• patty-club
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : silipat_noiray@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-12
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 1877
  • จำนวนผู้โหวต : 1
  • ส่ง msg :
patty-club
บล๊อกส่วนตัว เรื่องลับ ๆ ที่ไม่ลับ คิคิ..
Permalink : http://www.oknation.net/blog/patty-club
วันอังคาร ที่ 9 ตุลาคม 2550
"ซึ้งมากจริงๆระวังปล่อยโฮ..ฮือๆ"
Posted by patty-club , ผู้อ่าน : 69 , 19:32:10 น.   | หมวดหมู่ : ศาลาคนเศร้า  
พิมพ์หน้านี้


*

(ซึ้งมากจริงๆระวังปล่อยโฮ)

ฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คน
> แต่ละวันพ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ
> ฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคน อายุน้อยกว่าฉัน 3ปี
> วันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนๆ
> ของฉันมีกัน
>
> จากนั้นพ่อก็รู้เรื่อง
>
> พ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพง
> โดยที่ในมือพ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่งก้าน
> "ใครขโมยเงินไป" พ่อตวาด
>
> ฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป น้องชายฉันก็เช่นกัน
> พ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า
> "ก็ได้ ในเมื่อไม่มีคนรับสารภาพ
> ก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ"
>
> พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้น
>
> ทันใดนั้น น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้
> แล้วพูดว่า
> "ผมขโมยเองครับ"
>
> ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉันอย่างต่อเนื่อง
> พ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่หยุด
> จนพ่อหอบด้วยความเหนื่อย
> พ่อนั่งลงบนเก้าอี้ และด่าว่าน้องชายของฉัน
> "ของคนในบ้านแกเอง แกยังขโมยได้ต่อไปแกจะทำชั่วอะไรอีก
> แกน่าจะโดนตีให้ตาย ไอ้หัวขโมย"
>
> คืนนั้น ฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้
> หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมด
> แต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อย
>
> กลางดึกคืนนั้น ฉันนอนร้องไห้เสียงดัง และนานมาก
>
> น้องเอามือเล็กๆ ของเขามาปิดปากฉันไว้ แล้วพูดว่า
> "พี่ครับ ไม่ต้องร้องไห้นะมันผ่านไปแล้ว"
>
> ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้
> ที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ่อ
>
> หลายปีผ่านไป
> แต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เอง
>
> ฉันไม่อาจลืมคำพูดของน้องชายตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลย
> ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 8ปี ส่วนฉันอายุ 11ปี...
>
> เมื่อตอนที่น้องชายของฉันใกล้จบ ม.ต้น
> เขาได้รับการตอบรับจากโรงเรียน
> ม.ปลาย ว่าเขาสอบได้ ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้จบ ม.ปลาย
> ก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยของจังหวัดเช่นกัน
>
> คืนนั้น พ่อได้นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่สวนหลังบ้าน
>
> ฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า "ลูกเราทั้งคู่เรียนดี
> เรียนดีมากนะ"
>
> แม่ซึ่งนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆ พ่อ ได้พูดว่า
> "แล้วเราจะส่งเสียลูกทั้งคู่ได้อย่างไร
> ในเมื่อเราก็ไม่ค่อยมีเงิน"
>
> ทันใดนั้น น้องชายของฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า
> "ผมไม่ต้องการเรียนต่อผมอ่านหนังสือมามากพอแล้ว"
>
> พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่
> "ทำไมถึงคิดโง่ๆ อย่างนี้
> ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถนน
> พ่อก็จะส่งแกทั้งคู่เรียนจนจบให้ได้"
>
> คืนนั้นทั้งคืน พ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆ
> ทั่วทั้งหมู่บ้าน
> เพื่อขอยืมเงิน
>
> ฉันค่อยๆ เอามือประคบแก้มบวมๆ ของน้องชายเบาๆ และคิดว่า
> "ต้องให้น้องได้เรียนต่อ
> ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่อาจหลุดพ้นชีวิตลำบากเช่นนี้ไปได้"
>
> แต่ในขณะเดียวกัน
> ฉันก็ไม่อาจล้มเลิกความคิดอยากจะเรียนต่อไปได้
> ใครจะรู้ได้ ... วันต่อมาในตอนเช้ามืด
> น้องชายของฉันได้ออกจากบ้านไปพร้อมทั้งเสื้อผ้าติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น
> และถั่วเพียงเล็กน้อยเพื่อประทังความหิว
>
> ก่อนไปเขาได้ทิ้งข้อความไว้ใต้หมอนของฉัน
> ขณะฉันกำลังหลับ
> "พี่ครับ การจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ ....
> ผมจะไปหางานทำ
> แล้วจะส่งเงินมาให้พี่"
>
> ฉันนั่งอยู่บนเตียง
> อ่านข้อความของน้องชายด้วยน้ำตานองหน้า ...
> ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไป
> ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 17ปี ส่วนฉันอายุ 20ปี
>
> ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้าน
> รวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็นกรรมกรแบกหามที
> ่
> ไซท์ก่อสร้าง ...
> ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึงปี 3
>
> วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องพัก
> เพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอกว่า "มีชาวบ้านมาหาเธอ
> อยู่ข้างนอกแน่ะ"
>
> ทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ ???
> ฉันเดินออกไปแล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่
> ตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นปูนและทรายจากงานก่อสร้าง
> ...
> ฉันถามเขาว่า
> "ทำไมไม่บอกเพื่อนพี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ"
>
> น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า "ก็ดูผมสิ
> สกปรกมอมแมมออกอย่างนี้
> ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ เพื่อนๆ
> ก้อได้หัวเราะเยาะพี่กันพอดี"
>
> ฉันค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้น้อง
> และพยายามพูดด้วยเสียงเครือๆในลำคอ
> "พี่ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไง
> เธอเป็นน้องของพี่ ไม่ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม"
>
> จากนั้น น้องของฉันได้ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง
> เป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ . เขาติดกิ๊บให้ฉัน
> แล้วพูดว่า
> "ผมเห็นสาวๆ ในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง"
>
> ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใด
> ดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน
> ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20ปี ส่วนฉันอายุ 23ปี
>
> วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรก
> ฉันสังเกตเห็นว่า
> หน้าต่างบ้านที่เคยแตกไป ได้ถูกซ่อมเรียบร้อยแล้ว
>
> เมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นว่าบ้านสะอาดขึ้นมาก
>
> หลังจากที่แฟนของฉันกลับไป ฉันพูดกับแม่ว่า
> "แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจก
> เพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ"
>
> แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า "แม่ไม่ได้จ้างหรอก
> น้องชายลูกต่างหาก
> วันนี้เค้าขอเลิกงานเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้าน
> ลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอกเหรอ
> น้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ"
>
> ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขา
>
> ฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลางใจเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือ
>
> ฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่สุด "เจ็บมากไหม"
> ฉันถาม
>
> "ไม่เจ็บสักหน่อย พี่ก็รู้นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆ
> มีหินตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมด
> แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอกนะ
> และ..."
>
> น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูด
> เพราะฉันหันหน้าหนีเขา
> น้ำตาไหลอาบหน้าของฉันอีกครั้ง
> ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 23ปี ส่วนฉันอายุ 26ปี...
>
> หลังจากนั้น ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง
> หลายครั้งที่สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกัน
> ...
> แต่ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธ
>
> ท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจากหมู่บ้านครั้งหนึ่ง
> แต่เมื่อออกไปแล้ว
> ท่านไม่รู้จะทำอะไรดี
> จึงได้ย้ายกลับเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามเดิม
>
> น้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไป
> ...
> เขาบอกกับฉันว่า
> "พี่คอยอยู่ดูแลพ่อและแม่ของสามีพี่ทางนั้นเถอะ
> ผมจะดูแลพ่อและแม่ทางนี้เอง"
>
> สามีฉันได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัทของครอบครัว
> เราทั้งคู่อยากให้น้องชายของฉันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการบริษัท
> ...
> แต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้
> เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานธรรมดา
>
> วันหนึ่ง น้องชายของฉันต้องปีนบันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิล
> และตกลงมาเพราะโดนไฟดูด
> เขาถูกรีบหามส่งโรงพยาบาล
>
> ฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล
> น้องชายของฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที่ขา
> ... ฉันโกรธมาก จึงตวาดน้องไปว่า
>
> "ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการ หา!!!
> ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆ อย่างนี้
> ดูตัวเองซิ
> เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง"
>
> คำตอบจากปากน้องของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่งเครียด
> ยังยืนยันความคิดเดิมของเขา
> "พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ พี่เขยเพิ่งจะได้เป็นประธาน
> ส่วนผมมันการศึกษาต่ำ
> ถ้าผมได้เป็นผู้จัดการ
> คงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด"
>
> น้ำตาปริ่มดวงตาของฉันรวมทั้งสามีของฉันด้วย
> ฉันบอกกับน้องว่า
> "แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะพี่..."
>
> "ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะครับ"
> น้องชายของฉันจับมือฉันไว้
> ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 26ปี ส่วนฉันอายุ 29ปี...
>
> เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30ปี
> เขาได้แต่งงานกับสาวชาวนาในหมู่บ้านเดียวกัน
>
> ในงานแต่งงาน ประธานในงานได้ถามน้องชายของฉันว่า
> "ใครคือคนที่คุณรักที่สุดในชีวิตนี้"
>
> น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล "พี่สาวของผมครับ"
> และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้
>
> "ตอนผมอยู่โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง
> เราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาถึง 2ชม. เพื่อเดินไปเรียน
> และเดินกลับบ้าน
> วันหนึ่งผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่ง
> พี่สาวผมจึงได้ให้ถุงมือของเธอข้างหนึ่ง
> และเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้างเดียวเดินเป็นระยะทางไกล
> เมื่อเรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาว
> เธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ ... นับจากวันนั้น
>
> ผมสาบานกับตัวเอง
> ว่าตลอดชีวิตของผม ผมจะดูแลพี่สาวของผมให้ดี
> และจะทำดีกับเธอ"
>
> เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว
> สายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมาจับจ้องที่ฉัน
>
> คำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก ... "ในโลกใบนี้
> คนเดียวที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่สุด คือน้องชายของฉันค่ะ"
>
> ในวาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้
> น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสองตาของฉันอีกครั้ง...
>
> จงรัก และห่วงใยคนที่คุณรักในทุกๆ
> วันในชีวิตของคุณและเขา
> คุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ
> น้อยๆ
> แต่สำหรับคนคนนั้นอาจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึง
> ..ไม่ว่าเขาคนนั้นจะคือ
> พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อน
> หรือแม้คนที่คุณไม่รู้จัก ก็ตาม

