|
หายไปหลายวัน...ไม่รู้ว่าจะมีใครคิดถึงเราบ้างหรือเปล่านะ กลับมาวันนี้..เก็บเรื่องดีๆ มาฝากกัน วันเสาร์ที่ 5 เมษายน ภัทรออกจากสำนักงานพร้อมหัวหน้างานตอน 11 โมง เพื่อไปพบลูกค้า หลังจากพบลูกค้าครบทุกรายแล้ว หัวหน้าก็มาส่งที่บ้าน แต่ระหว่างทางก่อนจะถึงบ้าน สังเกตเห็นว่า..ริมถนน..มีรถเก๋งฮอนด้าสีขาวเสียหลักชนต้นไม้อยู่ข้างทาง ถ้าไม่ติดต้นไม้คงจะตกลงไปในคูน้ำข้างทางแน่ๆ หัวหน้าจอดรถไม่ห่างจากรถที่เกิดเหตุ โดยสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ ภัทรรีบลงจากรถแต่ก็ยังช้ากว่าหัวหน้า หัวหน้าไปถึงรถคันนั้นก่อน ในรถมีผู้บาดเจ็บ 3 คน คนแรกที่หัวหน้าช่วยออกมา เป็น ผู้หญิงอายุประมาณ 35 ปี (เป็นคนขับ) คนที่สองเป็นเด็กผู้ชายอายุไม่น่าเกิน 8 ปี คนที่สามเป็นผู้หญิงสูงอายุ ไทยมุงเริ่มมามากขึ้นเรื่อยๆ แต่เชื่อไหมว่านอกจากภัทรกับหัวหน้าแล้ว ไม่มีใครเข้ามาช่วยสักคน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน ดูแล้วแต่ละคนบาดเจ็บไม่มากนัก ที่ดูจะอาการหนักหน่อยก็คงเป็นเด็กผู้ชาย หลังจากพาทุกคนขึ้นรถ สิ่งที่ภัทรทำคือโทรศัพท์แจ้งความก่อน สอบถามผู้บาดเจ็บทั้งหมดแล้ว ทราบว่าทั้งหมดเดินทางมาจากนนทบุรี เพื่อมาเยี่ยมญาติ เกิดเหตุเนื่องจากคนขับหลับใน และเธอก็โทษตัวเองตลอดว่าเป็นความผิดของเธอ หัวหน้าขับรถเร็วมากๆ เพื่อให้ถึงโรงพยาบาล เลือกโรงพยาบาลที่ใกล้กับที่เกิดเหตุมากที่สุด ซึ่งก็เป็นโรงพยาบาลของรัฐ และเราก็ซาบซึ้งกับบริการของเจ้าหน้าที่ที่นี่มากๆ เวรเปลมีแค่คนเดียว ในขณะที่ในรถมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 3 คน เราช่วยกันพาคนเจ็บไปห้องฉุกเฉินอย่างทุลักทุเล เราพบพยาบาลหลายคนในห้องแต่ละคนหน้าบอกบุญไม่รับ และต้อนรับเราด้วยถ้อยคำที่ไม่น่าฟัง ภัทรแยกไปดูน้อง 8 ขวบ ส่วนหัวหน้าอยู่กับผู้หญิงคนขับ เธอมีอาการเจ็บหน้าอกและหายใจไม่สะดวกเพราะกระแทกกับพวงมาลัย ส่วนคุณยายดูจะเจ็บน้อยที่สุด น้อง 8 ขวบ ศีรษะกระแทก ตอนที่น้องมาถึงโรงพยาบาล ดูน้องจะค่อยๆ ซึมลง พยาบาลซักถามแต่น้องไม่ตอบอะไร ก็น่าตอบอยู่หรอกนะ ดุขนาดนั้น พยายาลใช้ไฟฉายส่องที่ตาของน้องแต่น้องก็หลบตา และพยายามปัดไฟฉายออก ถูกพยาบาลดุอีกตามระเบียบ ภัทรยืนอยู่ข้างเตียงเริ่มทนไม่ได้ ภัทรจับมือน้องและบอกน้องว่าไม่เป็นไรแล้วนะคะ มองไฟแป๊บหนึ่งนะคะ น้องทำตามอย่างว่าง่าย ภัทรถามน้องว่าเจ็บตรงไหนบ้าง น้องไม่ตอบแต่จับที่ศีรษะ คุณพยาบาลชักสีหน้าใส่และเดินจากไปกรอกประวัติที่เคาเตอร์ และตะโกนถามภัทรว่าน้องชื่ออะไร ตอนนี้น้องก็หลับไปแล้ว ภัทรก็ไม่รู้ว่าน้องชื่ออะไร น้องถูกส่งตัวไปเอกซเรย์ ภัทรเดินมากับน้องตลอด ห้องเอกซเรย์มีพี่ผู้ชายคนหนึ่งประจำอยู่ที่ห้อง ภัทรยืนรอที่หน้าห้อง สักพักพี่ผู้ชายก็เข้ามาถามว่า ภัทรเป็นญาติของน้องหรือเปล่าให้ภัทรช่วยถอดสร้อยคอน้องออก ตอนที่ภัทรเข้าไปถอดสร้อยน้องไม่รู้สึกตัวเลย กลับออกมารอที่หน้าห้อง น้องหายไปในห้องนั้นนานมากๆ พอน้องออกมา เจ้าหน้าที่ก็เข็นเตียงของพี่ผู้หญิงที่เป็นคนขับมาถึง ซึ่งเป็นคุณแม่ของน้อง คุณแม่สติดีมาก ยังพูดคุยได้ และให้เราติดต่อญาติๆ ให้ หัวหน้ามาพร้อมกับพี่ผู้หญิง เราจึงสลับกันให้หัวหน้าไปกับน้องผู้ชาย ส่วนภัทรดูแลพี่ผู้หญิงต่อ ซึ่งเตียงถูกเข็นมารอหน้าห้องเอกซเรย์นานมาก นานจนภัทรหงุดหงิดเพราะเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน และพี่เค้าก็บ่นเจ็บหน้าอกและหายใจไม่สะดวก ภัทรทำได้แค่พูดคุยปลอบใจและถือยาดมให้พี่เค้าดมแค่นั้น พยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่เดินผ่านไปมาก็ไม่เห็นมีใครสนใจไถ่ถาม กว่าที่เจ้าหน้าที่มาเข็นเข้าไปในห้องก็นานมาก และยังต้องรอในห้องอยู่นาน ในห้องไม่ได้เปิดแอร์ (ร้อนมากคะ) ภัทรต้องช่วยพี่ผู้หญิงเปลี่ยนเสื้อผ้าและอยู่กับพี่เขาตลอด ผ่านไปประมาณ 15 นาทีพี่คนเดิมที่เอกซเรย์น้องกลับมา สรุปว่าภัทรต้องอยู่ในห้องเอกซเรย์คอยช่วยพี่เขาจนเอกซเรย์เรียบร้อย และพาพี่ผู้หญิงกลับมาที่ห้องฉุกเฉิน ถึงตอนนี้ญาติของคนเจ็บเดินทางมาถึงพอดี ตั้งแต่พาคนเจ็บทั้งหมดมาถึงโรงพยาบาลจึงถึงตอนนี้ก็ 1 ชั่วโมง ภัทรเพิ่งจะได้เห็นหน้าหมอก็ตอนนี้ (เป็นผู้หญิง) แต่หมอก็ทำให้ภัทรอารมณ์เย็นลงไปเยอะ เพราะคุณหมอพูดแล้วฟังรื่นหูกว่าพยาบาลมาก สรุปว่าผลการเอกซเรย์ไม่มีใครเป็นอะไรมาก แต่คุณหมอสั่งให้นอนที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการ พอรู้ว่าไม่มีใครเป็นอะไรมากก็รู้สึกดีใจนะ ภัทรกับหัวหน้าลาคนเจ็บและญาติๆ กลับ ทุกคนขอบคุณในความช่วยเหลือ วันนี้เป็นอะไรที่ประทับใจในตัวหัวหน้ามาก เป็นมุมดีๆ ที่ภัทรไม่เคยเห็นในตัวหัวหน้ามาก่อน เป็นความเอื้ออาทรที่ทำให้ภัทรรู้สึกดี ไม่ใช่แค่ช่วยพาส่งโรงพยาบาล ยังอยู่ช่วยเหลือรอจนญาติคนเจ็บมาถึง และช่วยประสานงานเรื่องนำรถออกจากโรงพักด้วย สรุปแล้ววันนั้นกว่าภัทรจะกลับถึงบ้านก็เย็น แต่ก็รู้สึกดีที่ได้ช่วยเหลือคนอื่นที่กำลังเดือดร้อน วันนี้ยกความดีให้หัวหน้าล้วนๆ คะ ขอบคุณที่สังคมนี้ยังมีคนมีน้ำใจ +++ภัทรนภา+++ ป.ล.ทราบทีหลังว่าทั้งหมดย้ายโรงพยาบาลภายในคืนนั้น (เป็นภัทรก็คงย้ายเหมือนกัน)
|