พิมพ์หน้านี้
|
ผมได้รับ Tag แผนที่ทำดีซับน้ำตาลูกรักบ้านพรุชิง จากพี่ศิลปินโฟล์คเหน่อ... http://www.oknation.net/blog/folkner/2008/03/01/entry-1 มาหลายเพลาแล้ว ก็อยากจะดำเนินการตามเจตนารมณ์ของของผู้เปิด Tag ท่านแรก คือ คุณชาลี http://www.oknation.net/blog/chalee2/2008/02/29/entry-2 ฉันจึงขอเริ่มเปิด Tag และตั้งหลักเกณฑ์ซึ่งอาจไม่เหมือนใคร เนื่องจากต้องการให้ทุกคนที่เปิดเวปนี้ได้อ่านไม่ใช่เฉพาะพวกเราชาวบล็อกเกอร์ การตอบ Tag ของเพื่อนก็เพื่อผลในการช่วยเหลือเด็กได้อย่างทั่วถึง และเพื่อนที่ได้รับ Tag จากฉัน จะส่งต่อเพื่อนอีกกี่คนก็ได้ แต่กรุณาตรวจดูให้ดี อย่าให้ซ้ำคนกัน หรือถ้าซ้ำ เพื่อนคนที่ได้รับซ้ำ ก็ให้ตอบแค่ครั้งเดียว เพื่อจะได้ไม่รบกวนเพื่อนคนนั้นมากเกินไป วิธีการนำเสนอ สามารถสร้างสรรค์กันตามความถนัด เพียงแต่ขอให้มีรายละเอียดของเหตุการณ์โรงเรียนบ้านพรุชิง และการติดต่อประสานงานที่ฉันบอกไว้ด้านล่างนี้ และขอให้ใส่ลิงค์ของอาจารย์พันธกานท์ไว้ใน Tag ด้วย เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาอ่านได้ทราบที่มาของการจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ และ ช่วยนำเรื่องที่ท่านเขียนมาฝากลิงค์ไว้ด้วย เพื่อรวบรวมข่าวการประชาสัมพันธ์
ผมจึงรอเวลาตอบ Tag อยู่ระยะหนึ่ง เพื่อดูว่าท่านอื่นที่ได้รับ Tag จะได้ทยอยเขียนกันออกมา ซึ่งผมคิดว่าเรื่องราวนี้... ไม่ควรที่จะกระทำแบบไฟไหม้ฟาง ที่จางหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเขียนเรื่องนั้น ผมก็อยากจะทราบถึงข่าวความเป็นมาในเรื่องนี้ จึงพยายามสืบค้นข่าวเก่า ๆ เมื่อคราวเกิดเหตุการณ์ขึ้นครั้งนั้น ก็ได้มาแค่นี้เองครับ... เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 9 ธันวาคม ที่ จ.สงขลา เกิดเหตุลอบวางเพลิงโรงเรียนบ้านพรุชิง หมู่ 7 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งเป็นอาคารเรียนครึ่งปูนครึ่งไม้ชั้นเดียว ขนาด 10 ห้องเรียน เสียหายไป 3 ห้อง รวมทั้งอุปกรณ์การเรียนการสอน จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพบว่า คนร้ายมีอย่างน้อย 4 คน สวมรองเท้ายางและรองเท้ากรีดยาง เดินเข้ามาทางด้านหลังโรงเรียน ซึ่งเป็นสวนยางพารา และใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิงในการลอบวางเพลิง สำหรับอาคารเรียนโรงเรียนบ้านพรุชิง ทั้งหมดสร้างด้วยปูนครึ่งไม้ ในปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างรั้วทั้ง 3 ด้าน เปิดการเรียนการสอนระดับอนุบาล-ป.6 มีครู 10 คน และนักเรียน 221 คน นักเรียนทั้งหมดนับถือศาสนาอิสลาม เมื่อมองดูภาพร่องรอยที่หลงเหลือ จากน้ำมือแสนอำมหิตจิตใจโหดเหี้ยมของผู้กระทำเยี่ยงนี้ ทำให้ผมตั้งคำถามขึ้นในใจว่า คนพวกนี้ไม่มีครู ไม่เคยเรียนหนังสือกันบ้างเลยหรือ จึงไม่มีความรัก ความเคารพต่อสถานที่ที่ให้การศึกษา คนรุ่นกลางอย่างผม (และไม่แก่) ถูกสั่งสอนมาตั้งแต่ชั้นประถมจนถึงมัธยมว่า ให้รักและเคารพครู โรงเรียน ที่ทำให้เราได้มีความรู้ แม้แต่หนังสือหากเผอเรอเดินข้าม ยังต้องก้มลงกราบขอขมาเลย... จะขอเล่าถึงโรงเรียนเก่าสมัยอยู่มัธยม ที่ผมรักและประทับใจจนถึงทุกวันนี้ มาให้ฟังกันครับ... โรงเรียนมัธยมที่ผมเรียนนั้น เป็นโรงเรียนเล็ก ๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาบนที่ดินของวัดเก่า ซึ่งยกให้ตั้งเป็นโรงเรียนมัธยมประจำตำบล สำหรับลูกคนจน ๆ เรียนครับ คนมีเงินเขาก็จะส่งลูกไปเรียนในเมืองที่โรงเรียนประจำจังหวัดกันหมด ตอนที่ผมเข้าเรียนนั้น มีอาคารเรียนที่สร้างด้วยเงินบริจาคอยู่ ๒ หลัง หล้งแรกเป็นอาคารยกพื้นใต้ถุนสูงชั้นเดียว มีไม่กี่ห้องแบ่งเป็นห้องสมุด ห้องธุรการ ห้องพักครู ห้องครูใหญ่ และห้องเรียนด้วยเบ็ดเสร็จในนั้นทั้งหมด ส่วนอีกอาคารหนึ่งสร้างคล้าย ๆ คอกหมูจริงๆ ครับ คือ ใช้อิฐบล็อกก่อโดยรอบอาคารสูงประมาณช่วงเอวแบ่งเป็นห้อง ๆ เว้นเป็นประตูทางเข้าไว้ ระหว่างห้องก็ใช้ไม้อัดทำเป็นกระดานดำ หลังคามุงสังกะสี ผมจำไม่ได้ว่ามีกี่ห้อง มีจำนวนนักเรียน ม.๑ ม.๓ไม่ถึง ๑๐๐ คนครับ ครูก็ไม่ถึง ๑๐ คน เวลาเรียนลมพัดเย็นสบายดีครับ เพราะเปิดโลงเลย ลำบากหน่อยตอนหน้าฝนต้องคอยหลบเมื่อฝนสาดเข้ามา ส่วนหน้าร้อนก็นั่งเรียนแบบเหงื่อตก เนื่องจากหลังคาเป็นสังกะสี พัดลมไม่มีครับเพราะโรงเรียนไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา น้ำที่ใช้ซักล้างหรืออาบเป็นน้ำบาดาลแบบคันโยก ส่วนน้ำดื่มเป็นน้ำฝนจากตุ่มที่รองไว้ในหน้าฝน เวลาเรียนเรื่องไฟฟ้า ครูก็จะเอาสื่อการสอนมาแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนวิธีการต่อไฟให้ติด นักเรียนก็นั่งจินตนาการเอาเองครับ ถ้ากลับบ้านตอนเย็นหลังเลิกเรียนช้าหน่อย จะเห็นกลุ่มครูผู้หญิงเดินแถวกันไปอาบน้ำที่บ่อน้ำบาดาลแบบคันโยกทุกวันเลยครับ พอผมขึ้นม.๒ ก็มีครูศิลปะย้ายมาคนหนึ่ง ไฟแรงมาก ท่านขอครูใหญ่ทำห้องเรียนศิลปะขึ้นมาใหม่ ซึ่งห้องที่มีอยู่ตามอาคารนั้นไม่มีแล้ว ท่านจึงระดมพลทั้งครูและชาวบ้านสร้างขึ้นมา ดูคล้าย ๆ เล้าไก่ หลังคามุงแฝก ฝาขัดแตะ ใช้เป็นห้องเรียนศิลปะโดยเฉพาะ เวลาที่นักเรียนสร้างผลงานแล้ว ท่านก็จะเอาไปติดโชว์ไว้รอบห้อง บางครั้งท่านก็เขียนภาพให้นักเรียนดูแล้วติดผลงานของท่านไว้กับของนักเรียนด้วย นักเรียนคนใดชอบที่จะเรียนศิลปะ ท่านจะสอนให้เป็นพิเศษช่วงพักเที่ยงและช่วงเย็น เป็นความประทับใจที่ผมรักโรงเรียน รักห้องเรียนศิลปะอย่างไม่มีวันลืม เมื่อผมจบม.๓ แล้วท่านก็แนะนำให้ไปเรียนต่อที่วิทยาลัยช่างศิลปในกรุงเทพฯ ยามเมื่อกลับบ้านคราใคผมก็จะแวะเวียนไปเยี่ยมท่าน เยี่ยมโรงเรียน เห็นความเปลี่ยนแปลงที่มีความเจริญรุดหน้าไปทุกปี ๆ ในขณะนี้โรงเรียนมีพร้อมสรรพทุกอย่าง น้ำประปา ไฟฟ้า ครุภัณฑ์ต่าง ๆ ภาพจากความทรงจำของผมนั้น คงจะไม่ต่างจากภาพความทรงจำของลูก ๆ เด็กนักเรียนบ้านพรุชิงเท่าไรนัก เพียงแต่ว่าโรงเรียนของผมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ไม่ใช้เปลี่ยนแปลงโดยน้ำมือของคนใจบาปหยาบช้า เช่นนี้... วันเสาร์ที่ ๒๙ มีนาคมนี้ ผมจะไปช่วยคุณก้อนหินเปิดท้ายขายของ เพื่อนำเงินที่ได้ไปช่วยเหลือลูก ๆ ที่โรงเรียนบ้านพรุชิงครับ...
ขอเชิญปิยมิตรบล็อกเกอร์โอเคเนชั่นผู้มากเมตตา ร่วมหยิบยื่นแบ่งปันโอกาสให้ "เด็กน้อยแห่งพรุชิง" ด้วยการขอรับบริจาค @...หนังสืออ่านที่เหมาะสมกับห้วงวัยของนักเรียน @...ซีดีเพลงสร้างสรรค์ ซีดีการ์ตูน @...อุปกรณ์การเรียน ,สมุด ,เครื่องเขียน ,สี @...เสื้อผ้าชุดนักเรียน และอาภรณ์อื่นๆที่เหมาะแก่นักเรียน @...วัสดุอุปกรณ์ของเล่น ชุดฝึกทักษะ เกมจินตนาการ และหรืออื่นๆที่เห็นสมควร ******* ทั้งนี้...ปิยมิตรบล็อกเกอร์โอเคเนชั่นและหรือพี่น้องร่วมแผ่นดิน สามารถประสานการบริจาคได้ที่ "นายอนุสรณ์ นินวน" โรงเรียนบ้านพรุชิง หมู่ที่ 7 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา 90260 โทรศัพท์ 089-5993002 อีเมล์ panthakant.trinnarat@gmail.com .......................................................................... หรือโอนเงินผ่านบัญชีเงินฝาก ธนาคารออมสิน สาขาโคกโพธิ์ ชื่อบัญชี "สมทบทุนซ่อมแซมอาคารเรียนที่ถูกไฟไหม้ ร.ร.บ้านพรุชิง" หมายเลขบัญชี 09-6903-20-060387-1 .................................................................. ขอขอบคุณครับ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล็อกเกอร์พันธกานท์ ตฤณราษฎร์ (ครูโรงเรียนบ้านพรุชิง) สุพรรณิการ์ : http://www.oknation.net/blog/rcdi พี่แหลม : http://www.oknation.net/blog/kulaem คุณป๊อกป๊อกป๊อก : http://www.oknation.net/blog/unseenssk คุณสตีฟ : http://www.oknation.net/blog/StephenCleary คุณน้องแม่มดขาว : http://www.oknation.net/blog/superme เพลง เพลิงพรุชิง คำร้อง ทำนอง ขับร้อง โดย ศิลปินโฟล์คเหน่อ ในเงาสงบนิ่ง ที่พรุชิง กลางธันวา กลางห้วงเวลา ที่ด้ามขวาน ล้วนวุ่นวาย มีแต่คำถาม ไม่มีคำตอบ แห่งความตาย ในห้วงขวัญหาย ลางร้าย รุกคืบคลาน ในคืนเงียบงำ ของฟ้าค่ำเดือนแรม ดวงดาวมาแต้ม แต่งฟาก เติมฟ้า ในเงาดงไม้ มีดวงไฟในดวงตา เหตุผล ที่มัวพร่า ของมือเพลิง ผู้เผาผลาญ ดวงไฟ แตกฟ้า ปลุกนิทราให้ลุกวิ่ง จุดไฟ พรุชิง จากความคิดคนชั่วช้า ใช้การทำลาย เพื่อต่อรอง ต้องได้มา ดวงไฟ ที่ปลุกฟ้า เผาไหม้ ใจพรุชิง |