• PDN
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : maypdn@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-27
  • จำนวนเรื่อง : 48
  • จำนวนผู้ชม : 19535
  • จำนวนผู้โหวต : 33
  • ส่ง msg :
P A T T A Y A D A I L Y N E W S
พัทยาเดลี่นิวส์ คลิคทุกวัน ทันทุกข่าว สื่อมีหน้าที่นำเสนอข่าวเพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่มาตัดสินเสียเอง และสื่อต้องเป็นกลาง โดยหลักการแล้ว สื่อต้องไม่ตัดสินใจแทนคนอ่าน รวมทั้งไม่ควรชี้นำ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pdn
วันพุธ ที่ 23 เมษายน 2551
แม่ฉันกับช้าง
Posted by PDN , ผู้อ่าน : 231 , 00:23:53 น.  
พิมพ์หน้านี้


แม่ฉัน อายุเพียง 11 ขวบ ตอนที่คุณตาฉันเสียชีวิตตอนนั้น ทิ้งให้คุณยายฉัน (อายุ 37 ปี) เป็นแม่ม่ายแต่วัยเยาว์ ต้องเลี้ยงลูก หกคนด้วยตัวเอง แม่ฉันมีน้องชาย4 คน มีพี่สาว 1 คน ทุกคนยังมีชีวิตอยู่ คุณยายฉันก็จากโลกนี้ไปแล้ว (โดยไม่เคยแต่งงานใหม่อีกเลย แม่บอกว่าความรักของคุณยายเป็นเรื่องอมตะ..เศร้าค่ะ) มาพูดเรื่องช้างดีกว่า

แม่เล่าว่า ครอบครัวแม่มีช้างสามเชือก ตัวที่แก่ที่สุดชื่อ “แม่ด้วน” เพราะหางมันด้วน แม่ จำไม่ได้ว่ามันหางด้วนเพราะอะไร รู้แต่ว่า ทั้งสามเชือกมีควาญช้างประจำ แม่จะผูกพันกับ “แม่ด้วน” มากกว่าตัวอื่น ๆ เพราะเห็นมันมาตั้งแต่เด็ก และแม่ด้วน เป็นช้างที่มีคนเอามาใช้หนี้คุณตา ไม่ได้ซื้อหามาเลี้ยงเอง 

 ช้างทั้งฝูง (มีสามเชือก) จะถูกจ้างไปลากซุง ไปทำงานในป่าเป็นเวลาหลาย ๆ วัน บางทีเป็นแรมเดือน คุณตาเป็นครูบ้านนอก พอปิดเทอมก็ไปอยู่ป่า ดูช้างทำงาน พองานเสร็จ คุณตาก็กลับบ้านพร้อมกับทีมช้างและควาญ 
 ตอนที่คุณตาจากไปอย่างคาดไม่ถึง ทำให้คุณยายซึ่งไม่มีความรู้เรื่องการบริหารช้าง สั่งควาญช้างไม่เป็น ตามบ้านนอกสมัยก่อน การปกครองคนงานต้องมีทั้งพระเดชพระคุณ คุณยายไม่รู้เรื่องธุรกิจที่คุณตาทำมากนัก นอกจากเรื่องโรงสี ฟาร์มหมู และร้านขายของชำ ที่คุณยายต้องรับผิดชอบโดยมีลูก ๆ คอยช่วยกันทำพอมีรายได้ส่งลูก ๆ เรียนหนังสือได้ ความลำบากยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อตอนเปิดภาคเรียน คุณยายต้องหาเงินให้ค่าเทอมลูก ๆ ค่าเสื้อผ้า ค่าหอพักและอีกจิปาถะ 

  

  

   แม่เล่าว่า....วันหนึ่งคุณยายบอกลูก ๆ ว่าต้องขายช้างไปหนึ่งเชือก ให้ลูก ๆ ช่วยกันออกความเห็นว่าควรจะขายเชือกไหนดี เสียงเถียงกันดังระงมเพราะลูก ๆ ห้าคน (ที่มีปากเสียงได้) ส่วนอีกคนเล็กมากนอนแบเบาะ ยังพูดไม่ได้ พอโหวตแล้วคะแนนก็เสมอกัน คือ สามเสียง (รวมคุณยาย) ที่บอกว่าต้องขาย “แม่ด้วน” ส่วนแม่ฉันกับพี่สาวและน้องชายคนถัดแม่ไม่อยากขาย “แม่ด้วน” เพราะมันเชื่องที่สุด ใจดีที่สุด และไม่เคยแผดร้องเสียงดัง ๆ เหมือนเชือกอื่น เมื่อถูกตะขอสับ! 

แม่บอกว่าในที่สุดต้องรอจนวันสุดท้ายที่ผู้ซื้อจะมารับช้างไป ให้ช้างทั้งสามเชือก (ที่มีควาญช้างจูง) มาเดินให้พวกแม่ซึ่งอยู่ในบ้าน เปิดหน้าต่างมายืนดู เหมือนนักร้องให้กรรมการเลือก ว่าใครต้องตกรอบ แต่นี่เดินเพื่อจะเลือกว่าใครต้องออกไปจากบ้านเรา ไม่ใช่แพ็คกระเป๋ากลับบ้าน แต่ต้องไปอยู่กับครอบครัวใหม่ ที่เป็นใครก็ไม่รู้..

  แม่บอกฉันเสมอว่า ช้างเป็นสัญลักษณ์ของทาสผู้ซื่อสัตย์ และเป็นสัตว์ที่ฉลาดที่สุดอีกด้วย “แม่ด้วน” ดูเหมือนจะมีลางสังหรณ์ ว่าต้องจากครอบครัวนี้ไป   

“มันเดินอย่างเชื่องช้า เป็นตัวสุดท้ายไปที่หน้าต่างบานกว้างที่เปิดอยู่ โดยมีพวกแม่ยื่นหน้าสลอนมามองดู"
แม่พยายามอธิบายให้ฉันเข้าใจสภาพบ้านไม้ต่างจังหวัด ที่ยังคงมีให้เห็นอยู่ทางภาคเหนือ แม่บอกว่าช้างตัวสูงใหญ่การที่จะดูให้ถนัด จะเงยหน้าดูคงไม่ได้ ต้องอยู่ที่สูง จะได้มองทั่ว ๆ 

 แม่ร้องไห้โฮ เมื่อยายมอง”แม่ด้วน”แล้วพูดว่า “ด้วน..เธอนะแหละต้องเสียสละ เพราะแม่เลี้ยงเธอไม่ไหวจริง ๆ เธอช่วยทำงานไม่ได้แล้ว ไปอยู่กับคนรวยเขาเมตตา เขามีไร่อ้อย มีกล้วย มีอาหารให้เธอมากกว่าพวกเรานะ..”
 
ช้างเป็นสัตว์ใหญ่ จะลุกจะนั่งทีก็ลำบาก โดยเฉพาะ “แม่ด้วน” ซึ่งแก่มากแล้ว บางทีก็ป่วยทำงานไม่ได้
วันนั้น “แม่ด้วน” นั่ง ใต้ต้นมะม่วง กว่าจะค่อย ๆ ลุกมาที่หน้าต่างได้ ก็ถูกตะขอสับไปหลายที แม่บอกว่า มันไม่อยากลุกต่างหาก เพราะรู้ตัวว่าต้องจากไป แม่ร้องไห้ และจ้องไปตรงนัยน์ตามัน เห็นน้ำตามันไหลริน และอ้อยอิ่งอยู่ที่หน้าต่างอีกนาน กว่าจะถูกควาญช้างไสออกไป เดินเลี้ยวโค้งถนน..หายลับไป..ไปจากครอบครัวแม่ตั้งแต่นั้นมา  

เสียงร้องของมันยังติดหูแม่มาตลอด แม่ฉันเป็นโรค “แพ้ช้าง” แม่ชอบอ่านหนังสือเรื่องเกี่ยวกับช้าง ถ่ายรูปกับช้าง ยืนจ้องมองตาช้าง ฉันรู้ว่าแม่มีแผลที่รักษาไม่หาย..ใจแม่ทุกข์ระทมเกี่ยวกับเรื่อง “แม่ด้วน” ฉันอยากให้แม่เลิกรักช้างเสียที ไม่ใช่เพราะอิจฉาว่าแม่รักช้างมากกว่าฉัน แต่ฉันสงสารแม่..
 วันนี้ที่ฉันลุกขึ้นมาเขียนเรื่อง “แม่ฉันกับช้าง” เพราะฉันเห็นแม่ร้องไห้ (อีกแล้ว) แม่ดูวีดีโอ เรื่องเดิม ๆ นี่แหละ หากคุณอ่านแล้ว ไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันพร่ำมาทั้งหมด ฉันก็ไม่น้อยใจนะ ขอเพียงแต่คุณสละเวลาดูวีดีโอนี้ซักครั้งหนึ่ง..แล้วคุณอาจจะเข้าใจว่าทำไมฉันต้องลุกขึ้นมาเขียนเรื่องนี้...ใครก็ได้ช่วยแม่ฉันที


ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในป่าของประเทศไทย มีคนยื่นผลไม้ให้ลูกช้างเชือกหนึ่ง มีลูกช้างพังเชือกหนึ่งที่เกิดขึ้นมาเพื่อถูกกักขัง ลูกช้างเชือกนี้ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านกับ “ผู้ฝึกช้าง” ตั้งแต่เพิ่งเกิดมาดูโลกนี้ได้เพียงสองปีเท่านั้น ลูกช้างพังเชือกนี้ไว้วางใจคนในหมู่บ้านเพราะตั้งแต่เกิดมาก็ได้รู้จักมีแต่มนุษย์เท่านั้น

ผลไม้ที่มีคนยื่นให้นั้นอยู่ห่างไกลสุดที่เธอจะเอื้อมถึงได้ เท้ากลมๆ กับขาสั้นๆ ขนาดใหญ่ทั้งสี่ข้างของเธอเดินก้าวไปบนพื้นดินอย่างช้า ๆ เธอได้ยื่นงวงเล็กๆ ผิวหย่นกล้านสีเทาออกไปรับผลไม้ด้วยความอ่อนน้อม โดยที่ไม่รู้ว่าในแต่ละย่างก้าวนั้นทำให้เธอเคลื่อนตัวใกล้กับกับดักเข้าไปทุกที รวมทั้งการทารุณกรรมตลอดเวลาทั้งเจ็ดวันจะมีผลต่อสภาพจิตใจของเธอ
 เธอยังอยู่ในวัยที่เจริญเติบโตและขณะนี้มีขนาดไม่สูงไปกว่าคนในหมู่บ้าน ที่ซึ่งแอบตีแผ่วงล้อมลูกช้างพังเชือกนี้ไว้ ขณะที่ลูกช้างย่างก้าวไปข้างหน้า ชายสองคนใช้บ่วงขนาดใหญ่คล้องคอลูกช้างพังนี้ไว้ ด้วยความตื่นตระหนกเธอถอยหลังและพยายามให้หลุดออกจากบ่วงนั้น แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว การกักกันได้เริ่มขึ้นและไม่มีทางที่จะหนีรอดไปได้

ชาวบ้านพยายามหลบหลีกงวงที่ลูกช้างฟาดไปมา เธอพยายามหลบหนีและหวีดร้องด้วยความกลัว แต่เสียงที่เปล่งออกไปนั้นไม่มีผลอะไรเกิดขึ้นเพราะแม่ของเธอได้ถูกนำออกไปจากหมู่บ้านล่วงหน้าก่อนนี้แล้ว ลูกช้างพังเชือกนี้มีกำลังมากแต่ก็ไม่สามารถเอาชนะกำลังของคนในหมู่บ้านจำนวนนับสิบๆ คนที่ช่วยกันดึงบ่วงซึ่งบาดเป็นแผลเข้าในผิวหนังบริเวณลำคอของเธอ (ยังมีต่อค่ะ"กว่าจะมาให้ความบันเทิงแก่ท่านได้ ช้างสังเวยไปจำนวนกี่เชือก......)



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
indyArt วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 15.51 น.
http://www.oknation.net/blog/pui
Pui_indyart_desinge

ฉันรักช้าง ช้างเป็นสัญลักษณ์ที่เคยอยู่บนธงชาติมาก่อน ฉันรักพวกเขาจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 5
ชาคริส วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 23.07 น.
http://www.oknation.net/blog/chachrist

รอเรื่องใหม่อยู่ครับ
ความคิดเห็นที่ 4
pinkky วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 20.07 น.
http://www.oknation.net/blog/pinkky


ความคิดเห็นที่ 3
วิกูล วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 19.26 น.
http://www.oknation.net/blog/wikulponang


คิดถึงแม่
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 06.17 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan


ความคิดเห็นที่ 1
ชาคริส วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 01.43 น.
http://www.oknation.net/blog/chachrist

ครับ เศร้าน่ะครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

RECKONING

The Michael Ray Cain, RECKONING

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30