| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
จดหมายถึง รมต.ไชยา อย่าให้เสียชื่อ คนยอดแหลม เห็นข่าว เห็นคาว ความวุ่นวาย ในกระทรวงสาธารณะสุข ที่มีทั่น รมต.ไชยา สะสมทรัพย์ นั่งเป็นเจ้ากระทรวง มานานต่อกันหลายวัน ผมก็ชักใจคอไม่ค่อยดี ก็ลุ้นเอากำลังใจช่วย ท่านมาตลอด ในฐานะคนยอดแหลมด้วยกันไม่เอาใจช่วยท่าน และจะไปช่วยแมวที่ใหน ผมยังจำคำขวัญเก่า ๆของนครปฐมได้อย่างขึ้นใจอยู่ 2 คำขวัญ ซึงหลายคนอาจจะลืมไป แล้ว เมืองส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวสวย
อันนี้ เป็นคำขวัญเฉพาะนครปฐมนะคับ ส่วนคำขวัญอีกอันนั้นครอบคลุมหลายจังหวัด ซึ่งเป็นคำขวัญที่คนแต่งขึ้นมา อาจจะตั้งใจบ่งบอกอะไรนัยๆ บางอย่าง คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง คนโกงเมืองเพชร ขี้.....นครปฐม ขี้ อะไรก็ไม่รู้ คนแต่งเอามาโยนใส่ คนนครปฐม...อิอิ ที่จริงนั้น จังหวัดนครปฐม ดังมากในเรื่องข้าวหลามและดังมานานแล้ว สมัยก่อนั้น ใครเห็นข้าวหลามที่ไหน ก็จะทึกทักเอาโดยทีที่ว่า เป็น ข้าวหลามนครปฐม ส่วนของหนองมนนั้นนะ มาทีหลัง สมัยหนุ่มๆ พญาพาน นี่แหละ ก็ได้ผูกพันกับข้าวหลามมายาวนาน โดยเฉพาะ แม่ค้าข้าวหลามนครปฐมนั้น ร่ำลือกันนัก ว่าสวยแท้ๆ พญาพานเอง ยังเที่ยวไล้เที่ยวขื่อ ช่วยเขาวิ่งขายข้าวหลามมาหลายเจ้า ไม่ได้หวังกินข้าวหลามหรอกคับ... หวังเป็นลูกเขยแม่ค้าข้าวหลามนะ มากกว่า..อิอิ นอกจากข้าวหลาม แล้ว นครปฐม ยังมีสินค้าชื่อดังอีกหลายอย่าง ข้าวหมูแดง นั้นก็ขึ้นชื่อว่ายอดเยี่ยม เป็น 1 ไม่มี 2 ลองใคร หลังๆนี่ โต๊ะจีนของนครปฐมก็ขึ้นชื่อลือชา และที่สำคัญ...อีกทั้งโด่งดังไม่แพ้สินค้าต่างๆที่กล่าวมาแล้ว นครปฐม ก็ยังขึ้นชื่อ เรื่อง มือปืน !!! เรียกว่า มือปืนเมืองเพชร กับ มือปืนนครปฐม นั้น ชื่อชั้นกินกันไม่ลง เพราะกลุ่มมือปืนทั้งสองจังหวัดนั้น เครือเดียวกัน ยิ่งปืนเถื่อน ด้วยแล้ว หาได้ง่ายๆ ลองตระเวนไปสิ ไม่ว่าจะเป็นบ้านวังตะกู บ้านหนองหญ้าปล้อง บ้านตาก้อง หนอกพงนก กำแพงแสน จะเอาเท่าไรละ ยิ่งเข้าไปตามดงตามป่าอ้อยลึกๆ จำเป็นต้องพกมืดพกปืน ติดเอวไป ถือเป็นการให้เกียรติเจ้าถิ่น ขืนไปมือเปล่า เจ้าถิ่นเขาจะเคือง หาว่าดุถูกกัน...พักเดียว สุภาพบุรุษมือป่าว ก็นอนแผ่สองสลึง ผมจำได้แม่น เมื่อนานมาแล้ว สมัยที่พี่ชายยังเป็นโชเฟอร์ขับสิบล้อ ให้กับเถ้าแก่ใหญ่ในนครปฐม นั่นแหละ ตอนนั้นฮิตกันมากในหมู่คนขับสิบล้อ คือการโกงน้ำมัน ลักน้ำมันขาย หรือลักหินลักทรายตักขายข้างทาง เพื่อได้เงินเพิ่ม เล็กๆน้อยๆ ไว้เลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย มีครึ่งนึ่ง ที่คนขับรถถูกจับได้ว่า กินน้ำมัน
จากนั้น เถ้าแก่ก็ยกขันน้ำมาวางตรงหน้า ในขันมีน้ำมันอยู่เกือบครึ่งขัน
หึหึ ไม่แดกได้ไง ปืนมันจ่ออยู่ที่หัว...รอดตายมาได้ก็บุญหัวแล้ว เป็นสิบล้อของเถ้าแก่จากตระกูลไหน ผมก็ชักเลือนๆไปซะแล้ว...
อ้าว ..ว่าจะพูดถึง รมตไชยา ..ดันนั่งด่วน 99 หัวหิน เลยไปซะได้ นั่นมันอดีต นะคับ เดี๋ยวนี้ นครปฐม เป็นเมืองคนดี มีแต่ข้าวหลาม ข้าวหมูแดง แล้ว ก็รัฐมนตรี จากตระกูล สะสมทรัพย์ ส่วนโจร มือปืน นักเลง ..หมดไปแล้ว ผมภูมิใจ ที่บุญพา วาสนาส่ง คนบ้านผมได้เป็น รมต.สาธารณะสุข กระทรวงใหญ่ เกร็ดเอ มีงบประมาณเยอะ และเป็นกระทรวง ที่ผูกพันกับชีวิต พื้นฐานของชาวบ้าน...
โอย....ผมปวดใจ..มาไล่คนบ้านผมทำมัย ยิ่งผมเห็น มีคนมาให้กำลังใจท่านถึงกระทรวง เย้วๆ ใส่คนที่ขับไล่ ผมก็ยิ่งไม่สบายใจ ผมเลยอยากสะกิดเตือน รมต.ไชยา ในฐานะ คนยอดแหลมด้วยกัน การที่ท่าน รมต.นำสินค้าจากจังหวัดบ้านผม ทั้งข้าวหลาม ทั้งโต๊ะจีน ไปเลี้ยงคนในกระทรวงอยู่บ่อยๆนั้น ผมว่า ซื้อใจเขาไม่ได้หรอกคับ เพราะ คนในกระทรวงนี้ ไล่ตั้งแต่ผู้บริหาร หัวหน้าหน่วย อย่างน้อยๆก็เป็นนายแพทย์ แพทย์ ที่เปรียบเสมือน เทวดาของประชาชน คิดดูสิ ขนาดคนอายุ 80 90 ปี ที่เจ็บไข้ได้ป่วย
ยังยกมือไหว้คนอายุ 30-40 ปี ที่เป็นรุ่นลูกรุ่นหลานอย่างเต็มใจ ไม่ใช่เพราะหมอ เป็นเทวดาในสายตา คนเจ็บคนป่วย ...ดอกหรือ การจะหักพร้าด้วยเข่า กับเหล่าเทวดานั้น ไม่ง่าย นะท่าน ยิ่งสังคมดูแคลน ตั้งแต่ได้ยินชื่อท่าน มาเป็นเจ้ากระทรวง ท่านยิ่ง ต้องตระหนัก และ รู้จักพลิกวิกฤติเป็นโอกาส เมื่อท่านได้มาเป็นเจ้ากระทรวง อยู่ท่ามกลางเทวดา ซึ่งแต่ละคนนั้นก็จะมีเอกลักษณ์ เฉพาะตัว เมื่อท่านได้อำนาจนั้นมาแล้ว..ท่านบริหารอำนาจนั้นให้ ได้ใจ บรรดาหมอๆเทวดา เหล่านั้นไม่ดีกว่าหรือ จากรัฐมนตรีข้าวหลาม รัฐมนตรี หมูหัน ท่านก็อาจจะได้เป็นรัฐมนตรีเทวดา นั่งอยู่ในกระทรวงเทวดา เป็นหัวหน้าเทวดา เหาะเหินไปทางไหน ก็จะมีเทวดา นางฟ้าห้อมล้อม
เพราะมีตัวอย่าง จากนักการเมืองหาง่าย แย่ๆ เยอะแยะไป แต่การมีอำนาจ แล้วทำให้คนไต้อำนาจนั้นรัก และเคารพ..มันหายาก ทำมัย เมื่อท่านมีโอกาสแล้ว ท่านจึงไม่ทำให้เขารัก ทำให้เขาเคารพ การใช้บทบู้ล้างผลาญ แบบเถ้าแก่สิบล้อนครปฐมนั้น ผมว่าไม่เข้าท่า
พอระฆังดังแกร้ง ก็จะปรี่ เข้าคลุกวงใจ กระชากคอดีเข่า ผมว่า จะถูกสวนด้วยศอก คิ้วแตก เจ็บตัวเปล่า นักเลง เจอ นักเลง...อันนี้ธรรมดา ต้องบทบู้ แต่นักเลง เจอพระ เจอเทวดา เจอคนซื่อๆ ที่ทำงานเพื่อสังคม แบบเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค แบบชมรมแพทย์ชนบท ท่านยิ่งต้องระวังตัว เป็นหน้าม้า ให้ท่าน แทนที่จะเป็นผลดี ผมว่า. .ยิ่งจะกลายเป็นผลร้าย ทางลบ ให้กับท่านมากกว่า จริงอยู่ คนที่ออกมาต่อต้านการเลิกทำแอลซียา โดยล่ารายชื่อขับไล่ท่าน จะไม่มีกำลังพอ ที่จะสามารถโยกคลอนเก้าอี้ รัฐมนตรีของท่านได้ แต่ ภาพลักษณ์ ของท่าน มันเสียหาย เป็นรัฐมนตรีครั้งแรก คนแรก และเข้ารับตำแหน่งไม่กี่วัน ก็ถูกดูหมิ่นดูแคลนถูกขับไล่ซะแล้ว เป็นศัตรู กับหมอ นั้น ไม่มีทางชนะหรอกคับ วันหนึ่ง ท่านก็อาจจะต้อง ไปนอนให้คุณหมอเจี๋ยน...บรื๋อว์ๆๆๆๆๆ คิดแล้วก็เสียวแทนท่านรัฐมตรี อันว่า "คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล" การที่ท่านปล่อยให้ บอดี้การ์ด หน้าม้า มาเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน ถึงหน้ากระทรวง....เสียหายคับ เสียหายทั้งท่าน รัฐมนตรีเอง และเสียหายมาถึงผม...ในฐานะ คนนครปฐม อันเป็น
|