พิมพ์หน้านี้
|
ในยามที่ประชาชนอย่างเรา (ผู้เขียน) รู้สึกสิ้นหวังและไร้ศรัทธาต่อคณะผู้บริหารประเทศอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนนั้น ก็เฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอว่า เราควรทำอย่างไรบ้าง นอกเหนือจากการทำหน้าที่ที่มีอยู่ในดีที่สุดในหลาย ๆ สถานะ ไปพร้อม ๆ กับปรึกษาหารือ (ระบาย) กับมิตรสหายและผู้ใกล้ชิดซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองคล้าย ๆ กัน แน่นอนว่าตามกติกาทางการเมือง นักการเมืองเหล่านี้มิสิทธิอันชอบธรรมในการก้าวเข้ามาเป็นผู้บริหารบ้านเมือง แต่ทั้งนี้ก็มิได้หมายความว่า หลังจากที่ประชาชนออกใช้สิทธิเลือกตั้งเพียงครั้งเดียวแล้ว คนเหล่านั้นจะสามารถทำอะไรตามอำเภอใจ เหมือนที่ผ่านมา ผมคิดว่าคนไทยในยุคปัจจุบันรู้เท่าทันนักการเมืองมากขึ้น รวมทั้งมีความอดทนต่อการบริหารประเทศที่ส่อไปในทางที่เสื่อมไม่สูงนัก เห็นภาพข้าราชการระดับสูงในหลาย ๆ กระทรวงที่ต้องคอยต้อนรับ หรือรับฟังนโยบายจาก รมต. บางกระทรวงที่เพิ่งแสดงกำพืดให้เห็นกันอยู่หลัด ๆ ตามสื่อต่าง ๆ ให้รู้สึกกระอักกระอ่วนใจแทน เพียงรับตำแหน่งได้ไม่กี่วัน บางคนก็ได้แสดงออกถึงนิสัยที่ฝังรากลึกแก้ไม่หายของนักการเมืองบางคนกันแล้ว ไม่ว่าจะเรื่อง สิทธิบัตรยา หรือท่าที/มุมมองต่อทีวีสาธารณะอันเป็นสิ่งที่ประชาชนใฝ่ฝันอยากให้เกิดขึ้น การออกนโยบายที่ไม่ค่อยฉลาด หรือมุ่งกระทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง/พวกพ้อง หรือแม้กระทั่งเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง จะทำให้อายุการเป็นรัฐบาลไม่ยาวนานนัก เกริ่นเรื่องการเมืองมาพอหอมปากหอมคอแล้ว (ว่างเว้นมานานหลังการเลือกตั้ง ๒๓ ธ.ค. ๕๑) ขอวกเข้ามาถึงวัตถุประสงค์ที่ต้องการเขียนเรื่องวันนี้เสียที ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนที่เกิดมา ย่อมมีวีรบุรุษหรือบุคคลสาธารณะ ที่เรารู้สึกเคารพ ศรัทธา กันทุกคน ไม่รู้ว่าผู้อ่านจะมีความรู้สึกเหมือนผมบ้างหรือไม่ว่า เมื่อใดก็ตามที่เราได้อ่าน ได้ศึกษา หรือรำลึกถึงคนดี และเสียสละเพื่อส่วนรวมแล้ว หัวใจของเราจะเริ่มเปลี่ยนเข้าสู่สถานะในด้านบวกทันที ในขณะที่การได้รับรู้เรื่องราวของคนแย่ ๆ และเห็นแก่ตัว มันก็มีส่วนทำให้จิตใจเราหดหู่ ไม่ผ่องใส ไม่สดชื่นได้เช่นกัน ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดยิ่งขึ้น ขอให้ท่านลองนึกถึงหน้า/พฤติกรรมของบุคคลสาธารณะสัก ๒ หรือ ๓ คน ถามใจตัวเองว่า การนึกถึงหน้า คุณหญิงจารุวรรณฯ, อจ.แก้วสรร หรือคุณกล้าณรงค์ฯ กับหน้าของ รมต. หลาย ๆ คนใน ครม. ปัจจุบัน แล้ว ภาพหรือเรื่องราวของใครสร้างพลังใจในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้องในแผ่นดินมากกว่ากัน ในระหว่างที่เรากำลังเฝ้าติดตาม และเป็นผู้รับผลกระทบไม่ทางตรงก็ทางอ้อมต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำอยู่ขณะนี้ เรามาสร้างความชุ่มชื่นในหัวใจ ด้วยการเล่น Tag หรือ มิตรภาพลูกโซ่ ที่หลายคนอาจคุ้นเคยเป็นอย่างดี อีกสักรอบดีไหมครับ Tag รอบนี้ จะเป็นการเขียนเรื่องราวของบุคคลธรรมดา ๆ ที่ท่านชื่นชอบ โดยมีวัตถประสงค์หลัก ๆ คือ ๑. เพื่อยกย่องเชิดชูคนดี เสียสละ อุทิศตน เพื่อส่วนรวม ทั้งที่เป็นบุคคลในข่าวและผู้ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังประเภทปิดทองหลังพระ ที่มีอยู่มากมาย เป็นไปตามหลักธรรม ๑ ใน ๓๘ ข้อของมงคลชีวิตคือ บูชาบุคคลที่ควรบูชา ปูชา จ ปูชนียานํ ๒. เพื่อหาโอกาสในการช่วยเหลือสนับสนุนกิจกรรมของพวกท่านเหล่านั้นตามกำลังของตน อีกทั้งยังเป็นการหลอมรวมพลังใจส่งให้กับผู้ที่ทำความดีเพื่อแผ่นดิน อีกช่องทางหนึ่ง ๓. เป็นการสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้กับตนเอง ให้มองโลกในทางบวกเพื่อความสุขในชีวิต มิให้เรารู้สึกสิ้นหวัง หดหู่กับความเป็นไปของประเทศในยุคของมารครองเมือง ๔. การได้รับรู้ว่าเพื่อนสมาชิกของเราเคารพ ศรัทธาผู้ใด ก็อาจช่วยให้เราได้รู้จักนิสัยใจคอกันมากขึ้น กติกามีอยู่ง่าย ๆ ดังนี้ คือ ๑. เขียนถึงเรื่องของบุคคลธรรมดาสามัญที่ท่านชื่นชอบ ในประเทศของเรา (ยกเว้น พระมหากษัตริย์, พ่อ-แม่, ครูอาจารย์ ที่อยู่ในหัวใจของเราอยู่แล้ว) โดยอาจยกประวัติที่สำคัญ หรือแง่มุมที่ท่านเคารพ ศรัทธา และขอให้เป็นบุคคลสาธารณะ ซึ่งการดำรงชีวิตของท่านเหล่านั้น เป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ๒. เขียนอย่างน้อย ๑ ท่าน จะเป็นผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว หรือยังคงมีชีวิตอยู่ก็ได้ (แต่อยากให้เขียนถึงคนเป็น ๆ มากกว่า) ๓. เมื่อเขียนเสร็จแล้ว ขอให้ส่งต่อ (Tag) ไปยังเพื่อนสมาชิกในบางโอเค ๑-๓ ท่าน ตามที่ท่านเห็นสมควร ๔. อันนี้สำคัญมาก หากท่านรู้สึกไม่สนุก หรือไม่อยากเขียนเรื่องแบบนี้ ก็ไม่ว่ากัน ด้วยรู้สึกเกรงใจและไม่อยากรบกวนให้ท่านต้องจำใจเขียนเรื่องที่ไม่ชอบ ในฐานะที่เป็นผู้เริ่มส่งมิตรภาพลูกโซ่ (Tag) รอบใหม่นี้ ผมเองก็มีบุคคลที่ผมสามารถเคารพ เชิดชู และกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจจำนวนมากมายในแผ่นดินนี้ แต่จะเชิดชูไว้ในที่แห่งนี้ จำนวน ๒ ท่าน คือ นายปรีดี พนมยงค์ และ ศ.นพ.ประเวศ วะสี เรื่องราวของท่านตลอดจนคุณงามความดีของบุคคลทั้งสอง มีมากมายเกินกว่าที่ผมจะบันทึกได้ในพื้นที่แห่งนี้ จึงขออนุญาตไม่นำมาลง เพราะท่านสามารถหาอ่าน/ศึกษาได้จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ มากมาย หรือจะเข้าไปอ่านเบื้องต้นได้ที่ นายปรีดี พนมยงค์ http://www.pridiinstitute.com ศ.นพ.ประเวศ วะสี http://www.prawase.com
ในใจแล้ว ผมอยากจะส่ง Tag หรือมิตรภาพลูกโซ่ในช่วงแรก ด้วยตัวของผมเองไปยังเพื่อนสมาชิกที่รู้จักมักคุ้น (ทางโลกไซเบอร์) จำนวนนับไม่ถ้วน แต่เพื่อเป็นการรักษาประเพณีการเล่น Tag ที่ผมเองก็ได้เรียนรู้มาจากที่นี้ จึงขออนุญาตส่งไม้ต่อไปยังเพื่อนสมาชิก จำนวน ๕ ท่าน แรก ดังนี้ คือ ๑. คุณมะอึก www.oknation.net/blog/panakom ผู้ที่มีพลังอย่างเหลือเฟือในการถ่ายทอดความคิด ประสบการณ์อันหลากหลายและเป็นประโยชน์ให้ลูก ๆ หลาน ๆ ในบางโอเค ๒. คุณสงราษฎร์ www.oknation.net/blog/Leo ผู้ที่เขียนและสะท้อนมุมมองทางการเมืองโดนใจผมทั้ง ๆ ที่เราไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเจอกันมาก่อนเลย ๓. คุณ PostAmorndern www.oknation.net/blog/amorn ผู้ที่มีมุมมองที่เปิดกว้างที่สุดคนหนึ่งในบางโอเค รวมทั้ง เป็นผู้ที่สามารถรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของบุคคลสาธารณะไว้อย่างเหลือล้น ๔. คุณ Queen of Nostalgia www.oknation.net/blog/saisoi ผู้ที่นำเรื่องราวที่น่าสนใจ และแปลก ๆ ใหม่ ๆ มาฝากอยู่เสมอ และเป็นผู้จุดประกายให้ผมนึก/เขียนเรื่องนี้จาก entry ที่ชื่อว่า ชายข้างถนน คนที่อยู่ข้างประชาชน (In the name of love) ที่กล่าวถึงภาพวาดของ Dr.Martin Luther King Jr. ๕. คุณธมลวรรณ www.oknation.net/blog/tamonwan คุณครูผู้ที่เปี่ยมไปด้วยความรักและเมตตาต่อศิษย์ และผู้คนรอบตัว ---------------------------------- ปล. สำหรับเพื่อนสมาชิกที่แวะเข้ามาในบ้านหลังนี้นั้น ... วันจันทร์ที่ ๑๘ ก.พ. ๕๑ ผมจะแวะเข้าไปทักทายนะครับ เนื่องจากติดธุระสำคัญของครอบครัวที่ อ.ท่าลี่ จ.เลย ๑ สัปดาห์เต็ม (หลังจากโพสต์ entry นี้เสร็จ)
|