*/
  • [email protected]
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2010-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 21
  • จำนวนผู้ชม : 57917
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม 2556
Posted by [email protected] , ผู้อ่าน : 2792 , 23:25:07 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน ชายแม้น , ชบาตานี และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

 

ปัญหาของเด็กไทยวันนี้......

 

       

         ทั้งหมดที่เขียนมาเป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ที่ผู้ใหญ่ควรให้ความสนใจมากกว่าการมาปรับเปลี่ยนกฎระเบียบเรื่องทรงผมของเด็กๆ เพราะการไม่รู้จักตนเองในปัจจุบันจะนำไปสู่ปัญหาใหญ่คือ การไม่รู้ว่าตัวเองอยากโตไปเป็นอะไร อยากทำงานอะไร ไม่มีเป้าหมายในชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เพราะทำให้ไม่สามารถวางแผนอนาคต หรือเลือกสอบเข้าเรียนในคณะที่เหมาะสมกับตนเอง ไม่อยากจะคิดเลยว่าปัญหานี้ยังเกิดขึ้นกับเด็กไทยในพ.ศ.นี้ นึกว่าเป็นแบบนี้เฉพาะสมัยที่เพชรเป็นเด็กเท่านั้น เริ่มกลับมาทบทวนในปัญหานี้เพราะ เมื่ออาทิตย์ก่อนได้คุยกับลูกพี่ลูกน้องวัยรุ่น เรียนอยู่ชั้นมัธยม 5 เรียกว่าใกล้จะต้องสอบเข้ามหาวิทยลัยเต็มที แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกเรียนอะไรดี ไม่รู้ว่าอยากทำงานอะไร !!!

 

         อืม เป็นเรื่องที่น่าคิดนะ  ไม่อยากโทษระบบการศึกษาของเมืองไทยที่ทำให้เด็กๆ ของเราต้องตกอยู่ในสภาพนี้ และไม่อยากโทษนักการเมืองที่ช่างคิดสร้างสรรค์ เพราะหากมองในอีกมุมหนึ่งแล้ว จะพบว่าระบบการศึกษาและสังคมของเราค่อนข้างได้มาตรฐาน สม่ำเสมอทีเดียวคือ สามารถทำให้เด็กไทยส่วนใหญ่ตกอยู่ในสถาพแบบนี้เหมือนๆกัน  และเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยที่เพชรยังเป็นเด็ก และจะสืบต่อไปอีกกี่ปีก็ไม่รู้???

        

         หลายคนอาจจะสงสัยว่าการที่เด็กๆ ไม่รู้จักตัวเองเลย ไม่รู้ว่าควรจะเลือกเข้าเรียนคณะอะไร  มหาวิทยาลัยไหน โตไปจะประกอบอาชีพเป็นอะไร มันจะแย่ขนาดไหนกันเชียว เรามาดูตัวอย่างที่เห็นชัดๆ

        

         ทุกวันนี้มีหมอจำนวนมากที่อยู่ในอาชีพนี้เพราะรายได้ดี มากกว่าเหตุผลว่าอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เลือกอาชีพเพราะเงินและรายได้มากกว่าความถนัดหรือชอบส่วนตัว

        

        ผู้บริหาร หรือนายธนาคารจำนวนมากจบสายวิศวกรรมศาสตร์ ประเทศต้องลงทุนด้านการศึกษาจำนวนมากเพื่อผลิตบัณฑิตให้ทำงานที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ตัวเองเรียนมาก (แต่ถ้าเป็นงานที่คนเหล่านั้นชอบ และค้นพบที่หลังก็นับว่าเป็นโชคดี ที่เราไม่ต้องมีวิศวกรที่ทำงานไปวันๆ ในวิชาชีพที่ตนเองไม่รัก ไม่ถนัด)

        

        นักศึกษาที่เปลี่ยนคณะเรียนกลางคัน หรือต้องพยายามสอบเข้ามหาวิทยลัยใหม่อีกครั้ง เมื่อพบว่าคณะที่เรียนไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองถนัด แต่นั้นเป็นโชคดีของนักศึกษากลุ่มนี้ที่เสียเวลาเพียงไม่กี่ปี แต่ก็อีกนั่นแหละการสอบเข้าได้แล้วไม่ได้เรียนให้จบก็ทำให้มีคนอยากเรียนคณะนั้นอดเรียนไป 1 คนในรอบปีการศีกษาที่ผ่านมา

     

        ยังไม่นับนักศึกษาจำนวนมากที่จบมาแล้วไม่รู้จะสมัครงานอะไร ก็เลยสมัครงานไปตามเพื่อนๆ หรือตามกระแสสังคม บริษัทไหนรับก็ทำที่นั่น จากนั้นเริ่มทำงานไปสักปี 2 ปีแล้วหางานใหม่ เพื่อให้ได้งานที่ได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น การเป็น Job hopper (คนที่เปลี่ยนงานบ่อย) แทนที่จะรู้เป้าหมาย รู้ความต้อง และพยายามพัฒนาตนเองให้สามารถทำงานที่ตัวเองต้องการได้สำเร็จ

 

        ที่ยกตัวอย่างมานี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่เกินจริงเลยแม้แต่น้อยโดยเฉพาะประเด็นสุดท้าย ถ้าไปถามเด็กสมัยนี้ หรือ “เด็ก GEN Y” ว่าอยากทำงานอะไร เกือบ 100% ตอบว่า “อยากทำงานที่ได้เงินเยอะ” แต่อย่าถามต่อนะว่างานอะไร น้องๆ ตอบไม่ถูกหรอก อย่างดีก็ถามต่อว่ามีงานอะไรบ้างหล่ะที่ทำแล้วได้เงินเยอะๆ  ซึ่งนี่คือที่มาของ “อัตราการลาออก” ของพนักงานสูงขึ้นในทุกๆ องค์กร ไม่ว่าจะองค์กรเล็ก ใหญ่ มีชื่อเสียงหรือไม่ ต่างมีปัญหา “Turn Over Rate” สูงทั้งสิ้น  

 

        จากประสบการณ์การเป็นวิทยากร เมื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาคุยเรื่อง “เป้าหมายในชีวิต” ส่วนใหญ่ต้องให้เวลาคิด และคิดไม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม คำตอบส่วนใหญ่จะบอกว่าอยากมีกิจการเป็นของตนเอง ส่วนหนึ่งรู้ว่าอยากมีกิจการอะไร แต่ขณะที่หลายคนตอบไม่ได้ บอกได้คร่าวๆ เช่น บอกได้แค่ว่ามีกิจการเล็กๆ เป็นของตนเอง อยากเห็นลูกเรียนจบ หรือไม่ก็บอกได้ว่าอยากมีเงิน มีทองเท่าไหร่ (กลุ่ม MLM หรือขายตรง)  ซึ่งตรงนี้สะท้อนให้เห็นเหมือนกันว่าไม่เฉพาะเด็ก ผู้ใหญ่ก็เป็นกับเขาเหมือนกัน (น่าจะตั้งชื่อ Blog ว่าปัญหาของคนไทย.....วันนี้   ^ ^) 

 

        การไม่รู้ว่าชีวิตตัวเองต้องการอะไร อยากทำอะไร หลายคนอาจจะไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ หรือเป็นปัญหาอะไร แต่สำหรับเพชรแล้วถือว่าเป็นเรื่องยากสำหรับการดำเนินชีวิตมากทีเดียว เพราะจะทำให้เราไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญสิ่งต่างๆ ในชีวิตได้ ไม่รู้ว่าเราควรเลือกทำงานอะไร ถ้าเรารู้เราจะทำให้เราเลือกทำงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายในอนาคตของเรา แต่ละวันเราควรให้ความสำคัญกับกิจกรรมอะไร ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอะไรให้เราไปถึงเป้าหมายบ้าง ที่รู้สึกแบบนี้อาจจะเป็นเพราะใช้แนวคิดเรื่อง”การบริหารผลงาน” หรือ “Performance Management” ที่สอนอยู่มาใช้ในชีวิตประจำวันจนติดเป็นนิสัยก็เป็นได้ค่ะ  (หรือไม่ก็เป็นเพราะเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เลยต้องมาเป็นวิทยากรในเรื่องนี้ก็ไม่รู้นะ !!!)  

               

       สำหรับเด็กๆ ที่ได้อ่านบทความนี้ คุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ปกครองที่ได้อ่านบทความนี้ เพชรมีคำแนะนำสำหรับน้องๆ หนูๆ ในตอนหน้าคะ

 

                                                                                                 เพชร-ทิพย์สุวรรณ ตั้งอมรสุขสันต์

                                                                                                   วิทยากรและที่ปรึกษาพัฒนาองค์กร

ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ [email protected]

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ชบาตานี วันที่ : 11/01/2013 เวลา : 19.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เรื่องที่ไม่น่าเป็นเรื่อง แต่ดันเป็นเรื่องเสียนี่

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ป้ารุ วันที่ : 11/01/2013 เวลา : 19.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

ไม่อยากโทษระบบการศึกษาของเมืองไทยที่ทำให้เด็กๆ ของเราต้องตกอยู่ในสภาพนี้.....

โทษเถอะค่ะ เพราะมันแย่จริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
แม่หมี วันที่ : 11/01/2013 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มาอ่านเรื่องราวของเด็กไทย...กับปัญหาที่มากมาย

รออ่านต่อตอนหน้าด้วยใจจดจ่อ...

เพราะมีลูกยังอยู่ในวัยเรียน



ความคิดเห็นที่ 4 (0)
[email protected] วันที่ : 11/01/2013 เวลา : 14.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peht

เห็นด้วยกับคุณอริยทัศน์

หรือว่ารมต. ว่างมาก และกลัวตกข่าว อิอิ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 11/01/2013 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

....ที่แน่ๆ ช่างตัดผมรายได้ขาดหายไปแน่นอนครับ...
....และช่างตัดผมหัวละไม่กี่บาทอาจต้องเปลี่ยนอาชีพใหม่...อีกครั้ง...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
รูปและนาม วันที่ : 11/01/2013 เวลา : 08.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thailandsmile

ความเห็นผม
ถ้าทรงผมนักเรียนหญิงที่เคยตัดแค่หู. กลายเป็นทรงผมตามใจชอบเมื่ออยู่บ้าน เวลามาโรงเรียนทำใหเรียบร้อยหน่อย.

อยากทราบว่า ถ้าน้องเป็นโสเภณีเด็กแฝง. จะทำให้ ม่านรูด หรือ โรงแรมสังเกตุ ว่าเป็นเด็กนักเรียนยากขึ้นมั้ย

อยากถาม ว่าเด็กไปเที่ยวเธค ตรวจยากมั้ย

อยากถามว่า เปลี่ยนทรงผมไดอะไร

อยากถามว่า เรื่องค่าใช้ต่ายทำผม แล้วแฟชั่น ต้องเสียเงินเพิ่มมั้ย

แต่ผมติดอย่างเดียว. ถ้า ทรงนักเรียน จะพาเด็กเข้าม่ารูด หรือโรงแรม ยากขึ้นนะครับ

ให้ข้อคิด ควรทำในสิ่งที่ควรทำครับ

ความคิดเห็นที่ 1 ครูเอ , [email protected] ถูกใจสิ่งนี้ (2)
อริยทัศน์ วันที่ : 11/01/2013 เวลา : 02.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aryatasna

เราไม่รู้ว่ารัฐมนตรีสติปัญญาแค่ไหน..

แต่จากเรื่องที่สั่งการออกไป...ระหว่างปัญหาเด็กมาตรฐานการเรียนตกต่ำ นักเรียนตีกัน โรงเรียนกวดวิชาเก่งกว่าโรงเรียนปกติ...กับเรื่องตัดผม

รัฐมนตรีสั่งการเรื่องตัดผมก๋อน ก็สรุปได้เลยว่า...รัฐมนตรมีหัวไว้ตัดผม...เท่านัน...(ฮา)...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน