พิมพ์หน้านี้
|
รำลึก 16 ปีพฤษภาทิมฬ ประชาธิปไตยไทย ไปถึงไหน?
เหมือนหลับฝัน....ผมจำได้ว่าเมื่อ 16 ปีที่แล้วประมาณตี 3 ที่หน้ารัฐสภาใกล้การสอบปลายภาค ผมเดินอยู่ท่ามกลางMobมือถือ พล.ต.จำลอง ศรีเมืองและร.ต.ฉลาด วรฉัตร ประท้วงรัฐบาลขณะนั้นด้วยการอดอาหาร ผมเดินเจอกับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งจำได้ว่าเธอเป็นคนใต้ชื่อติ้ว(หลังจากจบการศึกษาไม่เคยพบกันอีกเลย ทราบว่าเธอไปเป็นอาจารย์) ผมทักทายเธอ และบอกกับเธอว่าผมจะร่วมอดอาหารเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย บ้านเมือง ณ ขณะนั้นหากไม่สู้ด้วยวิธีนี้ผมมองไม่เห็นทางเธอเตือนสติผมบอกว่าทำอะไรให้คิดถึงการสอบเข้าและแม่ของผมด้วย คนที่ทำการปฎิวัติยึดอำนาจและปกครองบ้านเมืองอยู่ ณ ขณะนั้น นับไปแล้วก็ญาติของผมเองนายพลอีกท่านก็คนบ้านเดียวกันนั่นหล่ะ มีความรู้จักกับพ่อ แม่และญาติพี่น้องผม อีกอย่างหนึ่งใกล้สอบแล้วหากไม่อ่านหนังสือ ก็คงต่อปริญญาตรีไม่ได้แม่คงต้องเสียใจ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยก็เรื่องใหญ่เพราะมัดคืออุดมการณ์อันแรงกล้าที่บ่มเพาะผมมาจากการศึกษาประวัติศาสตร์การต่อสู้ของนักศึกษา 14 ต.ค. และมันก็ซึมซับจนเข้าไปในจิตวิญญาณ ผมคิดว่าหากเราเลือกที่จะต่อสู้ต้องมีความเจ็บปวด แต่หากเราไม่ต้องการความเจ็บปวด เราก็ต้องยอม ผมจึงตัดสินใจทำทั้ง 2 อย่าง คือ นำหนังสือมาอ่านโดยเมื่อคนที่ขึ้นพูดเป็นคนที่พูดไม่มันส์ ผมก็จะเดินหลบไปริม ๆ ถ.ราชวิถี แล้วนั่งอ่านหนังสือคนเดียว ยุ่งก็กัด ง่วงก็ง่วง จำได้ว่าเย็นก็กลับจากมหาวิทยาลัย(สมัยก่อนหลายมหาวิทยาลัยมีหลักสูตร ปวส.ปัจจุบันไม่มีแล้ว) กลับมาก็ถอดทรัพย์สินที่มีค่าเก็บไว้ที่บ้านคุณป้าที่บางพลัดเพื่อว่าหากเกิดอะไรขึ้นจะได้วิ่งได้โดยไม่ต้องพะวงกับทรัพย์สินแล้วก็นั่งรถ ขสมก.สาย 18 มาลงหน้ารัฐสภา แล้วก็ร่วมในบรรยากาศMobและนึกในใจว่า เมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ทางแกนนำประชาชนประกาศยุติการชุมนุมและไปร่วมชุมนุมกันอีกครั้งที่สนามหลวง แม่ผมรู้ท่ารีบเรียกให้เดินทางกลับบ้าน รวมถึงมีเพื่อนซึ่งเป็นบุตรชายของครูที่สอนโรงเรียนเดียวกับแม่บวช ประกอบด้วยเหตุทั้งสอง ผมจึงเดินทางกลับต่างจังหวัดเพื่อกิจกรรมดังกล่าว เมื่อผมกลับถึงบ้านแม่ก็กักตัวไม่ให้ขึ้นมา กทม. อีกเลย และก็ได้ทราบข่าวจากสื่อฯ ต่าง ๆ ว่ารัฐฯ และผู้มีอำนาจทางกองกำลังขณะนั้น ใช้กำลังปราบปรามประชาชน เหตุการณ์ไม่มีทีท่าว่าจะจบลง สำนักข่าวต่างประเทศยกทีม เข้ามาในบ้านเราคาดว่าจะต้องได้เห็นสงครามกลางเมือง หรือจะได้เห็นเหตุการณ์แบบ 14 ต.ค. หรือ 6 ต.ค. เป็นแน่ แต่ด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ประดุจฝนที่ตกจากฟากฟ้าเพื่อชโลมกระหม่อมของประชาชนไทยทั้งชาติ ด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงพระราชประทานกับคู่กรณีทั้งคู่(พี่น้องร่วมสถาบันเดียวกันแต่ต่างรุ่น) และประชาชนไทยทั้งชาติ เหตุการณ์ต่าง ๆ ก็สงบลงประเทศไทยกลับมามีการเลือกตั้งและได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จนมาถึงปัจจุบันผมขอใช้เนื้อที่ของคอลั่มอันด้อยค่าของผม กล่าวคารวะกับวีรชนทุกท่านที่ล่วงลับไปกับการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยรวมไปถึงบรรพบุรุษ และทหารหาญที่ใช้เลือดเนื้อ ในการปกป้องประเทศจนมาถึงทุกวันนี้ที่ผมภูมิใจเสมอที่เวลาไปต่างประเทศเราจะได้เห็นว่าประเทศต่าง ๆ ที่เราเดินทางไปนั้น มีสถาปัตยกรรมโน่นนี่ที่ตกค้างมาสมัยที่เป็นอาณานิคมของชาติโน้น ชาตินี้แต่ประเทศเราแทบจะเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่ไม่เคยตกเป็นของชาติใดนั่นเป็นเพราะแสนยานุภาพของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ และบรรพบุรุษของเราที่แรกมาด้วยชีวิต และคราบน้ำตา... มาถึงวันนี้บ้านเมืองอยู่ในมือของรัฐนาวา นักการเมืองนักธุรกิจ และประชาชนทุกคน เราเลือกได้ครับว่าเราจะนำพาบ้านเมืองเราไปทางไหน อยากให้เจริญทัดเทียมนานาอารยะหรืออย่างให้มีแต่วังวนอยู่อย่างนี้ คือ มีรัฐบาล และฝ่ายเตรียมล้มรัฐบาลในที่สุดก็ปฎิวัติ...แล้วก็เลือกตั้ง แล้วก็ทะเลาะกัน แล้วก็.....เผาบ้าน เผาเมือง ด้วยความคิดที่แตกแยกกัน แบ่งฝักฝ่าย ในขณะที่เพื่อนบ้านไม่รีรอและวิ่งเต็มตัว แค่เราไม่วิ่งหรือวิ่งช้าเราก็ลำบากแล้ว นี่ถ้าหยุด หรือสะดุดยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยครับ |
| Beijing China | ||
สาธารณรัฐประชาชนจีนจงเจริญ เอกภาพของประชาคมโลกจงเจริญ |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |