*/
  • [email protected]
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2010-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 21
  • จำนวนผู้ชม : 57904
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
วันจันทร์ ที่ 24 กันยายน 2555
Posted by [email protected] , ผู้อ่าน : 1585 , 08:06:06 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน BlueHill , มะอึก และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

      ตามสัญญาค่ะว่าจะมาเล่าเรื่องคุณป้าเฉินต่อ ใครที่ได้อ่านชื่อเรื่องแล้วอาจจะนึกสงสัยว่าป้าเฉิน เป็นป้ามหาภัยตรงไหน ถ้าใครได้หาหนังสือมาอ่านจนถึงตอนป้าเฉินโดนมาเฟียขู่กรรโชก แล้วจะเข้าใจว่าการเรียกคุณป้าเฉิน ว่าคุณป้ามหาภัยนั้นไม่ได้เกินจริงเลย เพราะคุณป้าเอาตัวรอดจากมาเฟียได้อย่างหวุดหวิด จากปฎิภาณไหวพริบ แถมยังขู่จนมาเฟียกลัวหงอไม่กล้ามายุ่งกับคุณป้าอีกเลย เรามาต่อเรื่องแนวคิดในการเลี้ยงลูก และแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตกันดีกว่าค่ะ  (ถ้าใครยังไม่อ่านตอนแรกเข้าไปดูตอนแรกได้ที่ http://www.oknation.net/blog/peht/2012/09/21/entry-1)

 

      คู่มือเลี้ยงลูก ถึงแม้คุณป้าเฉินจะไม่มีลูก แต่คุณป้าก็มีโอกาสเลี้ยงน้อง 5 คน และหลานอีก 3 คน ประสบการณ์ในชีวิตส่วนนี้ของคุณป้าเรียกว่าพอจะให้พวกเราคนอ่านก๊อปปี้เอาไปใช้ได้เป็นอย่างดี คุณป้าเฉินในวัยสาว เอาแต่ทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวถึง 8 ชีวิตด้วยกัน ทำให้ไม่มีเวลาเอาใจใส่น้องชายคนที่สองมากนัก น้องสองของคุณป้าจึงกลายเป็นคนติดเหล้า ทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพาย มีชีวิตแต่งงานที่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากเลือกคู่ครองที่ไม่เหมาะสมกับตัวเอง สุดท้ายก็ประสบอุบัติเหตุรถชนจนเสียชีวิตทำให้คุณป้ารู้สึกผิดตลอดมา 

 

      ชีวิตน้องสองของคุณป้าต่างกันลิบลับกับชีวิตพี่ชายใหญ่ของคุณป้าที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี เพราะเป็นพี่ชายคนโตของครอบครัวและเป็นเด็กหัวดีตั้งแต่เล็ก  เป็นเหตุให้คนในครอบครัวต้องเสียสละทำงานเพื่อส่งเสียพี่ใหญ่ให้ได้เรียนสูงๆ จนทำงานไม่เป็น ไม่ทันคน เมื่อลงทุนทำธุรกิจก็โดนหลอกจนติดหนี้สินคุณป้าเฉินต้องเป็นผู้รับภาระชดใช้หนี้ให้

 

      เมื่อถึงรุ่นหลานชาย 3 คนซึ่งเป็นลูกของพี่ชายใหญ่ คุณป้าได้ฝึกให้เด็กๆ รู้จักค้าขายตั้งแต่ยังเล็ก เด็กๆ ต้องออกไปช่วยขายผักที่หน้าตลาดตั้งแต่เช้า ในฤดูหนาวเด็ก 3 คนต้องกอดกันกลมเพื่อคลายหนาว อ่านแล้วก็อดรู้สึกสงสารหลานๆ ของคุณป้าไม่ได้ แต่คุณป้าก็ใช้วิธีนี้ฝึกให้หลานๆ ได้รู้จักค้าขาย และเรียนรู้คนผ่านการค้าขาย รู้จักประหยัด และเก็บออมเงิน เวลาเลือกซื้อของต้องเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้หลานชายคนหนึ่งของคนป้ากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเลือกซื้อของ เวลาเพื่อนๆ ต้องการซื้ออะไรก็จะมาปรึกษาหลานชายของคุณป้าคนนี้ว่าควรไปซื้อจากร้านไหน เป็นต้น

 

      คุณป้าเฉินดูเหมือนภูมิใจในตัวหลานๆ ไม่น้อย ถึงทุกวันนี้หลายชายคุณป้าจะโตแล้วคุณป้าก็ยังแนะนำสอนวิธีคิดเกี่ยวกับการออมเงินให้หลานๆ อยู่เสมอ เช่น ให้นำเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่ายรายเดือนมาผ่อนซื้อบ้าน หรือประกันชีวิตซึ่งคุณป้าเฉินถือว่าเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่ง การเก็บเงินเป็นเงินสดนั้นจะต้องระวังหากมีเพื่อนมาขอยืม เงินที่ให้เพื่อนยืมต้องอยู่ในวงเงินที่หากสูญเสียไป ไม่ได้คืนจะต้องไม่เสียดาย เพราะถ้าให้ยืมไปแล้วเวลาจะทวงถามคืนก็จะกังวลว่าเพื่อนจะโกรธ และสูญเสียความสัมพันธ์ที่ดีไป ดังนั้นถ้าไม่แน่ใจก็อย่าเก็บเป็นเงินสดจะดีกว่า ให้เอาเงินที่เหลือไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือซื้อประกันชีวิตแทน

 

 

      แรงบันดาลใจสำหรับคนทุกข์ยาก และยากไร้ ถ้าใครคิดว่าชีวิตตัวเองเต็มไปด้วยความทุกข์ และความยากลำบาก อยากให้รีบหาซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านอย่างด่วน ชีวิตคุณป้าเฉินในวัยเด็กที่คุณแม่เสียชีวิตตั้งแต่อายุ 13 ปี ทำให้ต้องออกจากโรงเรียนมาช่วยพ่อขายผักที่ตลาด ต้องรับผิดชอบช่วยคุณพ่อเลี้ยงดู อบรมน้องๆ 5 คน ต้องทำงานบ้านและทำอาหารให้เพียงพอสำหรับทุกคนในบ้านด้วยข้าวจำนวนน้อยนิดในแต่ละวัน คุณป้าถึงกับต้องยอมอดข้าว หรือบางวันทานเพียงน้ำข้าวต้ม เพื่อให้น้องๆ และพ่อได้ทานจนอิ่ม เพราะความจนไม่มีเงินไปหาหมอเวลาเจ็บป่วยก็ต้องอดทนทำตัวปกติเหมือนไม่เจ็บป่วย ไปขายผักตามกิจวัตร เพราะไม่ต้องการให้คนในครอบครัวเป็นห่วง เวลาขายผักที่ตลาดคุณป้าเข้าห้องน้ำเพียง 1 ครั้งต่อวันเท่านั้น เพราะเกรงว่าเวลาไปเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่อีกฝากหนึ่งของตลาดจะมีลูกค้ามาซื้อผักทำให้เสียโอกาสทำการค้า นี่ยังไม่นับเรื่องวิธีการนอนที่แสนแปลกประหลาดของคุณป้าคือ คุณป้าจะไม่ยอมนอนบนเตียง ในวัยเด็กการนอนเตียงทำให้คุณป้าตื่นสายเพราะหลับสบายเกินไป ซึ่งมีผลต่อการไปเปิดร้านช้าจนโดนพ่อตำหนิ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาคุณป้าจึงนอนบนพื้นโดยใช้ผ้าห่มปูนอนซึ่งไม่สามารถป้องกันความเย็นได้เลย ด้วยวิธีนี้ทำให้คุณป้าไม่นอนตื่นสายให้ต้องเสียเวลางาน ซึ่งคุณป้าได้พัฒนาวิธีการนอนในรูปแบบอื่น เช่น นอนบนเก้าอี้ไม้สองตัววางติดกัน หรือนอนบนโซฟา เพื่อให้ตัวเองหลับไม่สนิทจนเกินไป จะได้ไม่เสียเวลาทำงานที่มีจำกัดเพียงวันละ 24 ชั่วโมงเท่านั้น

 

 

          “การดำเนินชีวิตที่ดีที่สุดคือ การได้ทำภารกิจที่อยากทำให้สำเร็จลุล่วงแล้วก็ตายในหน้าที่”

 

      ถ้าชีวิตเรายังไม่ลำบากเท่าคุณป้าเฉินซู่จวี๋ หรือยากจนและประสบชะตากรรมอันเลวร้ายอย่างคุณป้าแล้ว การคิดท้อแท้หมดหวังและหยุดต่อสู้อย่างมีความหวัง เพื่ออนาคตที่ดีขึ้นเห็นทีต้องเรียกว่าเสียชาติเกิดแน่ๆ ทีเดียว

 

 

     การเปิดขายผักวันละ 19 ชั่วโมง หยุดปีละ 1 วันตอนตรุษจีน เกือบตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่าน ทำให้คุณป้าเฉินกลายเป็นคนไม่มีลายนิ้วมือ (คุณป้ารู้ตอนที่ต้องไปทำวีซ่าเข้าประเทศอเมริกาเมื่อไม่นานมานี้) และมีปัญหาเกี่ยวกับเส้นเลือดและเซลล์เนื้อเยื่อที่เท้า ทำให้ต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมานทุกครั้งที่เดิน ถึงจะเป็นแบบนี้คุณป้าก็ยังคงขายผักอยู่ทุกวันและยืนยันว่าจะทำเช่นนี้จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต แม้ทุกวันนี้แผงผักจะต้องปิดเดือนละ 1 วันตามข้อบังคับของเทศบาลเพื่อล้างทำความสะอาดตลาด และชั่วโมงการทำงานจะไม่ยาวนานเหมือนเคย แต่คุณป้ายังมุ่งมั่นค้าขายสะสมเงินทองเพื่อบริจาคและตั้งเป็นมูลนิธิ

 

           “ถ้าฉันมีชีวิตอยู่หนึ่งวัน ก็จะทำงานหนึ่งวัน ทำจนวันสุดท้ายของชีวิต    

            มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้ฉันใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบายใจ” 

 

          สำหรับเพชรแล้วทัศนคติที่ยิ่งใหญ่ของคุณป้าเฉินซู่จวี๋ คือ การทำงานหนักเพื่อผู้อื่น และการคิดถึงผู้อื่นอยู่เสมอ  ด้วยสิ่งนี้เองทำให้คุณป้ามีพลังที่ยิ่งใหญ่ที่จะค้ำจุนตัวเอง ถึงแม้จะใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังก็มีความสุขด้วยหัวใจที่ปิติยินดี

 

          “แต่ถ้าฉันต้องเหนื่อยตายเพราะทำงานมากเกินไป บอกตามตรงว่าฉันยินยอม เพราะฉันคิดว่า

         นั่นน่าจะเป็นจุดจบของชีวิตที่สวยงามมาก เมื่อเราได้ทำในสิ่งที่ทำได้ไปหมดแล้ว อีกทั้งยัง

         สามารถใช้แรงเฮือกสุดท้ายให้เป็นประโยชน์ แม้ในวาระสุดท้ายของชีวิต ฉันคิดว่าตัวเองคงจาก

         โลกนี้ไปอย่างสบายใจ และถือว่าฉันใช้ชีวิตได้คุ้มค่าที่สุดแล้ว”

                                           

      สุดยอด ซุปเปอร์คุณป้าจริงๆ

 

      อ่านจบแล้วเป็นไงบ้างค่ะ ต้องยกนิ้วและโหวตให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือในดวงใจแห่งปีเลยค่ะ ขอบคุณสำนักพิมพ์นานมีบุ๊ค และทีมบรรณาธิการที่เลือกแปลหนังสือดีๆ แบบนี้ให้คนไทยได้อ่านค่ะ

  

 

 

 

   

         

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ครูอ๊อฟ วันที่ : 05/11/2012 เวลา : 21.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/carnival

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ฺBigcameraTV วันที่ : 24/09/2012 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GOtoTakePhoto
ถ่ายภาพเชิงสร้างสรรค์ เพื่อค้นหาความงามที่ซ่อนอยู่

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีดีครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 24/09/2012 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่านับถือ ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน