|
ขอนำเสนอเรื่องราวของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชผู้ยิ่งใหญ่ของกรีกและของโลกกันนะครับ เช้าวันหนึ่งของเดือนสิงหาคม ปีที่338 ก่อนคริสตกาล ณ.ทุ่งราบบีโอเชีย เชิงเขาปาร์นาสซัส ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเอเธนส์ นักรบกรีกในชุดเกราะบรอนส์นับหมื่นคนจากหัวเมืองต่างๆตั้งกองทัพเรียงรายตลอดท้องทุ่ง เวลาเดียวกันที่อีกฟากหนึ่ง กองทัพมาซีโดเนียนแห่งดินแดนกันดารทางเหนือ เคลื่อนพลเข้ามาอย่างช้าๆ พร้อมด้วยอาวุธที่น่าสะพรึงกลัว นั่นคือแหลนยาว 5 เมตรในมือของทหารแต่ละคน แม่ทัพชาวเอเธนส์ชักดาบออกจากฝักเป็นสัญญาณเข้าโจมตี ฉับพลันทหารกรีกนับหมื่นก็ดาหน้าเข้าหาข้าศึก ฝ่ายตรงข้ามหยุดขบวนและจัดแถว พวกเขาพร้อมที่จะพิสูจน์ความน่ากลัวของอาวุธและยุทธวิธีใหม่ของพวกเขาแล้ว แหลนในมือถูกวางตรงไปด้านหน้าจากนั้นก็เคลื่อนทัพเข้าหาข้าศึกทันที ในที่สุดการประจัญบานก็เริ่มขึ้น ทหารกรีกถูกโจมตีจนเสียรูปขบวน และถูกแหลนของข้าศึกสังหารลงนับพัน และในเวลานั้นเองทหารม้ารักษาพระองค์มาซีโดเนียน ภายใต้การบังคับบัญชาของเจ้าชายอเล็กซานเดอร์วัย 18 พรรษา ก็แยกกำลังบุกเข้าโจมตีปีกซ้ายขวาของทัพกรีกอย่างดุเดือด อเล็กซานเดอร์ในชุดเกราะสวมหมวกเหล็กตีฝ่าเข้ากลางทัพข้าศึกและได้แยกทัพศัตรูออกเป็นสองส่วน ก่อนจะตีโอบเข้าล้อมสังหาร การรบดำเนินจนถึงตอนเย็นและจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของทัพพันธมิตรกรีก ซากศพนักรบกรีกนับหมื่นกองทับถมกันทั่วท้องทุ่งแห่งนั้น เป็นดุจเครื่องหมายประกาศว่า บัดนี้ ดินแดนกรีกทั้งหมดตกเป็นของมาซีโดเนียแล้ว สงครามที่บีโอเชียคือสมรภูมิใหญ่ครั้งแรกของเจ้าชายอเล็กซานเดอร์ แม้ว่าความเก่งกล้าของพระองค์จะเป็นที่ประจักษ์ในการรบครั้งนี้แต่ก็ไม่มีใครที่จะรู้ได้ว่าจากนี้ไปอีกไม่นานพระองค์จะได้กลายเป็นผู้สร้างจักรวรรดิ อันยิ่งใหญ่เท่าที่โลกเคยรู้จักมาและเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์โลกโบราณ 
ชัยชนะของทัพมาซิโดเนียที่เชิงเขาปานาสซัส พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่สามทรงเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าฟิลิปแห่งมาซิโดเนียกับพระนางโอลิมเปียสเจ้าหญิงแห่งอิพิรุส พระองค์ประสูติในวันที่ 20 กรกฎาคม ปีที่ 356ก่อนคริสตกาล พระองค์ทรงมีพระอนุชาต่างมารดาหนึ่งพระองค์คือเจ้าชายฟิลิป ในครั้งนั้นมาซิโดเนียเป็นเพียงแคว้นเล็กๆทางตอนเหนือที่ถูกชาวกรีกมองว่าล้าหลัง และป่าเถื่อน เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ พระเจ้าฟิลิปได้เชิญนักปราชญ์นาม อริสโตเติล (Aristotle) ผู้เป็นศิษย์ของปรัชญาเมธีเพลโต มาเป็นพระอาจารย์ให้พระโอรส เจ้าชายอเล็กซานเดอร์ทรงเป็นเด็กฉลาด ใฝ่รู้ จากหลักฐานที่ค้นพบ บอกให้ทราบว่าพระองค์ทรงมีพระวรกายค่อนข้างเตี้ย คืออาจสูงราว 150 เซนติเมตรเท่านั้น พระวรกายค่อนข้างเล็กแต่ล่ำสัน พระพักตร์เกลี้ยงเกลา ดูอ่อนวัยและสง่างาม " พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ทรงใช้ชีวิตคลุกคลีกับเหล่าทหารตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงปฎิบัติพระองค์เยี่ยงทหารสามัญโดยไม่ถือพระองค์ว่าเป็นราชโอรส ทำให้ไพร่พลทั้งรักและเคารพพระองค์ ถึงแม้ว่าท่าทางของพระองค์จะดูอ่อนโยนแต่พระองค์ก็ทรงมีทิฐิมานะสูงมาก พระองค์ชอบการเอาชนะมาตั้งแต่ยังเด็ก ครั้งหนึ่งเมื่อทรงเป็นวัยรุ่น พระองค์ได้ปราบพยศม้าดุร้ายที่ไม่มีใครเอาชนะได้สำเร็จ และใช้เป็นอาชาคู่พระทัย ชื่อว่า บูเซฟาลัส เมื่อพระเจ้าฟิลิปทราบเรื่อง ได้ตรัสว่า "ลูกเอ๋ย ดินแดนมาซิโดเนียคงไม่กว้างใหญ่พอสำหรับเจ้าเสียแล้ว"

รูปปั้นของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์  
พระนางโอลิมเปียส พระเจ้าฟิลลิป แม้พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ทรงรับถ่ายทอดความสามารถด้านการศึกและการปกครองมาจากพระราชบิดาอย่างเต็มที่ แต่พระองค์ค่อนข้างใกล้ชิดกับพระมารดามากและรับเอานิสัยบางอย่างมาจากพระมารดา พระมารดาของพระองค์ทรงมาจากเผ่าชนที่นับถือเทพไดโอนิซุส(เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่น) และมีพิธีกรรมวิปริตที่ต้องทำร่วมกับงู ซึ่งพระนางปฏิบัติอย่างไม่ทรงรังเกียจ พระนางโอลิมเปียสทรงเป็นหญิงที่มีความฉลาด ทระนง และทะเยอทะยาน นอกจากนี้พระนางยังมีความริษยาและพระทัยที่เหี้ยมโหดอีกด้วย พระนางไม่พอใจมากที่พระสวามีมีพระชายาเป็นจำนวนมาก มีบันทึกเล่าว่า หลังจากที่พระเจ้าฟิลิปสวรรคตแล้ว พระนางได้สั่งให้นำตัวพระชายาที่อายุน้อยที่สุดและเป็นคนโปรดของพระสวามีไปเผาทั้งเป็นเสีย
ในปีที่ 336 ก่อนคริสตกาล พระเจ้าฟิลิปถูกลอบปลงพระชนม์โดยชายชื่อ เปาซาเนียส อดีตราชองครักษ์ของพระองค์และอาจเป็นคู่รักเก่าของพระองค์ด้วย(ในสมัยกรีกโบราณการมีรสนิยมแบบไบเซ็กช่วลถือเป็นเรื่องปกติ) ด้วยเหตุผลที่ไม่แน่ชัด แต่นักประวัติศาสตร์บางคนก็เชื่อว่าพระนางโอลิมเปียสเองเป็นผู้บงการเนื่องจากทรงโกรธพระสวามีที่มีพระชายาหลายองค์และต้องการให้พระโอรส ของพระนางขึ้นครองราชย์โดยเร็ว หลังจากขึ้นครองราชย์แล้ว พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ทรงปราบปรามหัวเมืองกรีกที่แข็งข้อจนราบคาบ จากนั้นพระองค์จึงวางแผนเตรียมทำศึกกับจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดขณะนั้น "จักรวรรดิเปอร์เซีย" โดยในตอนนั้น จักรวรรดิเปอร์เซียครอบครองดินแดนเกือบทั้งหมดของเอเซียตะวันตกเฉียงใต้และแอฟริกาเหนือ ที่มา : http://www2.se-ed.net/paststep/Alexander32.html มาต่อกันในภาคพิชิตเปอร์เซียและเอเชียไมเนอร์กันเลยนะครับ
|