วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม 2550
"จดหมายน้อยจากเรือนปากกา ถึงงานมีตติ้ง OKNation"
Posted by
pen
,
ผู้อ่าน : 329
, 21:41:56 น.
| หมวดหมู่ :
ลูกลื่น
พิมพ์หน้านี้
|
ในหนึ่งปี... เจ้าเรือนอาศัยไหว้วานเจ้านกเหล็กพาไปส่งที่นั่นที่นี่สิริรวมได้เกือบหนึ่งร้อยเที่ยวบิน นับว่าเป็นนักเดินทางตัวยงเช่นกัน ไม่นับว่ากับการใช้ยวดยานพาหนะอื่นๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งถ้านับรวมกันก็เฉียดๆห้าแสนกิโลเมตรบวกลบนิดหน่อย นับนิ้วตัวเองแล้วแทบลมจับทุกทีเมื่อคิดสตางค์ค่าเดินทางในแต่ละปี เคยนึกเสมอว่าถ้ามีโอกาสจำศีลได้สักหนึ่งปีคงมีสตางค์เก็บซื้อรถยนต์คันงามๆได้ แต่มิเคยสำเร็จสักทีเนื่องด้วยกิจวัตรและการงานทำให้ต้องไปนู้นมานี่สม่ำเสมอมิได้ขาด "มิได้ขาดจริงๆ" หรือว่างเว้นกันสักช่วงสัปดาห์หนึ่งนี่ในตลอดทั้งปียังแทบนับครั้งได้ เป็นมนุษย์ทำงานโดยแท้ (ฮา) คราวนี้เป็นอีกคราวหนึ่งเช่นกันที่เจ้าเรือน "พลาด" โอกาสดีๆที่จะได้เจอมวลหมู่สมาชิกชาวโอเคเนชั่นกันครั้งนี้ ขอเท้าความดังนี้... สืบเนื่องมาจากการเสวนาและพูดคุยทางโทรศัพท์และทางหลังไมค์อย่างสม่ำเสมอระหว่างพี่ชาลี Bluehill กับเจ้าเรือนในบ่ายวันหนึ่ง พี่ชาลีได้เชิญเจ้าเรือนไปในงานเปิดตัวหนังสือและงานมีตติ้งสมาชิกชาวโอเคเนชั่นในงาน Book Expo ในอีกสองสามสัปดาห์ที่จะถึง ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งครับพี่ชาลี หลังจากนั้น ด้วยความหละหลวมของเจ้าเรือนเอง หรือเนื่องด้วยความเผอเรอของเลขานุการิณี(เจ้าเรือนเขอเรียกเลขานุการที่เป็นสุภาพสตรี) ผู้ทำหน้าที่จัดหมายกำหนดการและทำการจองตั๋วเรือนบินของเจ้าเรือนเองลงบันทึกวันนัดหมายเป็น วันที่ 18 ตุลาคม 2550 แทนที่จะเป็น วันที่ 28 ตุลาคม 2550 ตามที่นัดหมายกับพี่ชาลี แถมเลขานุการิณีที่รักก็ทำการเปลี่ยนหมายกำหนดการประชุมและกิจกรรมต่างๆที่จะต้องทำ ให้ว่างช่วงที่เดินทางมากรุงเทพฯ (กลัวเจ้าเรือนจะเหนื่อย น่ารักจริงๆเถิดหนาแม่คุณ) หลังจากเลขานุการิณีจัดหาตั๋วเรือนบินทั้งขาไปและขากลับเป็นที่เรียบร้อย แถมย้ำเจ้าเรือนเองว่ามิให้ลืมที่จะสอบถามกำหนดการเพื่อย้ำอีกครั้งหนึ่งก่อนเดินทาง (รัดกุมยิ่งยวด น่าชมเชยเป็นอย่างยิ่ง) ปล่อยเวลาให้ผ่านล่วงเลย ในใจก็นึกว่าวันที่ 18 ตุลาจะไปพระนครเสียให้หนำใจ อารมณ์วันเดินทางก็สดใสซาบซ่าเนื่องด้วยจะได้ไปเสวนามิตรรักพี่น้อง รวมถึงท่านผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือหลายๆท่าน แถมยังมีโอกาสจะได้ไปซื้อหนังสือ หลังจากที่ไม่ได้ไปติดต่อกันถึงสองปีซ้อน เตรียมการณ์ขนาดขนเสื้อผ้าเพียงชุดเดียว แต่เตรียมกระเป๋า (สภาพคล้ายกระสอบเสียมากกว่า) และล้อเข็นกะจะไปขนหนังสือกลับเชียงใหม่ให้เต็มขนาด (นี่ขนาดงดเว้นเสียด้วยของฝาก เนื่องจากคราวที่แล้วขนสตอเบอรี่ไปแล้วพลาดเจอ คราวนี้เนื่องด้วยจำนวนคนและลักษณะงาน จะมานั่งปั้นจิ้มกินดื่มกันครึกครื้นเหมือนทุกทีก็กระไรเลย จึงจำต้องงดไป ) ถึงงานตามกำหนดเวลาเป๊ะมิขาดเกิน งาน Book Expo คนช่างเยอะและเดินควักไขว่ดีแท้หนอ ว่าแล้วก็รีบจ้วงเท้าไปที่ห้องสัมมนา ภาพที่ปรากฏตรงหน้า แทนที่จะเป็นงานเปิดตัวหนังสือใหม่ กลางเป็นห้องสัมมนาว่างๆ เกิดอะไรขึ้นล่ะซิเนี่ยล่ะเจ้าเรือนเอ๋ย ณ ห้วงเวลานั้นเองก็พลันฉุดคิดขึ้นมาได้ ว่าคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นงานวันอาทิตย์ แต่วันนี้วันพฤหัสบดี หรือว่ากำหนดการเลื่อนไปหรือเปล่าหนอ ว่าแล้วก็จักฉวยโทรศัพท์เผื่อสอบถามพี่ชาลีเสียหน่อย เสียงลอยลมจากบู๊ทประชาสัมพันธ์ ดังบอกกล่าวว่างานเปิดตัวหนังสือนักข่าวพันธุ์ใหม่ เป็นวันที่ 28 ตุลาคม 2550 มึนตึ๊บไปเลยครับพี่น้อง เกือบหมอไม่รับเย็บเสียแล้ว (ดีนะที่หูฟังทันพอดี) ก็เลยแก้เกี้ยวด้วยการเดินซื้อหนังสือในงานพร้อมกับซื้อหนังสือฝากเลขานุการิณีที่รักด้วย หนังสือ วิธีฝึกสมาธิในที่ทำงาน เป็นของกำนัล
เก็บงำความหน้าแตกไว้เงียบๆคนเดียวถึงหนึ่งสัปดาห์เต็มๆจนใครๆนึกว่าเจ้าเรือนท้องผูกธาตุแปรปรวนรวนเร ยิ่งยามได้ยินเสียงเลขานุการิณีเจื้อยแจ้วขอบอกขอบใจเรื่องหนังสือที่ซื้อมาฝาก นึกว่าให้สมาธิทานเป็นปัญญาประดับตัวนะเลขาณุการิณีจ๋า แถมเจ้าเรือนสำทับให้ฝึกปฎิบัติบ่อยๆ (จะได้ไมพลาดอีกนะจ๊ะเลขาจ๋า) คราวนี้จะขอจัดการเองไม่ต้องเป็นธุระให้ใครวุ่นวายอีกแล้ว ตามปรกติเจ้าเรือนต้องทำงานประจำในวันธรรมดาและมีเวลาว่างเพียงวันอาทิตย์เพียงวันเดียวที่จะปฎิบัติภารกิจส่วนตัว (ยกเว้นการเขียนบล็อก ที่ภายหลังอาศัยรายสะดวกเหมือนน้องกิตตินันท์) แต่คราวนี้หลังจากพลาด จึงเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าโดยเดินทางวันที่ 28 ตุลาคม ตอนเช้า และกลับวันที่ 29 ตุลาคม เตรียมการอย่างดิบดี แต่ปรากฏว่าวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม เลขานุการิณีที่รักโทรมาแจ้งข่าว พี่คะ เช้าวันทร์ถึง 29 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน พี่รักษาราชการแทน..... ห้ามลาห้ามขาด มีท่าน.... มาตรวจราชการที่...และมีตรวจรับงานที่ ฉอดๆๆๆ และ ฉอดๆๆ เป็นชุด ฟ้าถล่มลงในบัดดล แล้วจะทำอย่างไรดีเนี่ย แถมแฟนนานุแฟนหลายๆท่านต่างโทรมาถามและส่งข้อความมาให้เจ้าเรือนไปงานให้ได้ (แถมบางเจ้ายังมีรับคำเสียอย่างดิบดี) คราวนี้ก็โกลาหลในบัดดลเพราะต้องเดินทางกลับให้ทันเย็นวันอาทิตย์หรือเช้าวันจันทร์เป็นอย่างน้อยทางเดียวที่จะไปและกลับให้ทันงานคือเรือบินสถานเดียว พาหนะอย่างอื่นหมดสิทธิ ว่าแล้วก็หาตั๋วเครื่องบินขากลับตั้งแต่บ่ายวันนั้น แต่ปรากฎว่าไม่มีว่างเลยสักเที่ยวเดียวที่จะกลับมาเชียงใหม่ให้ทันวันจันทร์ แม้จะใช้บัตรทองหรือบัตรโคตรเพชรเจ็ดกระรัตก็หากระเจียดมาไม่ได้สักที่ แม้จะยืนปูเสื่อนั่งก็ยอม เมื่อจนปัญญาสุดท้ายก็ต้องจำยอมบอกผ่านทาง "สุกี้ baramee" ให้ช่วยแจ้งข่าว และฝากกราบขอโทษทุกๆท่านที่เตรียมตัวกันมาที่จะได้พบปะกัน แต่ที่ทำให้ให้เก๊กซิมก็เพราะวันนี้เสียงเลขานุการิณีลอยลมมาให้ได้ยินตอนบ่ายๆ ไหนๆ รูปพี่ที่ไปงานเปิดตัวหนังสือนะ หนูเปิดยังไม่เจอรูปพี่เลย นี่ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอเลขาณุการิรณีจ๋า....
....................................................................................................................... เรือนปากกา บ้านแม่ริม pen 29 ตุลาคม 2550
|