงใหม่ ในช่วงค่ำเหมือนกัน เพราะตั้งใจจะไปให้ถึงเชียงของก่อนสว่างเพื่อรับวันใหม่ริมแม่น้ำโขง ยามเช้าของวันใหม่ พบร้านกาแฟเล็ก ๆ แอบซุกตัวอยู่เงียบ ๆ ริมฝั่งโขง ชายหนุ่มเจ้าของร้านเป็นชายร่างผอม เขาขายกาแฟอยู่คนเดียว ดูเขาพิถีพิถันกับการชงกาแฟและการจัดวางของใช้ในร้านมาก เช้านี้มีลูกค้าสองสามคนเท่านั้นมีโต๊ะเก้าอี้ที่นั่งพอเหมาะที่จะดื่มกาแฟ อ่านหนังสือ และมองผืนน้ำ ที่นี่ยังมีบริการพิเศษ ซื้อโปสการ์ดแล้วรับส่งให้ด้วย ฉันเลือกโปสการ์ดส่งไปให้น้องสาวที่บ้านใต้ เล่าเรื่องแม่น้ำโขงสั้น ๆ ผ่านโปสการ์ด ในเช้าที่เงียบสงบและสวยงาม
ร้านกาแฟริมโขง รวมพลคนจะไปกินปลาได้แล้ว เราออกเดินทางไปบ้านม่วงชุมกันเถอะ บ้านม่วงชุมห่างจากอำเภอเชียงของประมาณ วัดบ้านม่วงชุม เป็นวัดในชนบทเล็ก ๆ ที่มีต้นไม้ร่มรื่น ใครคนหนึ่งในทีมบอกว่า ไปไหว้พระกันก่อน แล้วค่อยหาข้าววัดกิน หลังจากนั้นค่อยชมนกชมไม้ ที่นี่ปลูกข้าว ทำประมง และหาของกินจากป่า ดังนั้นอาหารในวันนี้จึงมีข้าวเหนียว ปลาทอด และแกงแคสารพัดผัก น้ำพริกและผักลวก จากการเดินทางไปหลายแห่งทำให้รู้ว่า มีชุมชนอีกจำนวนมากที่เขาดูแลป่า ดูแลแหล่งอาหาร มีข้าวในนา มีปลาในน้ำ ในชุมชนจะบริโภคอาหารของตัวเองเป็นหลัก เรากินอาหารกันอย่างอร่อย อิ่มข้าวนั่งพักเกือบจะเผลอหลับใต้ต้นไม้ในวัด แต่ยังหลับไม่ได้ ภาระกิจยังไม่จบ เราต้องไปหาปลากินกันก่อน... นั่นมาแล้ว... รถมาแล้ว มีรถมารับพร้อมคนขับ เขาเรียกว่ารถอีต๊อก รถไถนามีตู้ข้างหลังพวงลากพาเราไป อีต๊อกพาเราออกจากวัด ผ่านถนนในหมู่บ้านและลัดเลาะไปตามทางสายน้ำ เรียกว่า แม่น้ำอิง และหยุดลงตรงตลิ่ง ดอกไม้สีเหลืองสดดูบอบบางเหลือเกิน ดอกปอ ที่เอาเปลือกมาทำเชือกป่าน สาวเจ้าบ้านอธิบาย ผู้ชายคนหนึ่งพายเรือเข้ามาเทียบฝั่ง เชิญชวนให้ลงเรือไปยกยอด้วยกัน ทางลงไม่ค่อยสะดวก ต้องโหนเชือกลงไป สาวใจกล้าชื่อต้นกับหนุ่มคนหนึ่งมาจากเมืองหลวง สองคนเท่านั้นที่ลงเรือไป นอกนั้นก็ยืนรออยู่บนฝั่ง ไม่นานเธอก็กลับมา มีกุ้งตัวโตมาให้เพื่อน ๆ ตอนโหนลงไม่เท่าไหร่ แต่ตอนโหนเชือกขึ้นมาต้องเชียร์กันหน่อย ปรากฏว่าสาวพลาด เหยียบไม่ถึงตลิ่ง ต้องปีนขึ้นมาอย่างทุลักทุเล พร้อมกับกุ้งที่กำไว้ในมือหนึ่งตัว
ยังหรอก ยังไม่ถึงที่กินปลา คราวนี้ต้องเดินเท้า .เดินลุยเข้าไปสู่ป่าชุมชนผืนใหญ่ หมู่บ้านแห่งนี้เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ดูแลป่าชุมชนเอาไว้อย่างดี ในป่าชุ่มน้ำมีหนองน้ำ หนองน้ำขนาดกลาง น้ำเริ่มแห้งมีน้ำเพียงน้อยนิด และมีคนลงจับปลากันแล้ว คราวนี้แหละช่วยกันจับปลาขึ้นมา หนุ่มจากเมืองหลวงตื่นเต้นมาก รีบก้าวเดินลงไป ลื่นพรืด... แต่ก่อนจะล้มคว้ามือเพื่อนที่อยู่ใกล้ ๆ ไว้ได้คราวนี้ลื่นพรวดเดียวลงไปนอนในดินนิ่ม แต่ไม่เสียทีหรือไม่ได้ลื่นเปล่า ๆ เขาคว้าปลาติดมือมาได้ด้วย (ฮา ฮา จับปลาได้โดยบังเอิญ) คิดดูเถอะว่าปลามันมากขนาดไหน แค่ลื่นล้มยังคว้าปลาได้ ฮาฮา สนุก สนุกสนาน สนุกค่ะท่าน เพราะไม่ได้ลื่นล้มเอง ดูคนอื่นลื่นล้มสนุก หัวเราะกันเฮฮา เจ้าของบ้านคนหนึ่งบอกเราว่า หากเป็นฤดูน้ำหลากพื้นที่บริเวณนี้จะจมอยู่ใต้น้ำ เราจะไม่หาปลา ช่วงน้ำหลากซึ่งเป็นช่วงที่ปลาวางไข่และเจริญเติบโต ผ่านพ้นไปจนน้ำลดเราจึงจะออกหาปลา เรามีหนองน้ำอยู่หลายหนองด้วยกันที่หาปลาได้ ได้ปลามาแล้วก่อไฟกันเลย ปิ้งย่างกันตรงนี้แหละ แม่บ้านผู้รอบคอบเอาจานกับเกลือมาด้วย วงย่างปลาเริ่มคึกคัก ปลาสด ๆ ย่างพลางกินพลางจิ้มเกลือพอเค็ม ๆ เพียงคำเดียวก็หยุดไม่ได้เสียแล้ว แรก ๆ กลัว ๆ ไม่กล้าหยิบกินกลัวกลิ่นคาว เพราะถึงแม้ฉันจะชอบกินปลาแต่ต้องมีการปรุงอย่างเป็นเรื่องเป็นราว มีพริก มีตะไคร้ ลดกลิ่นคาวเพิ่มรสชาติ ไม่ใช่จับขึ้นมาแล้วย่างกินกันสด ๆ กับเกลือเม็ด แต่เมื่อชิมเข้าไปคำเดียวก็นั่งลงทันทีเพื่อกินต่อไป เพราะนอกจากไม่มีกลิ่นคาวแล้วยังหวานเพราะความสดของเนื้อปลา นอกจากปลาย่างจิ้มเกลือแล้วยังมีเหล้าป่ารสเข้ม จิบอุ่นท้องดีแท้
ในระหว่างที่กินปลา เจ้าบ้านก็พูดอย่างภาคภูมิใจว่า ปลาที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น เนื้อแน่นไม่เหมือนปลาเลี้ยง เห็นจริงตามนั้นและเห็นความอุดมสมบูรณ์ของที่นี่ ในน้ำมีปลา ในป่ามีต้นไม้ ของกินจากป่า นอกจากปลา ผักแล้ว ยังมีตัวต่อตัวผึ้งที่กินได้ ตัวอ่อน ๆ ก็กินได้ น้ำหวาน ก็กินได้ มีของกินสารพัด
ภาพนี้คล้าย ๆ กับถ่ายแบบในป่า ป่าแห่งนี้ถูกทำลายมาก่อน หลายปีทีเดียวกว่าจะฟื้นคืนขึ้นมาได้ ผู้นำชุมชนชี้ให้ดูร่องรอยการตัดไม้ในอดีต และบอกว่าในวันนี้ บ้านม่วงชุมมีป่าชุมชนที่อุดมสมบูรณ์ขึ้นมาแล้ว และมีการดูแลป่าชุมชนเป็นอย่างดี ในช่วงน้ำหลากน้ำจะท่วม ป่าริมน้ำเป็นแหล่งวางไข่ของปลาที่ว่ายมาจากแม่น้ำอิง พอน้ำลดปลาก็ว่ายกลับไปยังแม่น้ำอิงอีก วนเวียนอยู่อย่างนี้ทุกปี กินปลาจนใกล้ค่ำ จึงพากันเดินออกจากป่าชุมชน เราผ่านป่าทรุดโทรมที่กำลังฟื้น กลับมาที่วัดบ้านม่วงชุมอีกครั้ง นั่งคุยกันอย่างหนาว ๆ ลมหนาวและแสงจันทร์สวยนวล บางคนเอนกายลงนอนดูฟ้า บางคนเอาเครื่องดนตรีขึ้นมาเป่า เสียงดนตรีหยุดลง มีเสียงสวดผ่านแว่วมาเบา ๆ ท่ามกลางความหนาวเย็น ที่บ้านใกล้วัดมีงานศพของหญิงสาว เป็นโรคฮิต ผู้หญิงคนหนึ่งพูดเบา ๆ เมื่อถูกถามว่าเธอเป็นอะไรตาย เป็นคำเรียกขานที่หลีกเลี่ยงคำว่าเอดส์ โรคนี้มีชื่อเล่นมากมาย เพื่อนที่เป็นพยาบาลบอกว่า ที่โรงพยาบาลเรียกโรคนี้ว่า โรคหีบ คำว่าHIV หรือหีบก็ได้ เพื่อนร่วมทางคนหนึ่งพูดขึ้นว่า ความตายของหญิงสาวด้วยโรคนี้ เป็นเรื่องซ้ำซาก มาจากหลายสาเหตุ แต่หนึ่งในนั้นคือความรักและหน้าที่ของเพศหญิงเสียงสวดมนต์ ในค่ำคืนนี้ ดูวังเวงนัก เช้าอีกวันหนึ่งที่บ้านม่วงชุม กลิ่นพริกเผาไฟโชยเข้ามาปลุกให้ตื่น กลิ่นจากในครัวบอกถึงเรื่องราวของชุมชนนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี เมืองหนาวในหุบเขา ต้องกินของร้อน ๆ เผ็ด ๆ ให้ร่างกายอบอุ่น พวกลาบที่มีเครื่องเทศมากมาย ดังนั้นกลิ่นเผาพริก หอม กระเทียม เป็นของคนเมืองเหนือแน่นอน เพราะไม่มีที่ไหนจะเผาย่างกันมากเท่าเมืองเหนือ ยิ่งเครื่องทำน้ำพริกลาบ ทุกอย่างต้องคั่วต้องเผาให้หอมก่อนเอามาตำ และก่อนจะเอามาทำลาบก็ต้องคั่วใหม่อีกเพื่อให้เกิดความหอมชวนกิน ฉันย่องเข้าครัว ไปช่วยแม่บ้านย่างพริกชี้ฟ้าเม็ดโต ๆ เพื่อทำน้ำพริกหนุ่ม เขาว่าน้ำพริกหนุ่มให้อร่อยต้องใช้พริกที่ยังหนุ่ม ๆ ผิวเขียวอ่อนไม่ใช่พริกแก่ที่เขียวจัด แค่พริกเผา หอมเผากระเทียมเผา เกลือ และผงชูรสอีกเล็กน้อย เอามาตำรวมกันก็เป็นน้ำพริกหนุ่มได้แล้ว หรือถ้าใครไม่กินผงชูรสไม่ต้องใส่ก็ได้แต่คนเมืองเหนือนิยมกินผงชูรสกัน ข้าวเหนียวสุกใหม่ ๆ ต้องเอามาใส่กระด้ง คนให้ทั่ว ก่อนจะเอาใส่กระติกที่มีผ้าขาวบางรองไว้ ข้าวสุกใหม่ ๆ อร่อยนัก ขอข้าวเหนียวร้อน ๆ จากแม่บ้านหนึ่งกำมือ เพื่อกินเล่น ๆ ได้ข้าวเหนียวแล้วเดินออกจากบ้าน ฉันชอบยามเช้าในต่างถิ่น ชอบเดินดูบ้านคนอื่น และชอบเสียงทักทายของผู้คนในยามเช้า ที่ถามว่าไปไหน กินข้าวหรือยัง มีความสุขกับเสียงทักทายเหล่านี้ วันนี้ฉันเดินคนเดียว เพื่อน ๆ ที่นอนบ้านเดียวกันยังไม่มีใครตื่นนอน ก่อนออกจากบ้านม่วงชุม เราไปดูแหล่งทอผ้าของแม่บ้าน เป็นผ้าทอที่ใครเห็นก็ต้องตื่นตาตื่นใจ ลวดลายของผืนผ้าแต่ละผืนทำให้พวกเราต้องหยิบจับขึ้นมาอย่างช้า ๆ ดูแล้วดูอีก (ก่อนจะวางลงเพราะไม่มีตางค์ซื้อ)และลุ้นให้เพื่อนที่มีเงินซื้อ เพราะอยากให้เขาขายได้ บ้านม่วงชุมถือว่าเป็นชุมชนที่อุดมสมบูรณ์โดยแท้ มีการทอผ้าได้เอง และยังเป็นแหล่งต้นทางอาหารที่ดีอีกแห่งหนึ่ง แหล่งที่มีต้นทางอาหารทีดีอย่างนี้ ก็ควรได้รับการส่งเสริมการดูแลไว้อย่างดี เพราะหากเรามีแหล่งอาหารที่ดีนั่นแหละคือทางรอดของเรา มีคำถามว่าเราจะสนับสนุนแหล่งต้นทางอาหารๆได้อย่างไร ง่าย ๆ นะคะ จ่ายตลาดบ้าน ๆ แทนการเข้าห้างจ่ายของในซูปเปอร์มาร์เก็ต ส่วนใครไม่ทำก็ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ว่ากัน แต่โดยส่วนตัวนั้นฉันชอบจ่ายตลาดบ้าน ๆ ไม่ชอบห้างสรรพสินค้า แต่ยิ่งไม่ชอบก็ยิ่งมีเพิ่งขึ้น
ขับรถอีต๊อกมารับ คนบันทึกเรื่องราว
|