พิมพ์หน้านี้
|
แม้จะยังไม่มีความชัดเจนถึงเส้นทางการเมืองหลังเกษียณอายุราชการของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ./ประธาน คมช. จากการให้สัมภาษณ์ล่าสุดที่เปรียบเทียบชีวิตของท่านกับว่าว และบอกใบ้ถึง ๔ ทางเลือกสำหรับตัวท่านเองนั้นก็ตาม วันนี้ จะขอวิเคราะห์ให้เห็นถึงผลดีผลเสียของการตัดสินใจที่จะเกิดขึ้น อันแปรผกผันโดยตรงกับระยะเวลาที่ใช้ในการตกลงใจ นั่นก็คือสมมติว่าคำตอบที่ท่านจะเปิดเผยออกมา เป็นไปตามที่ผู้ปราถนาดีจำนวนมากที่มีต่อตัวท่านและประเทศชาติโดยรวมได้เสนอแนะ คือ ไม่เล่นการเมือง คำพูดของท่านในวันพรุ่งนี้ (เวลาที่เขียนนี้ท่านยังไม่ตอบ) จะยิ่งส่งเสริมภาพลักษณ์ ความมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ของทหารอาชีพ ความเป็นสุภาพบุรุษ ที่ท่านยึดมั่นตามแถลงการณ์ที่ให้ไว้กับประชาชนเมื่อครั้งเข้ามายึดอำนาจ จัดระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินเสียใหม่ ยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเข้ามาแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติที่ไม่มีทางออก ซึ่งมิได้กระทำการใด ๆ เพื่ออำนาจให้ตัวท่าน จึงไม่มีใครสามารถดูหมิ่นดูแคลนได้ ในขณะที่คำพูดของท่านแบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นอีก ๒-๓ เดือน ตามเวลาที่ท่านขอใช้สำหรับการตัดสินใจ ผลของมันจะไม่สามารถเสริมตัวท่านได้เหมือนคำตอบในวันพรุ่งนี้ เพราะเชื่อได้ว่าจะเป็นการตัดสินใจตามกระแสสังคมที่จะออกมาจำกัดเส้นทางการเล่นการเมืองของท่าน หากข้ามนัยเกี่ยวกับว่าวออกไป มาพิจารณาถึง ๔ แนวทางที่ท่านว่าไว้ ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน อย่างไรเสียก็ไม่พ้นไปจาก ๒ แนวทางหลักเท่านั้น คือ เล่นการเมือง กับ ไม่เล่นการเมือง ส่วน ๒ แนวทางหลัก จะแตกลูกออกเป็น ๔ แนวทางย่อย (ตามที่ประธาน คมช. คิดไว้) ในรูปแบบใด ก็คงไม่ยากสำหรับการคาดการณ์ เช่น ไม่เล่นการเมือง คือ ๑ แนวทาง เล่นการเมือง คือ ๑ แนวทาง ที่สามารถแยกย่อยออกได้อีก ๓ แนวทาง ว่าจะเล่นแบบไหน หรือไม่เล่นการเมือง แบ่งออกเป็น ๒ แนวทางย่อย และเล่นการเมือง แบ่งออกเป็น ๒ แนวทางย่อย หรือจะสลับสับเปลี่ยนกันอย่างไรเพื่อให้ได้เป็น ๔ แนวทาง ที่ต่างกัน ตามหลักความน่าจะเป็นทางคณิตศาสตร์โดยมีตัวแปรคือข้อมูลและสภาวะแวดล้อมรอบตัว ก็ว่าไป แต่ไม่ว่าจะเลือกแนวทางใด ก็ไม่มีความสำคัญ เพราะแนวทางที่น่าจะดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับท่านนั้นมีคำตอบอยู่แล้วโดยไม่ต้องรออะไร นั่นก็คือ การไม่เล่นการเมือง ส่วนแนวทางในการเล่นการเมืองนั้น ขออนุญาตฟันธงเหมือนที่เคยพูดมาตลอดว่า ท่านจะมีแต่เสียกับเสียมากเท่านั้น แน่นอนว่าข้อมูลและข้อเท็จจริง เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งสำหรับกระบวนการแสวงข้อตกลงใจที่จำเป็นต้องนำมาใช้ เพื่อให้ได้ข้อพิจารณาสำหรับการตกลงใจเลือกหนทางปฏิบัติที่ดีที่สุด แต่ข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวเนื่องกับเส้นทางชีวิตทางการเมืองของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ./ประธาน คมช. ที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า มิได้มีอะไรใหม่สำหรับประวัติศาสตร์การเมืองของไทย ผู้หลักผู้ใหญ่ที่อาวุโส ผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองมามากกว่าท่าน ได้ทะยอยกันออกมาให้สติเตือนใจให้ท่านคิดให้รอบคอบหากจะเลือกเส้นทางทางการเมือง สื่อต่าง ๆ เริ่มออกมาตั้งข้อสงสัยและมีคำถามกับตัวท่านมากขึ้นถึงเวลาที่ท่านเสียไปโดยไม่จำเป็นต่อการอธิบายถึงอนาคตของท่าน ตลอดจน ยังมีพลังมวลชนที่บริสุทธิ์และเป็นกลางจำนวนมหาศาลที่เฝ้ามองดูความเป็นไปของบ้านเมืองตามคำมั่นสัญญาที่ท่านให้ไว้เมื่อ ๑๙ ก.ย. ๔๙ โดยมีเหตุการณ์พฤษภาทมิฬในปี ๓๕ เป็นเครื่องเตือนความทรงจำ นอกจากนี้ ยังมีนักวิชาการ ผู้นำทางความคิดในสังคมอีกจำนวนไม่น้อย ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นต่อประเด็นการเล่นการเมืองของท่าน เช่น ราษฎรอาวุโส นพ.ประเวศ วะสี เป็นต้น ซึ่งถ้าท่านออกมาเมื่อไร ขอให้ท่านประธาน คมช. ตระหนักว่านั่นคือจุดที่ท่านต้องตัดสินใจแล้ว เพราะ นพ.ประเวศฯ เตือนหรือพยากรณ์เส้นทางชีวิตใครไว้ ไม่มีพลาด ทั้ง พล.อ.สุจินดา คราประยูร และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในเมื่อหนทางปฏิบัติและคำตอบที่ดีที่สุดมีอยู่แล้วในใจ ทำไมท่านไม่เลือกที่จะตัดสินใจเอง แทนการถูกกระแสสังคมออกมาบีบให้ตัดสินใจในวันข้างหน้า เพราะการออกมาแสดงจุดยืน (ที่ถูกต้องเหมาะสม) อย่างชัดเจนเยี่ยงชายชาติทหารในวันพรุ่งนี้หรือเร็วขึ้นเท่าไร จะมีคุณค่ามากมายกว่าการออกมาแสดงจุดยืน (อย่างจำใจรับสภาพ) ในภายหลังยิ่งนัก ... เวลาที่ทอดนานไปเพียงใด คุณค่าในการตัดสินใจของท่านจะลดน้อยถอยลงไปเท่านั้น แสดงความชัดเจนเสียเถิดครับ ด้วยการตัดสินใจด้วยตัวเอง ... เพื่อประโยชน์แก่ตัวท่านเองและประเทศชาติโดยรวม เวลาที่ท่านขอสื่อมวลชนและประชาชนสำหรับการตัดสินใจสำหรับเรื่องอนาคตของท่าน มันอาจจะนานเกินไป จนตัวท่านเองนั่นแหละจะเป็นผู้เสียหาย ครับ |