พิมพ์หน้านี้
|
สืบเนื่องจากครั้งที่แล้วของหมวดนี้ ที่ผมได้นำเสนอวิธีการเขียนภาพหน้านาง แล้วได้รับข้อคิดเห็นจากคุณ naive ว่าควรจะนำเสนอวิธีการผูกลายแบบง่าย ๆ บ้าง ผมจึงน้อมรับมาด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง และขอนำมาเสนอในครั้งนี้ครับ... สำหรับเรื่องของการเขียนลายหรือผูกลายนั้น ผมได้นำเสนอมาแล้วครั้งหนึ่งตามหลักวิชาการเขียนลายไทย ซึ่งถ้าหากท่านใดสงสัยจากที่ผมอธิบายแล้วไม่เข้าใจ ก็สามารถย้อนกลับไปอ่านได้ที่... http://www.oknation.net/blog/phaen/2007/06/25/entry-2 เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ... ๑. การเขียนลายหรือผูกลายที่ง่ายที่สุดจะอยู่ในรูปทรงสามเหลี่ยม เพราะว่ามีมุม ๓ มุมบังคับรูปทรงไว้ ฉะนั้นเราต้องสร้างรูปสามเหลี่ยมขึ้นมาโดยดูขนาดจากแบบ คือ ส่วนฐาน ๕ ซ.ม. และส่วนสูง ๙ ซ.ม. หรือจะให้ใหญ่กว่านี้ก็ได้ครับตามส่วน จากนั้นก็ให้เลือกดูว่าเราจะผูกลายด้วยเถาแบบใด เถาลายแบ่งได้ ๓ ประเภท คือ เถาเลื้อย เถาไขว้ และก้านขด ในที่นี้ เราจะเริ่มที่เถาเลื้อยก่อนโดยเดินเส้นโค้งคู่ขนานกันขึ้นไป จนบรรจบที่ปลายยอดในรูปสามเหลี่ยม ให้ร่างเบา ๆ ก่อนแล้วพยายามดัดเส้นให้โค้งได้วงก้าน อย่าให้ดูแล้วหัก ตรวจสอบเถาลายกับพื้นที่ว่างให้ใกล้เคียงตามแบบ
๒. กำหนดจังหวะ วางตำแหน่งใหญ่ ๆ ของตัวกระหนกลงบนเถาลาย ไล่จากบนลงล่างหรือล่างขึ้นบนก็ได้ครับ สิ่งที่สำคัญคือระยะห่างระหว่างตัวกระหนกกับเถาลาย อย่าให้ถี่หรือห่างเกินไป จะเกิดเป็นช่องไฟที่ไม่สวย และโครงร่างตัวกระหนกควรโค้งขนานกับเถาลายด้วย
๓. แบ่งตัวกระหนก กาบ ลงบนเถาลาย ในขั้นตอนนี้ควรคำนึงถึงขนาด จังหวะช่องไฟ ให้สัมพันธ์กับพื้นที่ว่าง และอย่าให้เถาลายที่เราร่างไว้แต่แรกลบเลือนไป ดูว่าส่วนไหนไม่สวยตัวเล็กไปหรือใหญ่ไปก็ให้ปรับแก้ในขั้นตอนนี้เลย อย่าเพิ่งใจร้อนลงรายละเอียดนะครับ ผิดพลาดจะแก้ยากให้แน่ใจก่อนค่อยทำขั้นตอนต่อไป
๔. เมื่อตรวจสอบดูตำแหน่งต่าง ๆ ของตัวกระหนก กาบ เถาลายว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างสอดคล้องและสวยงามแล้ว ก็ให้เริ่มใส่รายละเอียดโดยการวางจังหวะของบากลงบนตัวกระหนก กาบ จากนั้นก็ไล่เขียนยอดลาย ให้สะบัดพลิ้วไปจบครบทุกตัว ร่างโดยรวมก่อนนะครับ
๕. ใส่ไส้ในของตัวกระหนก กาบ โดยการร่างเส้นแบ่งครึ่งในแต่ละส่วนได้เลย จากนั้นให้เริ่มเน้นเส้นเพื่อเก็บรายละเอียดในทุก ๆ ส่วน ควรหมั่นเหลาดินสอให้แหลมอยู่เสมอ ผมไม่แนะนำให้ใช้ดินสอกด เนื่องจากการทำน้ำหนักภายในเส้นจะสู้ดินสอเหลาเองไม่ได้ และใช้ดินสอเกรด HB ก็พอแล้วครับ ๖. เมื่อเน้นเส้นเก็บรายละเอียดครบถ้วนหมดแล้ว ก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ของการเขียนลายเส้นดินสอ เพื่อให้เกิดความชำนาญควรลองใช้พู่กันตัดเส้นและถมพื้นด้วย อันจะทำให้เราเห็นถึงรายละเอียดของส่วนต่าง ๆ ของลายที่เราเขียนขึ้น โดยเฉพาะบากกับยอดลายเมื่อเราถมพื้นแล้วจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า ยอดกุดหรือไม่ เป็นการฝึกทักษะการ เลี้ยงยอด ด้วย เมื่อเราผูกลายเถาเลื้อยได้แล้ว หากต้องการจะผูกลายเถาไขว้ ก็ให้นำเถาเลื้อยสองเถามาไขว้กันโดยปรับรายละเอียดตามจังหวะของตัวกระหนก กับพื้นที่ว่างหรือช่องไฟ และควรจะอยู่ในรูปทรงสี่เหลี่ยมเพราะจะมีพื้นที่มากยิ่งขึ้น ในสามเหลี่ยมจะแน่นเกินไป ต่อไปจะเป็นเถาลายแบบก้านขด ผมจะลดขั้นตอนให้เหลือเพียง ๓ ขั้นตอนแล้วเสร็จ เนื่องจากวิธีการต่าง ๆ ก็เหมือนกันกับลายเถาเลื้อยที่กล่าวมาแล้วข้างต้น พร้อมแล้ว... ลุยเลยครับ
๑. เดินเส้นเถาลายก้านขดลงในรูปทรงสามเหลี่ยม จัดและดัด ให้ได้รูปทรงกลมไล่จากข้างล่างขึ้นบนแล้วสะบัดสู่ปลายยอด
๒. ร่างโครงสร้างของส่วนประกอบต่าง ๆ บนเถาลายให้ครบทุกส่วน โดยจัดวางขนาด จังหวะช่องไฟให้เหมาะสมสวยงาม ตรวจสอบ แก้ไข ก่อนลงรายละเอียด
๓. ใส่รายละเอียดต่าง ๆ ในส่วนของบาก ไส้ใน และยอดลาย จากนั้นก็เน้นน้ำหนักของเส้นคัด เส้นแร ก็เป็นอันว่างานแล้วเสร็จสมบูรณ์
ภาพรวมแต่ละขั้นตอนจากด้านขวามาทางด้านซ้าย อาจจะดูแล้วงงนิดหน่อยนะครับ เนื่องจากผมถนัดซ้ายจึงเขียนภาพจากทางด้านนั้นมา แต่ถ้าเขียนตัวหนังสือก็ปกติครับ หากท่านได้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่าง ๆ ข้างต้นตามลำดับแล้ว ท่านจะพบว่าการเขียนลายหรือผูกลายนั้น ง่ายนิดเดียว ใช่หรือไม่...ขอรับ...กระผม |
| สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ | ||
วิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี |
||
|
View All |
||
| Drawn With Lines | ||
A drawn character questions his existence on a piece of paper, then realizes the possibilities of creating his own reality. All drawings and music by Sam Molleur. Music recorded by Sam Molleur and Joh |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||