• แพรจารุ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : parjaru@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-13
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 16010
  • จำนวนผู้โหวต : 47
  • ส่ง msg :
ชีวิตนี้ต้องเดินต่อไป
วันศุกร์ ที่ 4 กรกฎาคม 2551
แค่คิดถึงก็มีความสุข
Posted by แพรจารุ , ผู้อ่าน : 284 , 20:49:15 น.   | หมวดหมู่ : ไปเที่ยวป่าหากินหาอยู่  
พิมพ์หน้านี้


                    

               มีสถานที่อยู่หลายแห่งที่อยากเดินทางไปอยู่เสมอ หรือแค่คิดถึงก็มีความสุข

                สำหรับฉันสถานที่ที่ว่านี้ เป็นป่าเขา...แต่ไม่ใช่ป่าอย่างเดียวต้องมีผู้คน และของกินด้วยค่ะ ดังนั้นป่าต้องมีคนและมีของกินได้จากป่า จึงจะเรียกว่าสมบูรณ์

วันนี้เริ่มต้นที่...

             บ้านหินลาดใน เชียงรายค่ะ

            ว่าแล้วก็ชวนเพื่อนจากเมืองหลวงไปดื่มชาท่ามกลางป่าเขา ยามฝนโปรย

ที่บ้านหินลาดในมีชาดี เป็นชาธรรมชาติ และที่แห่งนั้นเป็นห้องเรียนชุมชนหรือห้องเรียนการเรียนรู้ไร้พรมแดน ผู้คนต่างเดินทางมาที่นี่เพื่อเรียนรู้การกินอยู่อย่างเพียงพอและเป็นสุข  และมีชีวิตที่เกื้อหนุนธรรมชาติ

ไม่ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวธรรมดา แต่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของคนอยู่คู่กับป่า                                    

                บ้านหินลาดในที่เราจะเดินทางไปดื่มชา อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนแลห่างจากอำเภอเวียงปาเป้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 23 กิโลเมตร 

                เมื่อครั้งอยู่เมืองหลวง เราชอบนั่งดื่มชากันที่ระเบียงเล็ก ๆ ของคอนโดมิเนี่ยม มองลงไปมีสนามเล็ก ๆ มีต้นกล้วยสองต้นเป็นกล้วยที่กินไม่ได้ ดอกสีส้มสด มองไกลออกไปก็พบผนังตึกสีขาวด่างดำ แต่ก็มีความสุขที่สุดตรงระเบียงที่จัดเพื่อดื่มชา

                 เมื่อมาอยู่เมืองเหนือ ฉันชอบเดินทางไปตามบ้านป่า เพราะชอบหาของกินของป่า  เรียกว่าหากินตามฤดูกาล  “กินอาหารในชุมชน” 

                ไปสูดกลิ่นอายผืนดินและป่าเขา นั่งทอดสายตาในยามเช้า เดินป่ายามเย็น และเข้าครัวไปอบควันไฟใกล้ ๆ เตาที่หุงหาอาหารเพื่อรออาหารร้อน ๆ จากเตาไฟ ยิ่งหน้าหนาวยิ่งอุ่นกาย อิ่มท้องแค่นี้ก็สุขเหลือหลายแล้ว

               

                            ยอดชาป่า

วันนี้ชวนเพื่อมาด้วย

เราเริ่มเดินเท้าเข้าหมู่บ้านตรงนี้ รถเข้าไปถึงแต่ฉันอยากเดินคุยไปกับเพื่อนเก่า

 เดินไปตามถนนดินแดงเพียงสองกิโลเท่านั้น ใช้เวลานานทีเดียวเพราะเพื่อนเดินช้า ในช่วงที่ขึ้นเนินหยุดหอบหลายครั้ง บางช่วงเดินไม่ไหว แต่ก็ดีได้หยดดูวิวทิวทัศน์ชื่นชมธรรมชาติ

               

                "คนสมัยก่อนเขาคงเดินเก่ง" เพื่อนพูดหลังจากนั่งลงอย่างหมดแรง

                "ใช่แล้ว คนยุคนี้ลืมการเดินไปแล้ว  เราเคลื่อนย้ายตัวเองด้วยรถต่าง ๆ มีใครสักคนเคยบอกฉันว่า มนุษย์สง่างามเมื่อก้าวเท้าเดิน"

                "ฉันคงต้องหัดเดินใหม่ ฉันไม่เดินไปไหน ๆ นานมากแล้ว นอกจากเดินออกจากประตูบ้าน"

                "ถึงขั้นนั้นเชียวหรือ"

                "จริง ๆ เดินแค่เข้าออกประตูห้อง จากประตูห้องที่คอนโดก็เดิน เข้าลิฟท์ ขึ้นรถออกจากประตูรถ เดินเข้าลิฟท์ถึงประตูห้องทำงาน"

                "ฉันเดินเพราะไม่มีรถใช้  ค่ารถในเมืองเชียงใหม่แพงมาก  ดังนั้นถ้าเข้าเมืองก็คือเดิน ปัญหาของเมืองเชียงใหม่ที่ไม่มีใครแก้ได้เรื่องขนส่งมวลชน ไม่มีรถเมล์ประจำทาง"

                เราเดินกันต่อหลังจากหยุดพักนั่งคุยกันพอหายเหนื่อย

                "ในอดีตเป็นเส้นทางเดินทาง พวกเขาลัดเลาะไปตามไหล่เขาและแนวลำธาร ซึ่งเกิดจากการเดินทางไปไร่นา สวนชาและการเดินทางไปติดต่อกับหมู่บ้านใกล้เคียง  เป็นไปด้วยความยากลำบาก

                    ประมาณปี พ.2522 ชาวบ้านจึงได้ช่วยกันขุดถนนกว้างประมาณรถจักรยานยนต์แล่นได้ เป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ที่เรากำลังเดินนี่แหละ

                    ต่อมาเมื่อมีการสัมปทานไม้ พ..2529 ถนนจึงได้ถูกไถเกรดตั้งแต่ทางเข้าหมู่บ้านไปจนถึงไหลเขาต่าง ๆ เพื่อเป็นเส้นทางลำเลียงไม้ออกจากหมู่บ้าน

                     ต่อมาในปี พ..2537 ศูนย์วิชาการต้นน้ำดอยเวียงผา ได้นำรถแทรกเตอร์ช่วยเกรดถนน"

                "เธอรู้จักหมู่บ้านนี้ดี"

                "ฉันมาหลายครั้งแล้ว รู้จักทั้งป่าและผู้คน  พูดแล้วจะหาว่าคุย ลูกสาวของพ่อหลวงเคยลงดอยไปเที่ยวทะเลกับฉันมาแล้ว  จริง ๆ เราไปเกาะมุกมาเด้วยกัน เกาะมุกอยู่ที่จังหวัดตรัง ”

                 “บ้านที่เราไปเป็นบ้านชาวเขาใช่ไหม”

                 “ใช่หมู่บ้านที่เรากำลังจะไปถึงเป็นชนเผ่า ปกาเกอะญอ บนแผ่นดินล้านนา เป็นที่อยู่ของหลายเชื้อชาติหลายเผ่าพันธ์ มีความหลากหลายมาก

                "ไม่หลงทางแน่นะ ทำไมไม่ถึงสักที"

                "ถึงแล้ว "บ้านห้วยหินลาดใน จะหลงไปไหน...เส้นทางสายเดียวเข้าหมู่บ้าน" 

                  หน้าบ้านของผู้นำหมู่บ้าน ใกล้ ๆ ศาลามีทางน้ำเล็ก ๆ ไหลผ่าน เดินลงไปล้างหน้า ล้างแขน เย็นสบาย

                เพื่อนบอกว่า ตอนนี้ไม่อยากไปไหนต่อแล้ว นั่งจิบชาอยู่ที่ศาลาใกล้ ๆ สายธารก็พอใจแล้ว ใครจะไปไหนก็ไปเถอะ

                เราจะไปเก็บใบชา มาทำอาหารเย็นกินด้วย

             รอคอยการเดินทางไปเก็บชา ด้วยการเอนกายนอนอ่านหนังสือ

                 ที่ศาลาเล็ก ๆ แห่งนี้มีหนังสือหลายสิบเล่ม นิตยสารรายสัปดาห์ รายเดือน หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ และหนังสือสำหรับเด็กคงจะเป็นหนังสือที่ได้รับการบริจาคเข้ามา แต่ได้รับการเลือกสรรแล้ว  เราพบว่าหนังสือที่ถูกบริจาคเข้าไปตามที่ต่าง ๆ มักจะเป็นหนังสือที่ไม่มีคุณภาพ เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์ที่ถูกบริจาคเข้ามา เหมือนเอาของเก่าและเอาขยะกระดาษมาทิ้งบ้านป่าหรือชุมชนห่างไกล            

                หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบระหว่างภูเขา มีบ้านเรียงรายประมาณ 30 หลังคาเรือน มองไปทางไหนก็มีภูเขาสลับซับซ้อน

                “อ่านหนังสือ นอนดูภูเขาและฟังเสียงน้ำไหล  เป็นเที่ยงวันพิเศษจริง ๆ” เพื่อนจากเมืองหลวงพูดขึ้น

 

                 จบตอนที่ 1 สัญญาว่ามีตอนที่ 2 แน่ ๆ ค่ะ

 

 

                          

 

 

 

 



/1
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31