พิมพ์หน้านี้
|
เนื่องจากช่วงนี้มีข่าวในวงการผู้ใช้บัตรเครดิตหลายท่านว่าถูกขโมยข้อมูลบนบัตรและมีรายการใช้จ่ายจากต่างประเทศเข้ามาในบัตรของตนเอง เบื้องต้นหากทุกท่านประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้ อย่าตกใจครับเพราะทั้งบริษัท Visa และ Master Card รวมถึงAMEX,JCB นั้นมีกฎหมายครับว่าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นนั้นผู้รับผิดชอบคือธนาคารผู้ออกบัตร(Issuer Bank) ดังนั้นรายการพวกนี้จึงสามารถแจ้งปฏิเสธรายการ (Dispute Transaction) ได้ทุกรายการครับ โดยความเสียหายจะตกอยู่กับธนาคารผู้ออกบัตร(Issuer Bank) และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมากกว่าที่จะเกิดความเสียหายกับพวกเราซึ่งเป็นผู้ถือบัตร(Card Holder) ข้อมูลถูกขโมยอย่างไรคราวนี้เรามาดูกันว่าข้อมูลบนบัตรเรานั้นถูกขโมยไปอยู่ในมือพวกมิฉาชีพ(Fraud Gang) ได้อย่างไร บัตรเครดิตที่แพร่หลายกันทั่วโลก ณ ขณะนี้จะเป็นแบบแถบแม่เหล็ก(Magnetic Stripe) เมื่อเรานำบัตรเครดิตไปใช้ไม่ว่าร้านค้าใด ๆ (Merchant) ก็ตามเรามีสิทธิ์ถูกคัดลอกข้อมูลไปได้ตลอดเวลา ซึ่งข้อมูลในแถบแม่เหล็กก็จะจัดเก็บทั้งข้อมูลลูกค้า เช่น ชื่อ เลขที่บัตร วันหมดอายุ และข้อมูลของธนาคารผู้ออกบัตร เช่น ชื่อธนาคาร ซึ่งเวลาที่ท่านไปใช้บัตรผ่านเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติ(EDC) ทางแก๊งค์ทุจริตก็จะ Copy ข้อมูลบนบัตรของท่านไว้ รวมถึง การที่ท่านใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าบนเวบที่ไม่เป็นมาตรฐาน และบันทึกเลข 3 ตัวท้ายข้างหลังบัตรซึ่งมีชื่อเรียกว่า CVV2(Card Verification Value) ซึ่งเลขตัวนี้เป็นสูตรในการคำนวณค่าความถูกต้องของบัตร กล่าวคือเป็นสูตรที่จะใช้คำนวณค่าความถูกต้องของเลขที่บัตร 16 ตัว วิธีการขโมยข้อมูลตามร้านค้า หรือสถานบริการต่าง ๆ โดยเด็กที่เดินรูดบัตรตามร้านค้า ปั๊มน้ำมัน หรือร้านอาหารจะนำบัตรเราไปรูดที่เครื่องคัดลอกข้อมูล(Skimmer) ก่อนที่จะรูดกับเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติ EDC(Electronic Data Capture) และข้อมูลพวกนี้จะถูกเก็บไว้อาจจะ 1- 2 เดือน หรืออาจจะยาวนานถึง 1 ถึง.... ปี ตราบใดที่บัตรยังไม่หมดอายุข้อมูลพวกนี้ก็สามารถใช้ทำปลอมบัตรเครดิตได้และมีประกาศขายทั่วไป เช่น บนอินเตอร์เนต ตามตลาดมืด ทำบัตรปลอมอย่างไร ในตลาดจะมีบัตรที่ปลอมเหมือนบัตรจริงอยู่แล้ว ซึ่งบัตรพวกนี้ผลิตไม่ยากเพียงแค่มีเทคโนโลยีการพิมพ์ระดับหนึ่งก็สามารถทำได้ และบัตรปลอมพวกนี้จะพิมพ์ไว้สำหรับธนาคารที่ดัง ๆ เช่น Citibank,HSBC, Bank Of แล้วผู้ใช้บัตรจะสามารถป้องกันได้อย่างไร ป้องกันไม่ได้เพียงแต่สามารถใช้บัตรอย่างระมัดระวังได้ พวกทุจริตก็เหมือพวกก่อการร้ายที่มักใช้วิธีที่ใหม่ ๆ และรอเวลาเราเผลอ ธนาคารหรือสถาบันการเงินก็มักจะเดินตามหลังพวกนี้ 1 ก้าวเสมอ แต่เราก็พยายามเผ้าระวัง ดังนี้ 1. ไม่ใช้บัตรในประเทศที่เสี่ยง(High Risk Country) เช่น มาเลเซีย ไต้หวัน ญี่ปุ่น อินโดฯ เป็นต้น 2. สังเกตุพนักงานรูดบัตรเครดิตนำบัตรเราไปลับตานาน ๆ หรือการรูดบัตรผิดปกติหรือไม่ 3. หมั่นตรวจสอบวงเงินคงเหลือในบัตรตัวเองบ่อย ๆ 4. หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อ 5. ร้านค้าเสี่ยงในประเทศไทย ปั๊มน้ำมันรูปดาวย่านพัฒนาการ ห้างสรรพสินค้าด้านคอมพิวเตอร์ย่านประตูน้ำ ผับชื่อดังย่านทองหล่อ ห้างสรรพสินค้าไฮโซย่านสยาม
ด้วยความปรารถนาดีจาก Thailand People Tribune |
| Beijing China"One World One Dream" | ||
สาธารณรัฐประชาชนจีนจงเจริญ เอกภาพของประชาคมโลกจงเจริญ |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||