พิมพ์หน้านี้
|
ปีใหม่ เป็นช่วงวันหยุดยาวที่ใครๆต่างก็อยากให้ถึงเร็วๆ จะได้มีเวลาไปเจอคนที่อยากเจอ ทำอะไรที่อยากทำ ไปในที่ที่อยากไป เป็นวันครอบครัวสำหรับคนหลายล้านคนทั่วโลกเลยก็ว่าได้ แต่......ไม่ใช่สำหรับเรา.......... วันนี้ดูหนังจบไปสามเรื่องแล้ว เพลงที่อยากฟังก็ฟังไปจนหมดแล้ว บอร์ดทุกบอร์ดเงียบเชียบราวกับว่าความคึกคักที่ผ่านมาเป็นเรื่องโกหก ครั้นจะนอนให้หลับซะเดี๋ยวนี้(ยี่สิบสามนาฬิกาตรง) ก็ดูจะขัดกับกิจวัตรการนอนที่ทำมานานหลายปี..... นานมาแล้ว เมื่อพ่อกับแม่ ย้ายไปประกอบสัมมาอาชีพที่ภูเก็ต เมืองกลางทะเล แดนใต้โน่น ไกลลิบจากจังหวัดบ้านเกิดในถิ่นที่ราบสูงแถมยังติดโลโก้เมืองแห่งทะเลภูเขา ด้วยความที่หนทางยาวไกลนี่เอง ถึงแม้ถนนหนทางไม่ได้ลำบาก แต่ข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งบนหน้าจอทีวี และหน้าหนังสือพิมพ์ช่วงเทศกาลที่คนอาบน้ำเมากันเป็นว่าเล่น ทำให้พวกเราต่างกลัวที่จะให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบึ่งรถไปหากัน ถึงแม้จะระวัง แต่คำกล่าวที่ว่า เราไม่ชนเค้า เค้าก็ชนเรา ทำให้ครอบครัวเล็กๆของเราคิดมากเสมอ สำหรับรถโดยสารยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง ตั๋วแมทลิเวอร์พูลฟาดแข้งกับทีมชาติไทยยังหาง่ายกว่า ดังนั้นเวลาแห่งครอบครัวของเราจึงไม่เหมือนคนอื่น ช่วงรอยต่อระหว่างเทศกาลปีใหม่ทั้งสองที่คนไทยฉลองกัน นั่นคือวันปีใหม่สากล และวันสงกรานต์ ปีใหม่ไทย หลังจากรับเงินเดือนเดือนมกราคมแล้ว พ่อกับแม่ก็จะลาพักขึ้นมาอยู่บ้านกับลูกๆเป็นเดือนๆเลยล่ะก่อนที่จะมุ่งลงใต้ไปอีกก่อนวันสงกรานต์ แต่ว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกในด้านลบแต่อย่างใด กลับรู้สึกดีที่ไม่ต้องเป็นกังวลรอคอยการมาถึงอย่างปลอดภัยของคนที่เรารัก จะเวลาไหนก็มีค่าไม่ต่างกัน และปีใหม่ทุกปีที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยต้องเหงา...... เมื่อกลางเดือนธันวาคม ทุกคนอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ทั้งเพื่อนๆและพี่ๆที่เรารู้จักมักคุ้น เพราะใกล้ถึงวันหยุดยาวแล้ว บางคนก็มีโปรแกรมคลาสสิค นั่นก็คือกลับบ้าน แต่บางคน ก็มีโปรแกรมท่องเที่ยวปีใหม่หลายหลากมานำเสนอเชื้อเชิญให้ร่วมเดินทาง การเดินทางไปในที่ที่ยังไม่เคยย่ำกรายเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับเด็กที่ผ่านโลกมายังไม่ถึงครึ่งชีวิตอย่างข้าพเจ้า หลังจากปล่อยให้ตัวเองลังเลอยู่นาน ทริปเค้าท์ดาวน์ที่ภูสอยดาวกับเหล่ารุ่นพี่ที่ทำงานใกล้ๆแถวมหาลัย ก็ได้รับคะแนนท่วมท้น 29 ธันวาคม-1 มกราคม คือวันที่ที่เราคาดหวังว่าจะได้นอนนับดาวอยู่ที่นั่น พร้อมๆกับสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปให้เต็มปอด ทุกคนเตรียมตัวพร้อมแล้ว ใจนั้นอยู่ที่ภูสอยดาวแล้วก็ว่าได้ แต่ในที่สุดความแน่นอนก็เพลี่ยงพล้ำความไม่แน่นอนเข้าจนได้ รุ่นพี่หัวหอกซึ่งรับตำแหน่งกัปตันขับยาน (พาหนะ) ของพวกเราถูกเรียกตัวเข้ากรุงเทพกะทันหัน พรรคพวกที่สำคัญนายหนึ่งก็มีงานด่วนที่แก้ไข การผจญภัยที่เราเตรียมตัวกันมาเป็นอาทิตย์จึงเป็นอันต้องพังครืนลงอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเหตุนั้นวันนี้ ข้าพเจ้าจึงยังนั่งอยู่ในห้องนี้ บรรยากาศเงียบเชียบ นักศึกษาคนอื่นๆในหอพักเดียวกันกลับบ้านเจียนจะหมดแล้ว ทริปอื่นๆเค้าก็ไปถึงที่หมายกันหมดแล้ว ความไม่ชินกับการอยู่คนเดียวทำให้ทุรนทุรายในตอนแรก ความเงียบยึดครองพื้นที่ ความเหงาก็ร่ำๆจะเอาผลประโยชน์ในส่วนของมัน จิตใจของเจ้าคืออาวุธที่แข็งแกร่งที่สุด เสียงผู้เฒ่าบอกผู้กล้าตัวน้อย ในหนังกึ่งอนิเมชั่นเรื่อง Arther and the minimoys ที่กำลังดูอยู่เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้ทำให้มีกำลังใจขึ้นมาบ้าง ไม่รู้เพราะความเหงาหรือไม่ ที่ทำให้รู้สึกไปว่าประโยคเล็กน้อยนั้นกินใจเหลือเกิน จนต้องหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาจดบันทึกไว้ แล้วตาก็ไปสะดุดกับโน้ตหลายๆอันที่เขียนไว้ก่อนแล้วด้วยหลายมือขยุกขยิก เป็นความทรงจำในปีเก่าๆที่ผ่านมา "เราไม่ได้สูญเสียอะไรไป เพียงแค่ไม่ได้สิ่งที่ต้องการกลับมา ....ฟังดูเข้าสถานการณ์ตอนนี้แฮะ ลิงใหญ่ยกลำไยเล็ก ลิงเล็กยกลำไยใหญ่ ก็ขำขำดีนะ.................. หากศัตรูของความกล้า เป็นถึงเทพเจ้า ก็จงเป็นอสูรฟาดฟันกับเทพเจ้าซะ อืม......โหดใช่ย่อย (จากอนิเมชั่นเรื่องโอนิมูฉะ ที่พระเอกต้องทำหน้าที่ปราบมารที่เกิดใหม่ด้วยความกระหายในอำนาจของมนุษย์และเรียกตัวเองว่า พระเจ้า) เมื่ออุปสรรคยังคอย อย่าปล่อยให้มันได้ใจ รวบรวมพลังเอาไว้ แล้วก้าวไปอย่ากลัว รวบรวมพลังเอาไว้...................... (จากเพลงพลังแห่งชีวิต ของ Peace Maker เค้าหล่ะ ) ตอนมีชีวิตอยู่ไม่ได้ทำสิ่งที่ชอบ ตายไปแล้ว บอกให้ไปที่ชอบๆ ผมว่ามันไม่เข้าท่า (ดร.สุกรี เจริญสุขผู้อำนวยการวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ท่านเคยกล่าวเอาไว้ ) เมื่อฉันรับใช้ความเป็นตัวฉันเอง ฉันก็มีความสุข ทุกๆเมื่อเลยล่ะ...................... (คิดขึ้นมาจากเนื้อหาในหนังสือที่เคยอ่าน) ชัดเจนในสิ่งที่คิด ใช้ชีวิตในแบบที่เป็น สั้นๆ แต่ความหมายคมดีนะ.................. (ดัดแปลงจากคอลัมภ์สัมภาษณ์สเตฟาน จากนิตยสารเล่มหนึ่ง) เมื่อคนหนึ่งกลัว คนหนึ่งควรจะกล้า เมื่อคนหนึ่งล้า อีกคนควรจะเข้มแข็ง (บทเขียนให้กำลังตัวเองเวลาทำงานเป็นทีมเวิร์ค ) ไม่รู้อะไรคือจุดเริ่มต้น ไม่รู้เหตุผลที่ทำสำเร็จ พอๆกับไม่รู้ว่าเหตุใดจึงพลาดมาตลอด (โมริ เอโตะ / Dive) อันนี้ชอบ..........ให้ความรู้สึกสับสนในตัวของมันเอง ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ แต่ซักวันคงจะรู้ขึ้นมาบ้างแหละน่า.............อย่างน้อยตอนนี้ก็รู้ว่า พรุ่งนี้จะไปไหนดี (คิดออกจนได้) Happy New Year บล็อกเกอร์ที่หลงเข้ามาทุกท่านเลยนะคะ.........^^ //////////////////////////////////...................................>>>>>>>>
|
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||