พิมพ์หน้านี้
|
ไซโคลนนาร์กีส ถล่มพม่า คนตาย คนสูญหาย ร่วมแสน ล่าสุดจีนเกิดแผ่นดินไหว 7.8 ริกเตอร์ คนเจ็บ ตนตาย นับหมื่น... เกิดอะไรขึ้นกับเอเชีย? สิ่งที่ไม่เคยเกิด ไม่เคยมี ก็เกิด อย่างหน้าหนาวเมื่อปลายปี 50 หนาวจัดขนาดหิมะตกที่ภาคเหนือของเวียตนาม หรือ อย่างเมื่อ 2 3 เดือนที่ผ่านมา ร้อนตับแทบแตก แต่ดอยช้างที่เชียงรายของไทยมีหิมะตก ถึงกรมอุตุฯจะชี้แจงว่าไม่ใช่หิมะ แต่มันคือลูกเห็บก็ตาม ซึ่งกว่าจะละลายหายไปหมดก็ใช้เวลาตั้ง 2 วัน และเหตุแผ่นดินไหวล่าสุดในจีน จะว่าไปก็ขนาดใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิด ถึงจะไม่ส่งผลถึงไทย แต่ก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนสำหรับคนที่อยู่บนตึกสูง นั่นหมายความว่า ไทยก็มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาดแรงๆได้เหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยรู้สึกกันมาแล้ว สำหรับจังหวัดภาพเหนือบางจังหวัด และที่สำคัญ ที่เป็นสัญญาณว่า ไทยมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว ก็คือบรรดารอยเลื่อนต่างๆที่พาดผ่านอยู่ใต้เปลือกโลก ละติจูด ลองติจูดที่เป้นที่ตั้งของไทยแลนด์นี่เอง ...จะว่าไปนี่ไม่ใช่เหตุการณ์แปลกที่เกิดขึ้นในที่ที่ไม่เคยเกิด แต่ตลอดช่วงหลายปี ที่เกิดกระแสภาวะโลกร้อนบูม หลายๆแห่งก็เกิดเหตุที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดมาแล้ว ตั้งแต่สึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหวใต้มหาสมุทร ที่สร้างความเสียหายให้หลายๆประเทศรวมถึงไทยแลนด์ของเราด้วย หรือจะเป็นหิมะที่ตกในอาเจนติน่า ภัยแล้งในประเทศแถบยุโรป น้ำท่วมใหญ่ในอังกฤษ... สถานการณ์ต่างๆดูเหมือนมันรุนแรงกว่าที่คาด...ต้นปีที่เพิ่งผ่านมา มีข่าวที่ช๊อคคนทั้งโลก แต่ไม่ยักจะดัง ก็คือ นักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐ ออกมาบอกว่า สถานการณ์ตอนนี้ เลวร้ายกว่าที่คาดไว้เยอะมาก... จากการตรวจน้ำแข็งที่ขั้วโลก พบว่า มีพื้นที่น้ำแข็งหายไปจากปีก่อน ราวๆ 5 เท่า ของประเทศอังกฤษ ทางแก้ มีทางเดียวคือ ทั้งโลกต้องหยุดการใช้น้ำมัน ก้าซ และถ่านหิน โดยทันที ถ้าน้ำแข็งละลายจะเกิดอะไรขึ้น!!! อันแรกก็คือ ความแปรปรวนของภูมิอากาศ กระแสน้ำไหลเปลี่ยนทิศทาง เกิดพายุประหลาดๆ หรือที่ เคยเรียกว่า เอลนิญโญ่ นั่นแหละ น้ำแข็ง มีความเย็น ไหลลงผสมกับน้ำในมหาสมุทร ทำให้ กระแสลมเปลี่ยน ตามปกติ น้ำแข็งขั้วโลกจะทำงานสะท้อนแสงอาทิตย์ออกสู่บรรยากาศด้วย พอน้ำแข็งน้อยลง แสงอาทิตย์ก็กระทบผิวโลกมากขึ้น เมื่อรวมกับปริมาณโอโซนที่ช่วยกรองความร้อนและรังสีลดลง จึงทำให้โลกได้รับพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์เต็มที่ เพราะฉะนั้นอย่าแปลกใจถ้าช่วงนี้จะรู้สึกว่า ร้อนตับแทบแตก สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กลัวที่สุดคือ โลกของเรา ถ้าเปรียบเป็นสิ่งมีชีวิต กระแสน้ำ ก็เหมือนกับ กระแสเลือดที่หล่อเลี้ยงร่างกาย น้ำตรงเส้นศูนย์สูตรมีอุณหภูมิสูง ก็จะไหลขึ้นไปทิศเหนือที่มีอากาศเย็น เมื่อน้ำเย็นลง ก็จะไหลกลับลงทิศใต้ นี่คือระบบปกติที่มันจะเป็น เรียกสั้นๆว่า สายพานแอตแลนติค ถ้าเกิดน้ำแข็งขั้วโลกละลายลงมหาสมุทรทั้งหมด สายพานตัวนี้จะหยุดทำงาน และโลกจะกลับเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง ดังในอดีตที่น้ำแข็งตรงกรีนแลนด์ละลายไหลลงมหาสมุทร ความแปรปรวนของอากาศจะเริ่มหนักขึ้น เมื่อกระแสน้ำอุ่นไม่ทำงาน ลมจะเริ่มคลั่ง ก่อตัวเป็นพายุหมุนขนาดใหญ่มากๆ ตรงแกนของพายุจะดึงเอาความเย็นยะเยือกจากชั้นอวกาศ ลงมาสู่พื้นโลกโดยตรง เรียกได้ว่า โดนอะไรก็จะแข็งทันทีแบบในหนัง the day after tomorrow โลกเรากลายเป็นยุคน้ำแข็ง นี่คือเรื่องที่จะเกิดขึ้นนับต่อจากนี้ไป ซึ่งความจริงแล้วมันไม่นานเลย เดี๋ยวนี้เราก็เริ่มรู้สึกแปลกๆบ้างแล้ว เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน...อย่าง พายุแคทารินา ที่ถล่มสหรัฐ ก็เพราะ ปรากฎการณ์โลกร้อน เกิดจากกระแสน้ำที่เปลี่ยนไปของมหาสมุทรแอตแลนติค ดร.อาจอง (อ่านว่าอาจ อง) ชุมสาย คนไทยผู้คิดค้นวิธีลงจอดยานอวกาศบนดาวอังคารเคยคำนวณไว้ว่า ไม่เกิน 12 ปี เขาว่า ภายในปี 2553 กรุงเทพฯจะโดนน้ำทะเลท่วม...โอ้ !!! แล้วเราจะไปไหนกันละนี่ และ ในปี 53 มีคำเตือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น ซึ่งเขาว่าจะเป็นครั้งที่น่ากลัวที่สุด เราทำร้ายโลกมามากแล้ว โลกกำลังจะเยียวยาตัวเอง เพราะฉะนั้นอย่าโกรธ ถ้าโลกจะเยียวยาตัวเอง |
| มีแสง..จึงมองเห็น | ||
เพราะมีแสง เราจึงมองเห็น และเห็นได้สวยงามขึ้นด้วยมุมมองของแสง |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |