|

เรื่องนี้สำหรับชายจริงหญิงแท้ที่คิดจะสร้างความสัมพันธ์และชีวิตคู่อย่างจริงจัง แนวโรแมนติคดราม่านิดหน่อย คนเป็นแฟนกันใหม่ๆ ย่อมไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของอีกฝ่ายเป็นอย่างไร การตกลงปลงใจร่วมชีวิตกันจึงต้องศึกษากันให้ถ่องแท้ ลองพิจารณาดูพฤติกรรมบางอย่างของเขาซิว่าเข้าข่ายเป็นผู้ชายแบบที่ไม่พึงประสงค์หรือเปล่า กฎคือไม่จำเป็นต้องตอบตกลงแต่งงานกับผู้ชายคนแรกที่ปิ๊ง หรือ หนุ่มโรแมนติคที่หอบดอกไม้ช่อโต ออกเดทหวานแหววใต้แสงเทียน ความรักอาจทำให้ตาบอดแต่สาวสมัยอย่างเราต้องฉลาด ดังนั้น จึงควรสังเกตพฤติกรรม หรือนิสัยการแสดงออกของเขาในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจว่า เขาคือคนที่ ใช่ สำหรับเราหรือไม่ ถ้าจะดูให้ละเอียดลองจดโน้ตลงกระดาษดูก็ได้ บันทึกลงไปให้หมดไม่ว่าท่าทีหรือคำพูดคำจาของเขา ตัวอย่างพฤติกรรมที่ควรใส่ใจคือ เขาชอบให้สัญญาแล้วไม่เคยทำตามที่ลั่นวาจาไว้หรือเปล่า เขาชอบว่าร้ายคนอื่นหรือจิกด่าแฟนเก่าเสียๆหายๆหรือไม่ เขาทำตัวงกเวลาออกเดทกับเราบ้างไหม เขาวิพากษ์วิจารณ์เรา เขาดื่มหรือสูบบุหรี่มากเกินไป เขาหยาบคายกับพนักงานเสิร์ฟ ถ้าต่างฝ่ายต่างเคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว และมีเรือพ่วง ให้ดูว่าเขาปฏิบัติต่อลูกของเขาหรือลูกของเราอย่างไร ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ถ้าลองเขียนลงกระดาษจะรู้เลยว่า เป็นเรื่องซีเรียสที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ควรจำใส่ใจไว้ก็คือ อย่ายอมเข้าพิธีวิวาห์โดยคิดว่าเราจะเปลี่ยนแปลงเขาได้...ไม่มีทาง สิ่งที่เราละเลยไม่สนใจในช่วงที่คบกันเป็นแฟน จะออกลายเผยธาตุแท้ตอนแต่งงานกันไปแล้ว บางครั้งผู้หญิงมัวแต่ลุ้นจนตัวโก่งเพื่อให้ผู้ชายขอแต่งงาน จนมองข้ามนิสัยและพฤติกรรมแย่ๆของคนรัก ด้วยหวังว่าความรักและการแต่งงานจะช่วยเปลี่ยนแปลงเขาได้ในภายหลัง ซึ่งมีผู้ชายน้อยรายที่สามารถเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังเท้าได้ถึงขนาดนั้น มาดูกันดีกว่าว่าพฤติกรรมแบบใดของผู้ชายที่ส่อแววไม่สดใสในชีวิตคู่ หากเราเลือกเขามาร่วมชีวิต สรุปได้ 8 แบบ ดังนี้ แบบที่ 1 เราประทับใจกับรสนิยมและความละเมียดละไมในเรื่องการร่ำสุราของเขาเหลือเกิน เขาสามารถดวดดเหล้าได้เป็นขวดโดยแทบไม่มีอาการมึนเมาให้เห็นเลย เขาดูมีเสน่ห์ยามเลือกไวน์รสเลิศราคาแพงระยับขณะนั่งอยู่ในภัตตาคารหรูโรแมนติค แต่เราลืมสังเกตว่า แม้ยามเราพอใจเลือกดื่มน้ำเปล่า เขาก็ปรีเปรมกับการดวดไวน์ทั้งขวด ข้อควรระวัง ความรักปนลุ่มหลงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเขาได้ สิ่งที่เราเคยเห็นว่ามีเสน่ห์เหลือหลาย จะจืดจางลงทันทีหากเรามีลูกต้องเลี้ยงดู ในขณะที่เขาเอาแต่ละลายเงินไปกับการนั่งซดเหล้าตามบาร์ หรือเราต้องเป็นคนขับรถกลับบ้านทุกครั้งที่กลับจากปาร์ตี้ ถ้าคิดว่าเขาดื่มมากเกินไป ก็อย่าแต่งงานกับเขาจนกว่าเขาจะเลิกดื่มอย่างน้อยที่สุดเป็นเวลาหนึ่งปี 
แบบที่ 2 ผู้ชายคนนี้อะไรๆก็ดีไปหมด เสียอย่างเดียวเขาชอบอ่านหนังสือพิมพ์หรือไม่ก็ทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์มากกว่ามีเซ็กส์กับเรา ขนาดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ยังจริงจังตลอดเวลา ดูเขาเป็นนักวิชาการคร่ำเคร่งกับงานมากไปหน่อยนะ ทั้งที่ใจเราอยากให้เขามีอารมณ์มากกว่านี้ ข้อควรระวัง เรื่องนี้เป็นปัญหาในชีวิตแต่งงานแน่ถ้าเป็นผู้หญิงที่ชอบเรื่องเซ็กส์ 
แบบที่ 3 เขาเป็นผู้ชายดูดีมีมาดแถมอารมณ์ขันเพียบ แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่เราอยากให้เขาเป็นจริงๆ ทำไมนะเหรอ ก็เพราะเราเป็นหนอนหนังสือตัวยง ชอบใช้ความคิดวิเคราะห์สิ่งต่างๆรอบตัว ชอบทำโยคะและนั่งสมาธิ ส่วนเขาชอบเล่นกีฬาที่ต้องออกแรงอย่างเช่นเทนนิสหรือบาสเก็ตบอล เราชอบพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในขณะที่เขาไม่ค่อยอยากคุยอะไรแบบนี้ ข้อควรระวัง กรณีแบบนี้เป็นปัญหาแน่นอนถ้าเราคิดอยากจับเข่าพูดคุยลึกซึ้งในเชิงปรัชญากับเขา และถ้าเรากำลังทำโยคะหรือนั่งสมาธิ เขาก็อาจมาชวนเราไปกินอาหารเช้าหรือชวนไปเล่นเทนนิสก็ได้ แบบที่ 4 เขาแสดงอาการบ้าผู้หญิงขนาดหนัก ด้วยการโทรศัพท์หาเราทั้งวันทั้งคืนตั้งแต่เริ่มจีบกันใหม่ๆ หลังจากนั้นแค่เดือนหรือสองเดือนเขาก็ขอแต่งงาน ด้วยความยินดีจนเนื้อเต้นเราก็เลยเหมาเอาว่าเขาแค่เป็นคนใจร้อนเท่านั้นเอง ข้อควรระวัง หากเราหลวมตัวปล่อยให้ตัวเองตกเข้าไปในวังวนอารมณ์วู่วามของเขา เราอาจเสียใจภายหลัง เราต้องยืดระยะเวลา ผ่อนสายป่านในความสัมพันธ์เพื่อสังเกตพฤติกรรมและอุปนิสัยของเขาในสถานการณ์ต่างๆ ก่อนที่จะยอมคบหาจริงจังและถึงขั้นผูกมัดกันในที่สุด หากรีบร้อนยอมเออออไปกับเขา เราอาจพบว่า หลังจากแต่งงานกันแล้ว เขาเป็นเสือผู้หญิงตัวยง เป็นนักพนันชนิดติดงอมแงม เป็นคนไม่มั่นคงทางอารมณ์ เป็นคนที่มีหนี้สินจำนวนมหาศาล หรืออาจเคยมีคดีติดตัวก็ได้ ซึ่งกว่าเราจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว 
แบบที่ 5 เขาเป็นผู้ชายประเภทเร้าใจและร่าเริงน่ารัก แต่เขาก็มีด้านมืดอยู่ด้วย เราเคยได้ยินเขาสับแหลกครอบครัวญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงหรือแม้แต่เพื่อนร่วมงานชนิดสาดเสียเทเสีย ข้อควรระวัง เขาอาจตะโกนด่าทอหรือกระทำรุนแรงกับเราหรือกับลูกๆก็ได้ แบบที่ 6 เขารักเรา แต่มีบ่อยครั้งที่เขารำคาญเพื่อนหญิงคนสนิทหรือครอบครัวของเรา และถ้ามีผู้ชายคนไหนมาให้ความสนใจกับเรา ก็จะโกรธจนหน้าเขียว และจะแสดงความไม่พอใจมากยิ่งขึ้นถ้าไม่บอกเขาทุกอย่าง หรือไม่รวมเขาเข้าไปในทุกเรื่องที่เราทำ ข้อควรระวัง ผู้หญิงส่วนมากปลื้มสุดจะปลื้มในการที่ได้เป็นศูนย์กลางความสนใจของคนรัก ดีกว่าถูกเมินเฉยไม่สนใจใยดี ผลที่ตามมาคือเราต้องต่อสู้กับการที่เขาพยายามเข้ามายุ่งกับชีวิตประจำวันของเราตลอดเวลา แบบที่ 7 เรารักเขา แต่เขาอายุมากกว่าเราเหลือเกิน เขาเป็นพ่อม่ายเมียหย่า เป็นพ่อที่ทุ่มเทให้กับลูกวัยรุ่นสองคน ซึ่งเราไม่แคร์เรื่องลูกอยู่แล้ว ยิ่งเป็นลูกเลี้ยงยิ่งไม่เห็นต้องแคร์ ข้อควรระวัง เราอาจรู้สึกขุ่นเคืองในยามที่ลูกๆของเขาแย่งเวลาที่ควรจะได้จู๋จี๋อยู่ด้วยกัน รวมทั้งเงินที่เขาต้องส่งไปจุนเจือให้ภรรยาเก่ากับลูกๆอีกด้วย 
แบบที่ 8 เรารักเขา แต่ลึกๆในใจก็อดไม่ได้ที่จะยอมรับว่า เราจะไม่แต่งงานกับเขาหรอกถ้าเขาไม่ร่ำรวยมหาศาลขนาดนี้ ข้อควรระวัง ข้อนี้ไม่ใช่ปัญหาจากตัวเขา แต่เป็นปัญหาของเราเอง เราจะทำอย่างไรหากธุรกิจของเขาฝืดเคือง จนไม่สามารถซื้อหาสารพัดสิ่งของมาปรนเปรอเราได้อีกต่อไป หากเป็นเช่นนั้นจริง เรามิต้องกลับไปทำงานงกๆหรือนี่
จากแปดกรณีที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ได้หมายความว่าอย่าตอบตกลงแต่งงานกับเขา นี่คือคำแนะนำให้ผู้หญิงเราได้เปิดหูเปิดตากว้างไกล มิใช่มะงุมมะงาหราเดินเข้าพิธีวิวาห์โดยไม่ระวัง ถ้าไม่อยากมีปัญหาภายหลัง ลองคิดทบทวนดูใหม่ว่าเรากำลังจะแต่งงานเพื่ออะไร เพื่อเงินหรือเพื่ออำนาจ เพื่อแก้แค้นอดีตสามีที่ทิ้งเราไปหาสาวเอ๊าะ เพื่อหนีจากชีวิตครอบครัวญาติพี่น้องที่ไม่มีความสุข หรือเพียงเพราะอยากมีลูกไว้เชยชม และที่สำคัญก่อนแต่งงานอย่าลืมคุยกับฝ่ายชายเรื่องการนับถือศาสนาหรือความต้องการมีลูกให้เข้าใจกันก่อนนะจ๊ะ 
|