| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
.... สวัสดีคับพ่อแม่พี่น้องชาวตลาดเกาะแรต และบ้านใกล้เรือนเคียง .เสียงที่ท่านได้ยินอยู่นี้เป็นเสียงของหน่วยโฆษณาและฉายภาพยนตร์ของห้างขายยาอังกฤษตรางู ...ในค่ำคืนวันนี้ เราได้นำภาพยนตร์หลายรส หลายเรื่องทั้งภาพยนตร์ไทย ภาพยนตร์ฝรั่งมาฉายให้พ่อแม่พี่น้องได้ดูกัน ที่สนามหน้าโรงเรียนตลาดเกาะแรตวันนี้เรานำเสนอภาพยนตร์เพลงสนุกสนาน เฮฮา โศกเศร้า เคล้าน้ำตาเรื่องมนต์รักลูกทุ่ง นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา และ เพชรา เชาวราชพร้อมด้วย ล้อต๊อก ศรีไพร ใจพระตามด้วยภาพยนตร์ฝรั่ง นำแสดงโดย จอร์นเวน ผู้อหังการ์ขี่ปืน.... สะพายม้า วิ่งลุยน้ำยิงกันฝุ่นตลบอย่าลืม!!! อย่าพลาด !!! อย่าละโอกาสอันดีงามรีบจูงบุตร ฉุดมือหลาน...ไปจับจองที่นั่งกันได้เลยคร๊าบบบบบบบบบบบบบบ...... เสียงโฆษณา เชิญชวนชาวบ้าน ดังแว่วๆ มาตามถนนแต่ไกล และเริ่มดังสนั่นลั่นขึ้นมาทุกที เมื่อรถตู้คันเล็กๆ ที่บรรทุกอุปกรณ์ต่างๆมาเต็มคัน วิ่งผ่านมาถึงบ้าน ผมและเพื่อนๆต่าง ไชโย โห่ร้อง และกระโดดโลดเต้น ด้วยความดีใจ ที่คืนนี้จะมีหนังขายยามาฉายให้ดู เป็นเวลานานมาแล้ว ที่หนังขายยาห่างหายไปจากหมู่บ้านของพวกเรา ถ้าจำไม่ผิด ครั้งสุดท้ายที่เราได้ดูหนังกัน ก็เป็นหนังขายยาของ บริษัทขายปุ๋ยตรา หัววัวและคันไถ โฆษก ที่นั่งอยู่ในรถตู้ ยังคงพูดจาเจื้อยแจ้ว ชักชวนชาวบ้านให้ไปดูหนังของเขา รถเคลื่อนไปช้าๆตามถนนลูกรังวนรอบหมู่บ้าน พวกเราเด็กๆก็พากันวิ่งบ้างเดินบ้าง ตามแห่แหน รถหนังขายยาไป อย่างสนุกสนาม ได้ยินเสียงนี้แล้ว ช่วยโฆษณา บอกต่อๆกันไปด้วยเลยว่า ในค่ำคืนนี้ ห้างขายยาอังกฤษ ตรางู นำภาพยนตร์มาฉายให้พ่อแม่พี่น้องได้ดูกันฟรี อย่าลืมนะครับ นะสนุก ลุกสบาย..ที่สนามหน้าโรงเรียนไทย ในค่ำคืนนี้... แม่ผมเป็นแม่ค้า ปกติแม่จะจะขายขนมหลากหลายอยู่ที่บ้านตรงหัวตลาดทุกวันอยู่แล้ว เมื่อมีหนังขายยามาฉาย แม่ก็เร่งลูกๆทุกคน ให้หาข้าวหาของเตรียมไปขายเพิ่มอีกในตอนกลางคืน พวกเรารู้ดีว่า ไม่ใช่แค่ตนในตลาดเกาะแรตเท่านั้นที่จะมาดูหนังในคืนนี้ แต่หมู่บ้านใกล้เคียง ทั้งบ้านดอนยอ บ้านลาดสะแก บ้านเกาะแรต (ในหมู่) ไปจนถึง บ้านหัวถนน บ้านหัวทราย เลยเรื่อยไปถึงดอนตูด ลำลูกบัว ก็จะพากันมาดูหนังขาย นั่นหมายถึง คืนนี้จะมีคนเยอะ และเราก็จะขายของได้เยอะเหมือนกัน แม่เริ่มแบ่งหน้าที่ให้พวกเรา 3 4 พี่น้อง พี่มนัส ทำหน้าที่ ช่วยแม่ ห่อขนมกล้วยบ้าง ข้าวต้มมัดบ้าง พี่ปราณี ทำหน้าที่จัดเตรียม คั่วมะพร้าว คั่วถั่ว และไปเก็บใบใบเมี่ยง หรือใบชะพลูเพื่อทำเมี่ยงคำ พี่พนม....ไปก่อฟืนจุดไฟ เพื่อต้มถั่วลิสง และเดินขาย..ถั่วต้ม ผม..เอง มีหน้าที่ปลอกเปลือกอ้อย และ ควั่นอ้อยเป็นข้อๆ ใส่ในกาละมัง และแช่ด้วยน้ำแข็งก้อนโตๆ พวกเราสามสี่พี่น้อง ทำงานไปพูดคุยกันไปอย่างสนุกสนาม แม่พวกเราจะไม่ได้ไปนั่งดูหนังแบบคนอื่นๆเขา แต่เราก็เต็มใจและดีใจ ถึงจะต้องขายขนมขายผลไม้ไปด้วย เราก็ยังได้ดูหนังอย่างสนุกเหมือนคนอื่นๆเขา เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อม แม่ และพวกเราก็พากันหามบ้าง แบกบ้าง ขนข้าวขนของไปจับจองพื้นที่ ตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด มองเห็นจอหนังสีขาวขอบน้ำเงิน ถูกขึงจนตึง ตั้งตระหง่านอยู่กลางสนาม ส่วนรถโฆษณา ที่เราเห็นวิ่งปุเลง ปุเลง เมื่อตอนบ่าย ก็แปลสภาพเป็นเครื่องฉายหนังและร้ายขายยา ไปในบัดดล เสียงเพลง..ฝนเดือนหก ของ รุ่งเพชร แหลมสิงห์ ตามด้วยเพลง สาละวันรำวง ของไวพจน์ เพชรสุพรรณ ดังกระหึ่มออกมาจากดอกลำโพงตัวใหญ่ ทำให้บรรยากาศสนุกสนาม ครึกครื้น ตื่นเต้นเร้าใจ เป็นที่ยิ่งนัก เด็กๆหลายสิบคน รวมทั้งผู้ใหญ่มากหน้าหลายตา ต่างพากันนำเสื่อมาปูหน้าจอหนัง นั่งบ้าง วิ่งเล่นกันบ้าง ส่งเสียงพูดคุยกันสนุกสนาม เราสี่พี่น้อง ก็แบกขนมที่เตรียมมา แยกย้ายกัน เดินลัดเลาะเข้าไปในกลุ่มคนเพื่อขายของ อ้ออออยยยยยย คว๊านนนนนน คร๊าบบบบ อ้อยควั่น เสียงเพลงจากลำโพงเงียบลง แสงสว่างพุ่งตรงเครื่องฉายที่ตั้งอยู่ในตัวรถ พุ่งวาบไปที่หน้าจอ เฮ้ๆๆๆๆๆ เสียงชาวบ้าน ลูกเล็กเด็กแดง ส่งเสียงดังลั่น หนังเริ่มฉายแล้ว เริ่มจากหนังการ์ตูนสุดฮิตของห้างอังกฤษตรางู กระจกวิเศษ บอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี อ๋อใช่ ก็สโนไวท์น่ะซี ทั่วพื้นปฐพี ไม่มีใครงามเกิน อุ แหม่ ทำไมเป็นอย่างนั้นไปได้ หนังจบลง ตรง สโนไวท์สวยเพราะใช้แป้งของอังกฤษตรางู เสียงโฆษก เริ่มโฆษณาสินค้านำร่อง ก่อนจะเริ่มฉาย อินทรีย์ทอง ผมเดินดินขายอ้อยควั่นไปพลาง ตาก็ดู หูก็ฟัง เสียงและภาพของหนังบนจอ เดินขายอ้อยควั่นไป หนังก็ฉายไปได้ประมาณครึ่งเรื่อง แล้วผมก้เห็น พี่โจ้ย ลูกชายป้าสำอาง ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับผม กำลังนั่งคุยอยู่กับ พี่นาค แม่ค้าขายกล้วยทอด ที่วางถาดกล้วยทอดไว้ข้างกาย ในเงามืดสลัวๆ ข้างๆอาคารเรียน ผมเห็นคนทั้งคู่พากันเดินหายลับ ไปทางด้านหลัง ด้วยความสงสัย ผมเลยค่อยย่องออกจากกลุ่มคน ตามไปเงียบๆ เมื่อเข้าไปใกล้ๆ ได้ยินเสียงพี่นาค หัวเราะคิกๆ อยู่สักครู่ก่อนจะเงียบเสียงไป ผมค่อยๆยื่นหน้ามองข้ามช่องหน้าต่าง..... โอ้...พระเจ้า ถุงอ้อยควั่น พลันแทบหลุดมือ ผมรีบเดินกลับออกมา ด้วยใจระทึก มึงหายไปไหนมา แม่เรียกหา อยู่....พี่พนม พอเจอหน้าผมก็ยิงคำถามทันที ผมเงียบ ไม่ตอบพี่ชาย พลางคิดในใจ..... โธ่...พี่โจ้ย นะพี่โจ้ย น่าสงสารยิ่งนัก คงอยากเป็นพระเอกที่ขี่ม้าเก่ง เลยมาซุ่ม แอบซ่อม ขี่พี่นาค...เลียนแบบ จอน์ห เวนย์ อยู่นี่เอง ... (ขอบคุณภาพจาก thai world vicw.com)
|