• แพรจารุ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : parjaru@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-13
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 10316
  • จำนวนผู้โหวต : 37
  • ส่ง msg :
ชีวิตนี้ต้องเดินต่อไป
วันพุธ ที่ 16 มกราคม 2551
หาอยู่หากินกับแหล่งน้ำ มหัศจรรย์ปลาที่ป่าชุ่มน้ำ
Posted by แพรจารุ , ผู้อ่าน : 400 , 21:40:58 น.   | หมวดหมู่ : ไปเที่ยวป่าหากินหาอยู่  
พิมพ์หน้านี้


 

“ไปกินปลากันไหม”

                         ใครกันหนอชวนไปกินปลา

                 ถูกใจเหลือเกิน คนชอบกินปลาอย่างฉันหรือจะปฏิเสธ

                        หญิงสาวผู้เชิญชวนบอกว่าบ้านม่วงชุม อยู่ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

                        “มีแหล่งปลา แหล่งผัก ที่อุดมสมบูรณ์นัก เป็นต้นทางอาหารเลยแหละ”

                         นัดเพื่อนจากกรุงเทพฯมาเที่ยวด้วยกัน จากกรุงเทพฯ มีรถประจำทางปรับอากาศออกหัวค่ำถึง

เชียงของยามเช้า   พวกเราขับรถจากเชียงใหม่ ในช่วงค่ำเหมือนกัน เพราะตั้งใจจะไปให้ถึงเชียงของก่อนสว่างเพื่อรับวันใหม่ริมแม่น้ำโขง

ยามเช้าของวันใหม่

               พบร้านกาแฟเล็ก ๆ  แอบซุกตัวอยู่เงียบ ๆ ริมฝั่งโขง ชายหนุ่มเจ้าของร้านเป็นชายร่างผอม เขาขายกาแฟอยู่คนเดียว ดูเขาพิถีพิถันกับการชงกาแฟและการจัดวางของใช้ในร้านมาก …เช้านี้มีลูกค้าสองสามคนเท่านั้นมีโต๊ะเก้าอี้ที่นั่งพอเหมาะที่จะดื่มกาแฟ อ่านหนังสือ และมองผืนน้ำ ที่นี่ยังมีบริการพิเศษ ซื้อโปสการ์ดแล้วรับส่งให้ด้วย

                        ฉันเลือกโปสการ์ดส่งไปให้น้องสาวที่บ้านใต้  เล่าเรื่องแม่น้ำโขงสั้น ๆ ผ่านโปสการ์ด  ในเช้าที่เงียบสงบและสวยงาม               

                            

                                                  ร้านกาแฟริมโขง                                 

                            รวมพลคนจะไปกินปลาได้แล้ว เราออกเดินทางไปบ้านม่วงชุมกันเถอะ

                 บ้านม่วงชุมห่างจากอำเภอเชียงของประมาณ 10 กิโลเมตร  เที่ยวแบบไทย ๆ เริ่มต้นที่วัดกันก่อน…

วัดบ้านม่วงชุม เป็นวัดในชนบทเล็ก ๆ ที่มีต้นไม้ร่มรื่น ใครคนหนึ่งในทีมบอกว่า ไปไหว้พระกันก่อน แล้วค่อยหาข้าววัดกิน  หลังจากนั้นค่อยชมนกชมไม้

                 ที่นี่ปลูกข้าว ทำประมง และหาของกินจากป่า ดังนั้นอาหารในวันนี้จึงมีข้าวเหนียว ปลาทอด และแกงแคสารพัดผัก น้ำพริกและผักลวก

                        จากการเดินทางไปหลายแห่งทำให้รู้ว่า มีชุมชนอีกจำนวนมากที่เขาดูแลป่า ดูแลแหล่งอาหาร มีข้าวในนา มีปลาในน้ำ ในชุมชนจะบริโภคอาหารของตัวเองเป็นหลัก

                    เรากินอาหารกันอย่างอร่อย

                   อิ่มข้าวนั่งพักเกือบจะเผลอหลับใต้ต้นไม้ในวัด  แต่ยังหลับไม่ได้ ภาระกิจยังไม่จบ เราต้องไปหาปลากินกันก่อน...

            นั่นมาแล้ว...  รถมาแล้ว  มีรถมารับพร้อมคนขับ เขาเรียกว่ารถอีต๊อก รถไถนามีตู้ข้างหลังพวงลากพาเราไป

             อีต๊อกพาเราออกจากวัด ผ่านถนนในหมู่บ้านและลัดเลาะไปตามทางสายน้ำ  เรียกว่า “แม่น้ำอิง”  และหยุดลงตรงตลิ่ง ดอกไม้สีเหลืองสดดูบอบบางเหลือเกิน

                  “ดอกปอ ที่เอาเปลือกมาทำเชือกป่าน” สาวเจ้าบ้านอธิบาย

                        ผู้ชายคนหนึ่งพายเรือเข้ามาเทียบฝั่ง เชิญชวนให้ลงเรือไปยกยอด้วยกัน  ทางลงไม่ค่อยสะดวก ต้องโหนเชือกลงไป สาวใจกล้าชื่อต้นกับหนุ่มคนหนึ่งมาจากเมืองหลวง สองคนเท่านั้นที่ลงเรือไป นอกนั้นก็ยืนรออยู่บนฝั่ง  ไม่นานเธอก็กลับมา มีกุ้งตัวโตมาให้เพื่อน ๆ

                      ตอนโหนลงไม่เท่าไหร่ แต่ตอนโหนเชือกขึ้นมาต้องเชียร์กันหน่อย  ปรากฏว่าสาวพลาด เหยียบไม่ถึงตลิ่ง ต้องปีนขึ้นมาอย่างทุลักทุเล พร้อมกับกุ้งที่กำไว้ในมือหนึ่งตัว

                        

ยังหรอก…ยังไม่ถึงที่กินปลา 

                        คราวนี้ต้องเดินเท้า ….เดินลุยเข้าไปสู่ป่าชุมชนผืนใหญ่ หมู่บ้านแห่งนี้เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ดูแลป่าชุมชนเอาไว้อย่างดี  

                      ในป่าชุ่มน้ำมีหนองน้ำ

                     หนองน้ำขนาดกลาง น้ำเริ่มแห้งมีน้ำเพียงน้อยนิด และมีคนลงจับปลากันแล้ว  คราวนี้แหละช่วยกันจับปลาขึ้นมา หนุ่มจากเมืองหลวงตื่นเต้นมาก รีบก้าวเดินลงไป ลื่นพรืด... แต่ก่อนจะล้มคว้ามือเพื่อนที่อยู่ใกล้ ๆ ไว้ได้คราวนี้ลื่นพรวดเดียวลงไปนอนในดินนิ่ม แต่ไม่เสียทีหรือไม่ได้ลื่นเปล่า ๆ เขาคว้าปลาติดมือมาได้ด้วย (ฮา ฮา จับปลาได้โดยบังเอิญ)

                        คิดดูเถอะว่าปลามันมากขนาดไหน แค่ลื่นล้มยังคว้าปลาได้

                ฮาฮา สนุก สนุกสนาน สนุกค่ะท่าน เพราะไม่ได้ลื่นล้มเอง ดูคนอื่นลื่นล้มสนุก หัวเราะกันเฮฮา

                        เจ้าของบ้านคนหนึ่งบอกเราว่า “หากเป็นฤดูน้ำหลากพื้นที่บริเวณนี้จะจมอยู่ใต้น้ำ  เราจะไม่หาปลา ช่วงน้ำหลากซึ่งเป็นช่วงที่ปลาวางไข่และเจริญเติบโต ผ่านพ้นไปจนน้ำลดเราจึงจะออกหาปลา เรามีหนองน้ำอยู่หลายหนองด้วยกันที่หาปลาได้”

                        ได้ปลามาแล้วก่อไฟกันเลย ปิ้งย่างกันตรงนี้แหละ แม่บ้านผู้รอบคอบเอาจานกับเกลือมาด้วย

                        วงย่างปลาเริ่มคึกคัก ปลาสด ๆ ย่างพลางกินพลางจิ้มเกลือพอเค็ม ๆ  เพียงคำเดียวก็หยุดไม่ได้เสียแล้ว  แรก ๆ กลัว ๆ ไม่กล้าหยิบกินกลัวกลิ่นคาว เพราะถึงแม้ฉันจะชอบกินปลาแต่ต้องมีการปรุงอย่างเป็นเรื่องเป็นราว มีพริก มีตะไคร้ ลดกลิ่นคาวเพิ่มรสชาติ ไม่ใช่จับขึ้นมาแล้วย่างกินกันสด ๆ กับเกลือเม็ด แต่เมื่อชิมเข้าไปคำเดียวก็นั่งลงทันทีเพื่อกินต่อไป เพราะนอกจากไม่มีกลิ่นคาวแล้วยังหวานเพราะความสดของเนื้อปลา

                        นอกจากปลาย่างจิ้มเกลือแล้วยังมีเหล้าป่ารสเข้ม จิบอุ่นท้องดีแท้ 

                       

                         ในระหว่างที่กินปลา เจ้าบ้านก็พูดอย่างภาคภูมิใจว่า ปลาที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น เนื้อแน่นไม่เหมือนปลาเลี้ยง เห็นจริงตามนั้นและเห็นความอุดมสมบูรณ์ของที่นี่ ในน้ำมีปลา ในป่ามีต้นไม้

                      ของกินจากป่า นอกจากปลา ผักแล้ว ยังมีตัวต่อตัวผึ้งที่กินได้  ตัวอ่อน ๆ ก็กินได้ น้ำหวาน ก็กินได้ มีของกินสารพัด

  

                                                                        ภาพนี้คล้าย ๆ กับถ่ายแบบในป่า

  “ป่าแห่งนี้ถูกทำลายมาก่อน หลายปีทีเดียวกว่าจะฟื้นคืนขึ้นมาได้”

                   ผู้นำชุมชนชี้ให้ดูร่องรอยการตัดไม้ในอดีต และบอกว่าในวันนี้ บ้านม่วงชุมมีป่าชุมชนที่อุดมสมบูรณ์ขึ้นมาแล้ว และมีการดูแลป่าชุมชนเป็นอย่างดี

                        “ในช่วงน้ำหลากน้ำจะท่วม ป่าริมน้ำเป็นแหล่งวางไข่ของปลาที่ว่ายมาจากแม่น้ำอิง พอน้ำลดปลาก็ว่ายกลับไปยังแม่น้ำอิงอีก วนเวียนอยู่อย่างนี้ทุกปี”                                  

                        กินปลาจนใกล้ค่ำ จึงพากันเดินออกจากป่าชุมชน เราผ่านป่าทรุดโทรมที่กำลังฟื้น

                       กลับมาที่วัดบ้านม่วงชุมอีกครั้ง นั่งคุยกันอย่างหนาว ๆ

                        ลมหนาวและแสงจันทร์สวยนวล บางคนเอนกายลงนอนดูฟ้า บางคนเอาเครื่องดนตรีขึ้นมาเป่า

                        เสียงดนตรีหยุดลง มีเสียงสวดผ่านแว่วมาเบา ๆ ท่ามกลางความหนาวเย็น  ที่บ้านใกล้วัดมีงานศพของหญิงสาว

“เป็นโรคฮิต” ผู้หญิงคนหนึ่งพูดเบา ๆ เมื่อถูกถามว่าเธอเป็นอะไรตาย

                        เป็นคำเรียกขานที่หลีกเลี่ยงคำว่าเอดส์ โรคนี้มีชื่อเล่นมากมาย เพื่อนที่เป็นพยาบาลบอกว่า ที่โรงพยาบาลเรียกโรคนี้ว่า โรคหีบ คำว่าHIV หรือหีบก็ได้  

                        เพื่อนร่วมทางคนหนึ่งพูดขึ้นว่า ความตายของหญิงสาวด้วยโรคนี้ เป็นเรื่องซ้ำซาก มาจากหลายสาเหตุ แต่หนึ่งในนั้นคือความรักและหน้าที่ของเพศหญิงเสียงสวดมนต์ ในค่ำคืนนี้ ดูวังเวงนัก                                         

                ช้าอีกวันหนึ่งที่บ้านม่วงชุม

                    กลิ่นพริกเผาไฟโชยเข้ามาปลุกให้ตื่น กลิ่นจากในครัวบอกถึงเรื่องราวของชุมชนนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี เมืองหนาวในหุบเขา ต้องกินของร้อน ๆ เผ็ด ๆ ให้ร่างกายอบอุ่น พวกลาบที่มีเครื่องเทศมากมาย ดังนั้นกลิ่นเผาพริก หอม กระเทียม เป็นของคนเมืองเหนือแน่นอน เพราะไม่มีที่ไหนจะเผาย่างกันมากเท่าเมืองเหนือ ยิ่งเครื่องทำน้ำพริกลาบ ทุกอย่างต้องคั่วต้องเผาให้หอมก่อนเอามาตำ และก่อนจะเอามาทำลาบก็ต้องคั่วใหม่อีกเพื่อให้เกิดความหอมชวนกิน

                        ฉันย่องเข้าครัว ไปช่วยแม่บ้านย่างพริกชี้ฟ้าเม็ดโต ๆ เพื่อทำน้ำพริกหนุ่ม เขาว่าน้ำพริกหนุ่มให้อร่อยต้องใช้พริกที่ยังหนุ่ม ๆ ผิวเขียวอ่อนไม่ใช่พริกแก่ที่เขียวจัด แค่พริกเผา หอมเผากระเทียมเผา เกลือ และผงชูรสอีกเล็กน้อย เอามาตำรวมกันก็เป็นน้ำพริกหนุ่มได้แล้ว หรือถ้าใครไม่กินผงชูรสไม่ต้องใส่ก็ได้แต่คนเมืองเหนือนิยมกินผงชูรสกัน

                  ข้าวเหนียวสุกใหม่ ๆ ต้องเอามาใส่กระด้ง คนให้ทั่ว ก่อนจะเอาใส่กระติกที่มีผ้าขาวบางรองไว้ ข้าวสุกใหม่ ๆ อร่อยนัก ขอข้าวเหนียวร้อน ๆ จากแม่บ้านหนึ่งกำมือ เพื่อกินเล่น ๆ

                        ได้ข้าวเหนียวแล้วเดินออกจากบ้าน ฉันชอบยามเช้าในต่างถิ่น ชอบเดินดูบ้านคนอื่น และชอบเสียงทักทายของผู้คนในยามเช้า ที่ถามว่าไปไหน กินข้าวหรือยัง  มีความสุขกับเสียงทักทายเหล่านี้

                 วันนี้ฉันเดินคนเดียว เพื่อน ๆ ที่นอนบ้านเดียวกันยังไม่มีใครตื่นนอน 

                 ก่อนออกจากบ้านม่วงชุม เราไปดูแหล่งทอผ้าของแม่บ้าน เป็นผ้าทอที่ใครเห็นก็ต้องตื่นตาตื่นใจ  ลวดลายของผืนผ้าแต่ละผืนทำให้พวกเราต้องหยิบจับขึ้นมาอย่างช้า ๆ ดูแล้วดูอีก (ก่อนจะวางลงเพราะไม่มีตางค์ซื้อ)และลุ้นให้เพื่อนที่มีเงินซื้อ เพราะอยากให้เขาขายได้

                        บ้านม่วงชุมถือว่าเป็นชุมชนที่อุดมสมบูรณ์โดยแท้  มีการทอผ้าได้เอง และยังเป็นแหล่งต้นทางอาหารที่ดีอีกแห่งหนึ่ง  แหล่งที่มีต้นทางอาหารทีดีอย่างนี้ ก็ควรได้รับการส่งเสริมการดูแลไว้อย่างดี เพราะหากเรามีแหล่งอาหารที่ดีนั่นแหละคือทางรอดของเรา

                        มีคำถามว่าเราจะสนับสนุนแหล่งต้นทางอาหารๆได้อย่างไร ง่าย ๆ นะคะ จ่ายตลาดบ้าน ๆ แทนการเข้าห้างจ่ายของในซูปเปอร์มาร์เก็ต ส่วนใครไม่ทำก็ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ว่ากัน แต่โดยส่วนตัวนั้นฉันชอบจ่ายตลาดบ้าน ๆ ไม่ชอบห้างสรรพสินค้า แต่ยิ่งไม่ชอบก็ยิ่งมีเพิ่งขึ้น

 

                       

 

                                                                ขับรถอีต๊อกมารับ

คนบันทึกเรื่องราว

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 55
มาลีรัตน์ วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 19.04 น.
http://www.oknation.net/blog/maleerat

หลังเลือกตั้ง พึ่งมีโอกาสเปิดอ่านเรื่องต่างๆ ดีใจมากที่พบยายทางตัวอักษร ไม่คาดมาก่อนว่าแนวคิดเราจะตรงกันได้หลายเรื่องแบบนี้ อยากเห็น การถ่ายทอดชีวิต คน ผ่านตัวอักษรของยายนะ เพราะจะกระตุกต่อมคิดคนไดมากทีเดียวล่ะค่ะ เช่นเรื่องชายสมาร์ทฯ จะคอยอ่าน และมีอะไรจะส่งข่าวผ่านนะคะ
ความคิดเห็นที่ 54
นางราตรี วันที่ : 31/01/2008 เวลา : 15.00 น.
http://www.oknation.net/blog/midnight
http://www.oknation.net/blog/fangcows http://www.oknation.net/blog/atnoonแม้เพียงสายลมพัดโชยอ่อนตะวันรอนทำให้ใจหวั่นก้าวเดินใต้แสงแห่งพระจันทร์ไล่ตามฝันหมายไขว่คว้าดาว 

ทราบแล้วค่ะ เห็นในบล็อกกาซีนอ้ายแสงดาวแจ้งไว้แล้วว่าเดือนมีนาคมใช่ไหมค่ะ

ช่วงนี้นางราตรียุ๊งยุ่ง กับบ้านใหม่กับงานเลยมืนๆ ยังไม่ได้ไปแอ่วกระท่อมทุ่งเสี้ยวเลย
ความคิดเห็นที่ 53
คนช่างเล่า วันที่ : 30/01/2008 เวลา : 06.44 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

จะส่งชมพู่ ออกดูกดกมากมาให้ดู ลดขนาดภาพผิดไปครับ
ความคิดเห็นที่ 52
หนุมานชาญสมร วันที่ : 29/01/2008 เวลา : 14.37 น.
http://www.oknation.net/blog/wintawan
บนเส้นทางการเดินทาง  มีเรื่องให้ค้นหา  มีความงามให้จดจำ    มีมิตรภาพที่ล่องลอยอยู่รายทาง

ฝากความคิดถึงอ้ายแสงดาวด้วย
ความคิดเห็นที่ 51
numouse_2007 วันที่ : 27/01/2008 เวลา : 20.34 น.
http://www.oknation.net/blog/numouse

อยู่อย่างบ้านๆ สบายใจ มีพอเพียงถ้าเราเพียงพอ
มีเพื่อนอยู่ที่เชียงของเหมือนกันค่ะ
แต่ปัจจุบันเขาก็มาทำงานที่กรุงเทพซะแล้ว
น่ากลับบ้านเกิดเนอะเพื่อนเอ๋ย
ความคิดเห็นที่ 50
คนช่างเล่า วันที่ : 27/01/2008 เวลา : 15.15 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

ครับวิสัยทัศน์ เขาเขียนไว้ว่าประสานชุมชน ...เผงเลย แต่ใจแคบมากๆกับชาวบ้าน

มีนาคม นี้ จะเก็บภาพมาเขียนเล่าให้ฟัง มีเอกสารโต้แย้ง ที่ผม เขียนร้องเรียน แรกๆก็เก็บของผมหมด ตั้งแต่ สมัยอดิศัยฯเป็นรับมนตรีศึกษาธิการ จนล่วงเข้าสู่สมัยจาตุรณต์ฯ และหลังปฏิวัติ อจ.วิจิตร ศรีสอ้าน ทางโรงเรียนย่อมตอบผม แต่ตอบไม่ชัดเจน บอกว่าพ่อผมบริจาคร่วมกับคนอื่นๆ จะมีใคร่ที่ไหนละ ที่ดินรอบๆโรงเรียนของพ่อผมทั้งเพ ผอ.คนนี้ ถือตนว่าจบปริญญาโท จากจุฬาฯจะเหยี่ดหย่ามคนอื่นๆ ผมว่าการศึกษาไม่ใช่เป็นตัวกำหนดว่าใคร่เก่งไม่เก่ง ปราชญ์ชาวบ้านเก่งๆมากมายจริงไหมครับ

ครับผมจะรวบร่วมข้อมูล ศึกษา ไม่ให้กระทบใคร่ นำเอกสาร การโต้ตอบมาดำเนินเรื่องครับ
ความคิดเห็นที่ 49
คนช่างเล่า วันที่ : 27/01/2008 เวลา : 07.02 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

ขอบคุณครับแวะมาเยื่อนยามอรุณรุ่ง เช้านี้ ที่ถนนเทวดา อากาศยังมือ ปกคลุมด้วยเมฆหมอก ครับผมจะตามหาซื้อมาอ่าน ประเทื่องปัญญา ผมเป้นบ้าหอบฟาง(หนังสือ)อยู่ด้วย และขอขอบคุณที่ช่วยแนะนำนักเขียนสารคดี

ความใฝ่ฝันของพี่ ก็แค่เขียนนักขียนอย่างน้องยาย มาอ่านพี่ก็ดีใจตายแล้ว จริงๆแล้วในไดอารียืเก่าๆทุกๆปีพี่จะเขียนบันทึกอะไรไว้มากมาย ปีนี้ก็ได้รับมากมาย

น้องยายช่วยให้ที่อยุ่หลังไมค์นะครับ จันทร์นี้พี่ส่งมาให้ด้วยมิตรภาพครับ
วันเสาร์ อาทิตย์ พี่หยุดอยู่บ้าน น้ำมันมันแพงไม่ค่อยขับรถยนต์เที่ยวเหมือ่นเมื่อก่อน

น้องยายพี่เก้บภาพ ทุ่งหลักสี่ไว้มากๆ เพราะอนาคตมันเปลี่ยนไปมากๆ พี่มีข้อมูลมากพอสมควรครับ

ไหนๆก็ไหนๆแล้วพี่ปรึกษาในฐานะน้องเป้นนักเขียนนิดครับ คือเรื่องพ่อผมมอบที่ดินให้โรงเรียน ผอ. ร.ร. คนก่อนๆท่านก็ดีมากๆ ต่อมา ถนนนครฯ-ทุ่งส่ง ตัดเป็น 6 ช่องจราจร จอดรถยนต์ริมถนนไม่ได้เลย เมื่อที่บ้านมากันมาก คือมีงาน เราก็ขออนุญาติจอดรถยนต์ในโรงเรียน

ผอ.คนนั้นให้ ภารโรงล็อคกุญแจ

แล้วถ้าผมนำมาเขียน ดำเนินเรื่องไม่เกี้ยวกับตัวบุคคล

แต่สถานที่ใช้ของจริงได้ไหม

ออต่อนิด หน้าราชภัฎ พระนคร ห้างนั้นร้างไปแล้ว
แต่ริมวิภาวดีรังสิตมาจากสนามบิน ใกล้โชว์รูมรถยนต์นั้น ที่ดินแทบนั้นเป็นหมู่บ้านหญิงใหญ่ สีมา สามี หลบๆซ่อนๆอยู่ และอีกแปลงใหญ่แถวๆถนนสามมัคคี ถนนเลี่ยบริมคลองประปา แปลงใหญ่ เขาทำหมู่บ้านใหญ่ขายให้ข้าราชการศูนย์ราชการ และคนทั่วไป รวยเงินแต่จนน้ำใจ คบไม่ได้

ครับบริษัทตะวันออกเป็นโรงพิมพ์ใหญ่ มาก น้องเคยเห็นโรงงานเก่าๆด้านซ้ายมือปากซอยไหมครับ ที่ตรงนี้ มันมีตำนานครับ ที่มาของลูกชายผม...เธอคนนั้นเขาเป็นเลขาฯเจ้าของตึกนั้น
ความคิดเห็นที่ 48
คนช่างเล่า วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 22.56 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

คุณยาย ผมแวะมาเยียมยามดึก
ความคิดเห็นที่ 47
ผักบุ้งไฟแดง วันที่ : 25/01/2008 เวลา : 12.29 น.
http://www.oknation.net/blog/nong9396
อยากให้ทุกวันเป็นวันที่ดี  และโลกนี้สวยงาม


มีดอกไม้มาฝากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 46
หนูแครอท วันที่ : 25/01/2008 เวลา : 07.04 น.
http://www.oknation.net/blog/mommam

คุณป้าขา

หนูกลับมาเขียนเรื่องใหม่แล้วค่ะ

แวะไปเยี่ยมบ้างนะคะ
ความคิดเห็นที่ 45
ป.ประพันธ์ วันที่ : 25/01/2008 เวลา : 02.31 น.
http://www.oknation.net/blog/in-my-place
My Heart always leads my Head  

อยู่อย่างพอเพียง
คิดได้อย่างนี้ทุกคน
โลกคงน่าอยู่ขึ้นครับ
ความคิดเห็นที่ 44
ผักบุ้งไฟแดง วันที่ : 25/01/2008 เวลา : 00.42 น.
http://www.oknation.net/blog/nong9396
อยากให้ทุกวันเป็นวันที่ดี  และโลกนี้สวยงาม


อยู่แบบบ้านๆในป่าเมือง
กับ
บ้านสวนริมเมือง
อยู่คล้ายๆกันเลยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 43
เจริญขวัญ วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 21.00 น.
http://www.oknation.net/blog/charoenkwan

เห็นรูปพี่ยาย ณ ปัจจุบันแล้ว พี่ผอมลงหรือเปล่าคะ

แต่ก่อน หน้าพี่กลมกว่านี้นี่ แก้มยุ้ยน่ารักเลย จำได้ สมัยเราเจอกัน

มาแอบอิจฉาคนได้กินปลา กุ้งที่น้องเค้าจับได้ เป็นกุ้งอะไรคะ พี่ สงสัยเฉยๆ คือ ไอ้คนเมืองนี่มันแย่อย่าง มันนึกภาพตามไม่ค่อยออก

อ่านที่พี่เล่ามาทัังหมดแล้ว น้ำลายไหล อยากกินข้างนึ่งกับน้พพริกหนุ่มมากเลย

ไม่เป็นไร เดี๋ยวเดินไปประจบเพื่อนคนไทยแถวนี้ พี่เค้าเป็นคนเหนือ ทำกับข้าวทางเหนือเด็ดขาดแท้ๆ

แต่บอกตรงๆ นี่ ขนาดกินกาแฟแล้วนะ มาอ่านยังหิวน้ำพริกเลย

แหม คนไทย ชีวิตจะขาดน้ำพริกได้ไง พี่ เนอะ
ความคิดเห็นที่ 42
คนช่างเล่า วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 20.06 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...


ครับคุณยาย ผมขอบคุณมากๆที่แวะเวียน มาเยียม ผมมีแรงบันดาลใจจากคุณ ว่าจะขุดเรื่องเก่าๆมาเล่าสู่กันฟัง

การลำดับเรื่องผมยังไม่ได้เรื่อง ภาษา การสกด การัน ลูกชายเขาก็แซว ว่าพ่อ คงทองแดงกรูเลยนะ

เรื่องสนุก กับการงานในอดีตมันมากมายจริงๆ โดยเฉพาะ

พวกรุ่นพี่ๆ ที่เงินแต่ละเดือนชักหน้าไม่ถึงหลัง ก็ได้โทรเลขนี้แหละต่อชีวิตให้ แต่ละเดือน

เราเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ก็ซื่อบื่อ เกรงใจรุ่นพีๆ

คือ ทางบัญชี จะส่งเงินเข้าบัญชี เวลา 15.00น

ส่วนเงินที่เหลือหลังเวลา ตั้งแต่ 15.00-20.00น. จะเป็นเงินหลังเวลา จะต้องนำส่งเช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 08.00 น แต่บ้างคนทำไม่รู้ไม่ชี้ กว่า จะหามาให้ โน้นเวลา เกื่อบปิดบัญชี

ครับเรา ก็จับได้ ว่าพวกนี้ลูกอี่ช่างหมุนเงินกัน
ความคิดเห็นที่ 41
Patong วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 14.28 น.
http://www.oknation.net/blog/Patong


เอากาแฟมาส่งค่ะพี่...
ความคิดเห็นที่ 40
คนช่างเล่า วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 12.40 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

ครับ ขอคุณมากทีแวะไปบ้านผมถูก

จริงๆแล้ว เรื่องการรับส่งโทรเลข มันมีเรื่องอะไรสนุกๆมากมาย เช่น ข้อความ ไม่ต้องเป็นห่วงพ่อหายแล้ว ตะคนเขียนข้อความ

เขียนหายเป็นตาย ความหมายมันไปคนละอย่างกันเลย

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผู้อำนวยการเขตควบคุม พื้นๆที่หลายๆจังหวัดสำนักงานตั้งอยู่ที่ทุ่งสง ออกไปตรวจงาน บ้านนาสาร ท่านนานๆเคาะมอร์ส สัญญาณรั่วสั่น ฟังไม่ได้เรื่อง

เพื่อนผม ถามเป็นสัญญาณว่าใคร่(มีโค้ตถาม) ต้นทางที่ส่งมา บอก ว่า วิเชียร เคาะเป็นสัญญาณมา แปลได้เช่นนั้น เพื่อนผมที่ ทุ่ง สง เคาะสัญญาณ ให้ ไปว่า ควาย ควาย ไปหาคนที่เคาะประจำมา ผู้เคาะ ก็ยังไม่ไปตามคนที่ทำงานประจำมาเคาะ

เพื่อนคนนี้ชักอารมณ์เสีย เคาะไป อีก คราวนี้

เคาะว่าควาย แต่ไม่ใส่สระ อา เข้าไป เป็นเรื่องเลย ละ ท่านรู้เลยละ ว่าผู้เคาะ คนไหนขี้ด่าเก่ง ใช้อารมณืทำงาน ก่อนๆสืบหาพวก มือเคาะขี้ด่า ไม่ค่อยรับกัน

ครับมีเรื่องสนุกมากมาย ผมจะไปถ่ายภาพ ตัวส่งสัญญาณ และซาวเดอร์ ลงบล๊อก ตอนสองครับ
ความคิดเห็นที่ 39
คนช่างเล่า วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 05.45 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...


แวะมาอีกรอบ เมือกี้ ลืมมอบการ์ดเชิญให้ไปงานคุณปู๋

โทรเลข ท่านบอกว่าเขาจะให้แก่ตาย 30 เมย 51 นี้
ไปทางซอยนี้ครับ Permalink : http://www.oknation.net/blog/nakornrajsima
ความคิดเห็นที่ 38
คนช่างเล่า วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 05.42 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...


นำภาพแสตมป์สวยๆ มาเยียมยามอรุณรุ่ง

ครับคนเมืองต้องตาลีตาเหลือก ไปทำงาน หัวเช้าเลยละคุณยาย

เห่อ....! ทนอีก สีสิบเดือนเศษๆ คงจะหาทาง ไปอยู่ริมทุ่งชายคลอง หาชีวิตสงบมั่งแหละ
ความคิดเห็นที่ 37
AJ.p วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 19.57 น.
http://www.oknation.net/blog/TheTaleOfFourTribes
- - กระต่ายตัวนี้...มิมีพิษมีภัยนะจ๊ะ!!! - -

แวะมาหาค๊าบ...

ปล.ขอบคุณที่ช่วยโปรโมทครับ...(เดี๋ยวโอนเงินค่าเชียร์ให้นะคับ!)
ความคิดเห็นที่ 36
แพรจารุ วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 12.04 น.
http://www.oknation.net/blog/parjaru
อยู่แบบบ้าน ๆ ในป่าเมือง


ข่าวใหม่
ทีมผู้จัดงานแสงดาว ศรัทธามั่น

แจ้งเลื่อนการจัดงาน "ล้างฟิล์ม แสงดาว" จากวันที่ 26 เดือนนี้ออกไปก่อนหนึ่งเดือน แล้วจะแจ้งวันที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง

มิตรรักนักอ่านอ้ายแสงดาว โปรดทราบนะคะ
ขออภัยมาจากชลธี (ปาน)
ความคิดเห็นที่ 35
Patong วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 10.10 น.
http://www.oknation.net/blog/Patong

หายเหนื่อยยังคะพี่...
ความคิดเห็นที่ 34
นกแสงตะวัน วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 22.29 น.
http://www.oknation.net/blog/arunprapa
เป็นอะไรก็ได้ ง่าย ๆ ...แต่จริง

พี่ยายคะ
อยากไปชมงานอ้าย(ลุง)แสงดาว แต่อยู่ไกลเหลือหลาย
ฝากคิดถึงอ้ายแสงดาวด้วยนะคะ
เรารู้จักกันโดยที่ไม่รู้จักกัน ผ่านตู้ปณ.1143 ค่ะ

อ้ายแสงดาวคงจำนกแสงตะวันได้
(ถ้าจำไม่ได้ แสดงว่าอ้ายแก่คักแล้ว) 55

มกราคม-กุมภาพันธ์ จะมีโอกาสไปถึงเชียงใหม่มั้ยนะ
อยากชิม เอ๊ย!ชมฝีมือถ่ายรูปของอ้ายลุงแสงดาว

รอ ปา-ติ-หาน ค่ะพี่ยาย
ความคิดเห็นที่ 33
เมธา วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 18.22 น.
http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha

เสื้อม่วงใครหว่า..
ความคิดเห็นที่ 32
Patong วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 17.21 น.
http://www.oknation.net/blog/Patong

พี่ยายขา...
แอบมาเชียงรายก็ม่ายยย...บอก ...

อ่านเพลินดีจังค่ะพี่ หนูยังไม่เคยไปเลย...

ร้านริมโขงนั่น บ้านตามิละใช่เปล่า??...

ภาพสุดท้ายนี่... เสื้อสวยเนอะ...
ความคิดเห็นที่ 31
..ขิงชมพู.. วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 16.25 น.
http://www.oknation.net/blog/khingchomphuu


แวะมาเสริฟกาแฟยามบ่ายค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 30
นางราตรี วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 14.56 น.
http://www.oknation.net/blog/midnight
http://www.oknation.net/blog/fangcows http://www.oknation.net/blog/atnoonแม้เพียงสายลมพัดโชยอ่อนตะวันรอนทำให้ใจหวั่นก้าวเดินใต้แสงแห่งพระจันทร์ไล่ตามฝันหมายไขว่คว้าดาว 

แวะมาเจองานที่ร้านสุดสะแนน ขอบอกว่าไปไม่ถูก พี่จอมยุทธเมรัยเคยแนะนำให้ไปนั่ง งิงิงิงิ แต่นางราตรีหาร้านไม่เจอ แถวนั้นมีอะไรน่าสนใจมั้งน้อ


ป.ล. ส่วนเรื่องร้านกาแฟ ขอเสนอชื่อ "มัฌชิมคัพ"
"Mashim cup" ผสมผสานระหว่าง คำว่า มัชฌิมา กับ ถ้วย ถ้วยกาแฟขนาดกลาง ไม่ถูกไม่แพง แต่เท่ห์ เวลาถ้าจะออกเสียงเพี้ยนตามฝรั่งแบบนางราตรีก็ได้เป็นชื่อ มาชิมคับ งิงิงิงิ
ความคิดเห็นที่ 29
ประกายพฤกษ์ วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 14.14 น.
http://www.oknation.net/blog/khoncr

คนเจียงฮาย แวะมาเยี่ยม อยากไปงานแสงดาว แต่ติดงานสำคัญ เสียดายๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 28
เสือจุ่น วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 10.47 น.
http://www.oknation.net/blog/tigerjun
Life is like a box of chocolates... you never know what you're gonna get...Forest Gump 

คราวหน้า พี่ยายพาไปหน่อยนะครับ เอาเฉพาะซื้อผ้าละกัน

ส่วนจับปลา ท่าทางคนมีกะตังค์แถวบ้านไม่ชอบ
แต่ชอบกินปลาเหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ 27
แพรจารุ วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 06.16 น.
http://www.oknation.net/blog/parjaru
อยู่แบบบ้าน ๆ ในป่าเมือง

นกแสงตะวัน

สวัสดีจ๊ะ ฟ้ายังมืดอยู่จ๊ะ ฤดูหนาวยังไม่ผ่าน เช้านี้พี่เตรียมสำหรับเดินทางไปแม่แจ่ม จึงตื่นขึ้นมาทำงานค้า