*

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
ปฐม วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 04.29 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

อืมมมมม์

ขอบคุณ
ความคิดเห็นที่ 5
pnokeox วันที่ : 09/10/2007 เวลา : 22.43 น.
http://www.oknation.net/blog/pnokeox
แล้วแต่จะจัด..

รัก..มันอบอุ่นเหลือเกิน แต่สรรพสิ่งเข้ามาแล้วพรากจาก..

เมื่อเราสูญเสียรักไป..เราย่อมต้องอยู่อย่างปวดร้าว...
ความคิดเห็นที่ 4
บัวบูชา วันที่ : 09/10/2007 เวลา : 20.58 น.
http://www.oknation.net/blog/kaimoog
...บัวบูชา...

ซึ้งจริงๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
คันทรี่แมน วันที่ : 09/10/2007 เวลา : 20.53 น.
http://www.oknation.net/blog/countryman
ชีวิตกับเพลงของคนบ้านนอก และอื่นๆ

เรื่องนี้ดีจัง
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 09/10/2007 เวลา : 20.15 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวีสดีค่ะ ... ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่นำมาแบ่งปัน

คนใกล้ตัวสำคัญที่สุดเสมอค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
xpresso วันที่ : 09/10/2007 เวลา : 19.53 น.
http://www.oknation.net/blog/xpresso
The Power of Crack!!   ขออภัยในความไม่สะดวก!


โย่ววว เยี่ยมมมากครับบ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31