พิมพ์หน้านี้
|
ไม่น่าเชื่อก็ต้องบอกว่าเชื่อแล้ว สำหรับกระแสข่าว "ไฮไฟว์" ในช่วงนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเว็บไซต์ส่วนตัวโดยเฉพาะ และยังสามารถสนทนาโต้ตอบกันไปมา รวมทั้งยังสามารถหาเพื่อนที่รู้จักและไม่รู้จักก็ได้ด้วย เพียงแค่เราๆท่านๆ มีอีเมล์ส่วนตัวเท่านั้นก็สามารถลงทะเบียนสร้างเครือข่ายผ่าน www.hi5.com เมื่อสมัครแล้วยังเชื้อเชิญเพื่อนที่ติดต่อผ่านอีเมล์ให้มาร่วมเครือข่ายอีกต่างหาก และถ้าใครยังไม่สมัครเผลอๆ อาจมีอีเมล์จากเพื่อนส่งมาหาถึงที่เพื่อกระตุ้นให้คุณลงทะเบียนทันที ! เรื่องที่จะเผยไม่ใช่เพียงแค่ปรากฎการณ์ที่วุ่ยรุ่นและวัยทั่วไปที่กำลังอินเทรนด์เล่น "ไฮไฟว์" แล้ว เที่ยวเข้าเว็บคนนั้นที เชื้อเชิญคนนี้ที จนมีการตั้งคำถามกันว่า ไฮไฟว์เป็นเว็บ "สอดรู้เรื่องชาวบ้าน ประจานตัวเองให้คนรู้" หรือไม่ แต่ที่รู้ๆ "ไฮไฟว์" เว็บที่กำลังฮิตอยู่นี่แหละ ได้กลายเป็นข่าวด้วยปรากฎการณ์แบบผิดปกติวิสัยเข้าจนได้ !?! จนสรุปประเด็นจั่วหัวบนบล็อกว่า "โอ้..ไฮไฟว์ ! 'หอข่าว' เผยพระใช้สอนใจวัยโจ๋ - นสพ.หัวสีเล่นรวบหลวงพี่กกสาวคากุฏิ" ซึ่งได้กลายเป็นปรากฎการณ์ตีแผ่ให้สาธารณชนได้รับรู้ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ "หอข่าว" จาก ม.หอการค้าไทย ในฉบับวันที่ 2 - 8 กุมภาพันธ์ 2551 พร้อมส่งรายงานข่าวไฮไฟว์(hi5) พระสงฆ์ไปยังสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ประกวดรางวัล "พิราบน้อย" ในประเภท "ข่าวฝึกปฏิบัติ" ระดับอุดมศึกษา จนสามารถคว้ารางวัลชมเชยมาครองเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ( "หอข่าว"เบิ้ลแชมป์พิราบน้อยข่าวดีเด่นควบสิ่งแวดล้อม - ชมเชยข่าว "ไฮไฟว์พระสงฆ์" ) อีกทั้งในวันดังกล่าวคณะกรรมการตัดสินรางวัลพิราบน้อย ยังชมเชยว่าพลังหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัตินอกจากนำเสนอข่าวแล้ว ยังเป็นการจุดประเด็นส่งต่อไปยังสื่อระดับชาติให้ตามต่อด้วย เพราะในวันนั้น นสพ.ไทยรัฐ ได้เล่นข่าวใหญ่ว่า "หลวงพี่แห่โชว์รูปเว็บไฮไฟว์จีบสาวหวานแหวว" เมื่อพบว่าพระสงฆ์บางรูปได้ส่งข้อความ "คิดถึง - ฝันดี" เพื่อสนทนากับวัยรุ่น พร้อมกันนั้นได้มีตามประเด็นอยู่ 3 วันบนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ จนกระทั่งเป็นข่าวขึ้นมาอีกเมื่อแม่แจ้งตำรวจจับพระที่ขอนแก่นใช้ไฮไฟว์ลวง ม.3 คากุฏิ และจากนั้น สื่อหลายสำนักยังกระตุ้นจน เป็นผลให้ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ออกมายอมรับว่ายังไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้กับคณะสงฆ์มาก่อน เป็นเหตุให้ต้องรายงานต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคม เพื่ออาศัยอำนาจมหาเถรฯออกมาตรการป้องปรามและควบคุมการใช้เว็บไซต์ของพระสงฆ์ทันที! และล่าสุด คม ชัด ลึก ออนไลน์ ยังรายงานด้วยว่า ผู้บริหารระดับสูงของไฮไฟว์ได้ส่งจดหมายผ่านทางอีเมล์ถึงผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม เพื่อแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่เกิดเรื่องพระสงฆ์ใช้ไฮไฟว์ล่อลวงเด็กสาวอายุต่ำกว่า 18 ปีจนกลายเป็นข่าวโด่งดัง พร้อมยอมรับปัญหาและข้อเสนอแนะมาดำเนินการแก้ไข(http://www.komchadluek.net/2008/03/11/x_main_a001_193545.php?news_id=193545) แม้ว่าจะมีการรายงานกันอย่างครึกโครมเป็นผลให้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาแก้ปัญหา แต่คิดว่าน่าจะมีผู้สนใจข่าวนี้อีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่เคยรู้ถึงเบื้องหลังการนำเสนอข่าวไฮไฟว์ของ นสพ.ฝึกปฏิบัติ ระดับปัญญาชนข้างต้นในอีกแง่มุมหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ phanasGook จึงขอยกย่องผลงานข่าวไฮไฟว์ (hi5) พระสงฆ์ ของ นสพ.หอข่าว ม.หอการค้าไทย ซึ่งคว้ารางวัลชมเชย ข่าวฝึกปฏิบัติ "พิราบน้อย" ประจำปี 2550 มานำเสนอนับจากนี้... ธรรมะยุคใหม่
ตะลึง! พบพระสงฆ์เล่นไฮไฟว์ หลวงพี่วัดญาณฯอ้างเจตนาตีต้องการใช้เป็นสื่อกลางสอนธรรมะ 'อ.เสฐียรพงษ์' ยันไม่เหมาะสมแม้ไม่กระทบศาสนา นักวิชาการชี้ใช้เป็นช่องทางเผยแพร่ศาสนาได้แต่ไม่ควรโชว์รูปพระ กรมศาสนาเผยไม่ผิดวินัยสงฆ์ ลูกศิษย์หนุนหลวงพี่สอนธรรมผ่านเว็บต่อไป ไฮไฟว์ (hi5) เว็บออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้เล่นอินเทอร์เน็ตของไทยในเวลานี้โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาเป็นเว็บที่ผู้เล่นสามารถส่งข้อควมสทนาแลกเปลี่ยนระหว่างสมาชิกด้วยกัน โดยมีภาพเป็นสิ่งแสดงถึงความเป็นเจ้าของ และในขณะนี้ไม่เพียงกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้นที่เล่นไฮไฟว์ ยังมีดารานักร้อง นักการเมือง เช่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนั้น ผู้สื่อข่าวยังพบว่ามีพระสงฆ์ที่ใช้ไฮไฟว์ โดยได้มีการถกเถียงว่าเหมาะสมหรือไม่ ในเบื้องต้นมีการอ้างว่าใช้ไฮไฟว์เพื่อเเป็นการเผยแพร่ศาสนา ผู้สื่อข่าว "หอข่าว" พบพระสงฆ์เล่นไฮไฟว์ หลังจากที่ได้รับแจ้งจากกลุ่มเพื่อนที่เล่นไฮไฟว์ ในส่วนเว็บของพระสงฆ์นี้ท่านได้เชิญชวนให้ทุกคนเข้ามาสนใจธรรมะและใช้เป็นช่องทางเผยแพร่ศาสนาโดยนำภาพพิธีกรรมที่จัดขึ้นภายในวัดญาณสังวราราม ภาพบรรยากาศการเข้าค่ายปฏิบัติธรรม และใช้บทสวดมนต์เป็นเพลงประกอบ ซึ่งการที่พระสงฆ์เล่นไฮไฟว์นั้น ทำให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์กันจากหลายฝ่ายในเรื่องของความเหมาะสม เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ.2551 พระอาจารย์สหพร พระวิทยากร วัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร จังหวัดชลบุรี กล่าวถึงกรณีที่ตนได้ลงทะเบียนเข้าใช้เว็บไซต์ไฮไฟว์ (www.hi5.com) ว่า ไม่มีเจตนาที่จะเข้าใช้เว็บไซต์แห่งนี้ตั้งแต่แรก เพราะปกติตนใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อตรวจสอบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) จนกระทั่งได้พบข้อความไฮไฟว์ที่ให้สมัครสมาชิก จึงได้ทำการใส่ขัอมูล ซึ่งไม่ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการลงทะเบียนเข้าใช้เว็บไฮไฟว์ หลังจากนั้นปรากฏว่าพบรูปของตนอยู่ในเว็บไฮไฟว์ และมีรูปของเด็กๆอยู่ประมาณ 70 คน หลังจากเห็นชื่อ และสถานศึกษาจึงทราบว่าเด็กกลุ่มนี้ คือลูกศิษย์ที่เคยมาเข้าค่ายที่วัดญาณสังวราราม ซึ่งตนได้เป็นพระวิทยากรอบรมเด็กเหล่านั้น และเข้าใจว่าที่ลูกศิษย์เข้ามาพิมพ์ข้อความต่างๆไว้นั้นป็นเพราะตนได้ให้อีเมล์กับคณะนักเรียนนักศึกษาทุกสถาบันที่มาเข้าค่ายในวัดญาณสังวราราม หลวงพี่เผยเป็นที่ปรึกษาไฮไฟว์ พระอาจารย์สหพร กล่าวเสริม ตนได้พูดคุยกับลูกศิษย์ที่ทำการสนทนาผ่านเว็บไฮไฟว์ ทราบว่าเว็บไซต์แห่งนี้เป็นเหมือนบล็อก (blog) ส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคนที่สมัครเข้ามา และมีการเชื่อมต่อกันแบบลูกโซ่โดยที่สมาชิกคนอื่นๆที่มีเว็บไฮไฟว์ และการสนทนาระเหว่างสมาชิกจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายตอบรับคำขอเป็นเพื่อนถึงจะสามารถเข้าไปทำความรู้จักกับสมาชิกก่อน แต่สมาชิกทำการติดต่อขอเป็นเพื่อนกับตนที่ผ่านมาไม่ได้อยากที่จะสนทนาหรือพูดคุยกับลูกศิษย์เท่าไรนัก แต่ที่ต้องสนทนา เพราะลูกศิษย์หลายคนเข้ามาปรึกษาปัญหาชีวิต ไม่ได้มีเจตนาที่จะใช้ไฮไฟว์เพื่อสนทนากับลูกศิษย์แต่อย่างใด ส่วนภาษาที่ใช้สนทนานั้น พระอาจารย์สหพร กล่าวว่า ตนเป็นห่วงในเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เพราะหากใช้ภาษาที่ไม่สำรวม เกรงจะทำให้ผู้ที่พบเห็นอ่านแล้วรู้สึกไม่ดี อาจคิดไปในแง่มุมอื่นที่ไม่เข้าใจถึงเจตนาที่แท้จริงของตน ซึ่งเจตนาของตนเพียงต้องการที่จะตอบคำถามและให้คำปรึกษากับลูกศิษย์ผ่านเว็บไซต์เท่านั้น ส่วนการวางรูปภาพลงในไฮไฟว์ตนมีเจตนาที่จะให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมดูแล้วสบายใจไม่อยากให้คิดไปในทางลบ "รูปภาพที่ใช้แสดงความเป็นเจ้าของในไฮไฟว์ของลูกศิษย์แต่ละคนอาตมาจะต้องพิจารณาก่อนที่จะตอบรับเป็นลูกศิษย์ เพราะที่ผ่านมาลูกศิษย์บางคนใช้รูปภาพที่ไม่เหมาะสม บางคนนุ่งน้อยห่มน้อย หรือบางคนใช้รูปที่ส่อไปในลักษณะยั่วยุที่ทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ และทุกครั้งที่พบข้อความหรือภาพที่ไม่เหมาะสมในไฮไฟว์ ก็จะตัดเตือนอยู่เสมอ" พระอาจารย์สหพร กล่าว วอนอย่างเหมารวมกับพระดี พระอาจารย์สหพรได้แสดงความคิดเห็น เรื่องความเหมาะสมในกรณีพระเล่นไฮไฟว์ว่า ภายหลังที่ตนได้ใช้ไฮไฟว์เพื่อเป็นการสนทนา มีลูกศิษย์และบุคคลภายนอกได้ถามว่า การที่พระเล่นไฮไฟว์ มีความเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งในเรื่องนี้ตนรู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม แต่อยากให้ดูถึงเจตนาที่แท้จริงก่อนว่าไฮไฟว์เป็นการสนทนาแบบเปิดเผย และทุกคนที่เข้ามาสามารถมีส่วนรู้เห็นถึงข้อความที่สนทนา ซึ่งตนคิดว่าการสนทนาแบบเปิดเผยดีกว่าการใช้โทรศัพท์ ซึ่งเป็นการผิดวินัยของสงฆ์ และนอกจากนี้ลูกศิษย์ที่ต้องการติดต่อหรือสอบถามข้อมูลต่างๆ ไฮไฟว์เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทุกคนสามารถติดต่อได้ ซึ่งทางวัดยังมีการเปิดเว็บบอร์ดให้ทุกคนที่ต้องการสอบถามข้อมูลของทางวัดได้มีโอกาสพูดคุยและเสนอความคิดเห็นต่างๆผ่านเว็บบอร์ด โดยมีการตอบคำถามจากพระภิกษุที่เข้ามาตอบ อ้างพระก็ต้องใช้อินเทอร์เน็ตเหมือนกัน พระอาจารย์สหพร กล่าวถึงการใช้อินเทอร์เน็ตของพระภิกษุว่า ปัจจุบันเทคโนโลเปลี่ยนไปความสะดวกสบายมีให้เลือกเยอะ พระภิกษุเองก็อาจจะต้องมีการศึกษาในเรื่องของสิ่งเหล่านี้บ้าง เพราะสมัยนี้คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาวิธีการใช้ อยู่ที่ว่าจะใช้ด้านใดเพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เพราะคอมพิวเตอร์นั้นไม่ได้ให้คุณอย่างเดียว แต่ยังให้โทษด้วยหากใช้ไปในทางที่ผิด พระภิกษุเองบางครั้งจำเป็นจะต้องพึ่งพาสื่อเหล่านี้ เพื่อค้นหาข้อมูลข่าวสารต่างๆที่เป็นประโยชน์ ในเรื่องของการใช้อินเทอร์เน็ตในทางที่ผิดนั้นก็ขึ้นอยู่กับพระภิกษุด้วยว่า จะมีเจตนาใดในการใช้เพราะคนเรามีความคิดไม่เหมือนกัน ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ที่ไม่ว่าจะเป็นทางบวกหรือลบก็จะส่งผลกระทบต่อศาสนาเช่นกัน พึ่งสื่อเป็นตัวกลาง "เรื่องทางศาสนา เราควรช่วยให้คนมีใจเป็นกลางๆ คนที่ได้รับข้อมูลจะได้ไม่มีอคติต่อนักบวชในศาสนาพุทธเรื่องการเล่นไฮไฟว์ อาจจะผิดหรือดูไม่งามก็ตาม เราก็ต้องชี้ให้เห็นว่า เป็นแค่เรื่องของนักบวชบางส่วน ในศาสนาเราเท่านั้นเกรงว่าจะเหมารวมถึงนักบวชที่ดีๆในพระพุทธศาสนา แล้วไปตำหนิเข้าจะเป็นบาปกรรมต่อตัวเขาเอง หรือหากทราบเหตุผลที่ดี ก็อยากให้สื่อช่วยให้ประชาชนมีความเข้ามจถูกต้อง ที่เลื่อมใสอยู่แล้วจะได้เลื่อมใสยิ่งขึ้น" พระอาจารย์สหพร จิรสกฺโก กล่าว ยันไม่กระทบศาสนา แต่ไม่เหมาะสม ด้าน นายเสฐียรพงษ์ วรรณปก อาจารย์นักวิชาการทางด้านพระพุทธศาสนาและภาษาบาลี ราชบัณฑิตสาขาศาสนศาสตร์ กล่าวถึงกรณีการที่พระภิกษุสงฆ์มีเว็บไฮไฟว์ว่า การกระทำดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อศาสนาแต่อย่างใด ซึ่งเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่การกระทำเช่นนี้พระสงฆ์ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง ถึงแม้จะไม่มีความผิดก็ตาม สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่ที่สามัญสำนึกของแต่ละคน ที่จะคิดดีทำดี หรือคิดชั่วทำชั่ว เรื่องความเหมาะสมจะดูที่เนื้อหาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูที่สาระว่าผู้ใช้มีเจตนาใช้เพื่ออะไร พระภิกษุจะต้องกมีการจำกัดเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตว่าใช้ประโยชน์ในเรื่องใด เช่น ใช้เป็นสื่อในการสอนธรรมะหรือเพื่อค้นหาข้อมูลข่าวสารต่างๆ นายเสฐียรพงษ์ กล่าวต่อว่า เป็นการยากที่จะควบคุมดูแลผู้ที่เข้าไปใช้ให้อยู่ในขอบเขต และในกรณีที่พระภิกษุใช้ไฮไฟว์ ไม่ควรนำภาพของตนไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นเห็น เนื่องจากนักบวชต้องมีความสำรวมในเรื่องของกริยา วาจาและบางเว็บไซต์มีการแสดงภาพที่เป็นการยั่วยุหรือแสดงออกไปในเชิงอนาจาร ซึ่งไม่เหมาะสมต่อพระสงฆ์ แต่ถ้าเป็นอีเมล์ส่วนตัวสำหรับส่งข้อมูลหรือใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการค้นหาข้อมูลทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ดูแล้วจะเหมาะสมกว่า การใช้เว็บในการสนทนาเพื่อตอบคำถามเช่นนี้ บางครั้งอาจมีการใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสมของตัวพระภิกษุได้ ควรมีการตรวจสอบการภาษาให้มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะเว็บสนทนาที่มีข้อมูลเปิดเผย ไม่ได้หมายความว่าไฮไฟว์ไม่ควรมีหรือไม่ควรใช้ แต่เมื่อใช้แล้วต้องรู้จักใช้ให้เป็นและใช้อย่างไรจึงจะไม่เกิดผลเสียตามมาในภายหลัง "วิวัฒนาการของเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เทคโนโลยีจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้ ไม่เพียงแต่พระภิกษุสงฆ์เท่านั้นที่จะต้องระมัดระวังในการใช้ แต่รวมถึงบุคคลทั่วไปด้วยเช่นกันที่จะต้องระมัดระวังในการใช้ เพราะคุณและโทษของเทคโนโลยีสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน" นักวิชาการด้านพุทธศาสนา กล่าว นักวิชาการชี้เป็นช่องทางเผยแพร่ศาสนา อย่างไรก็ตาม นางนันทิกร ไทยเจริญ นักวิชาการศึกษาฝ่ายวิชาการ คณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต กล่าวถึงกรณีที่มีพระภิกษุมีไฮไฟว์เป็นส่วนตัวว่า เป็นเรื่องที่ดีสำหรับการที่พระภิกษุเล่นไฮไฟว์ เพราะเปรียบเสมือนเป็นช่องทางหนึ่ง เนื่องจากสื่ออินเทอร์เน็ตสามารถสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว และมีความทันสมัย สามารถเข้าาถึงกลุ่มวัยรุ่นได้ดีกว่าสื่ออื่นๆ เท่าที่ตนทราบส่วนใหญ่กลุ่มผู้เล่นไฮไฟว์ คือกลุ่มวัยรุ่นจนถึงวัยทำงานที่ไม่มีเวลาไปวัดหรือฟังธรรมเทศนา ก็สามารถสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงธรรมะ และยังเป็นการกระตุ้นให้คนกลุ่มนี้สนใจในเรื่องของศาสนา หรือการใช้ไฮไฟว์เพื่อเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆที่ทางวัดจัดขึ้น ซึ่งจะทำให้ข่าวสารสามารถกระจายสู่บุคคลภายนอกได้อย่างรวดเร็ว นักวิชาการศึกษาฝ่ายวิชาการ ได้กล่าวเสริมในเรื่องเจตนาการใช้ไฮไฟว์ของพระภิกษุสงฆ์อีกว่า หากใช้ไฮไฟว์ในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆของวัดไม่ส่งผลกระทบต่อศาสนาแต่อย่างใดและยังเป็นสิ่งที่น่าสนับสนุน เพราะในปัจจุบันพระอาจารย์บางท่านได้มีการออกจำหน่าย วิซีดี ดีวีดีธรรมะ ในส่วนของพระภิกษุที่เข้าใช้ไฮไฟว์ ตนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากมีเจตนาใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลข่าวสารเท่านั้นแนะพระไม่ควรโชว์รูป ทางด้าน พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่าโดยกฎหมาย และกฎของพระภิกษุสงฆ์ไม่มีบัญญัติหรือมีข้อห้ามพระภิกษุเข้าใช้ไฮไฟว์ แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าเจตนาดีหรือเจตนาร้ายพระภิกษุก็ไม่สมควรเข้าใช้ไฮไฟว์ เนื่องจากบุคคลภายนอกไม่ได้มีส่วนรู้เห็นว่าพระภิกษุมีเจตนาอย่างไร ซึ่งอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดและเสื่อมศรัทธาในตัวของพระภิกษุรูปนั้น โดยสิ่งเหล่านี้บุคคลทั่วไปไม่สามารถทราบได้แน่ชัดว่าเนื้อหาในการสนทนาเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับที่พระภิกษุว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้มีการเข้าใจผิดและจะไม่ส่งผลกระทบต่อศาสนา
พ.ต.อ.ญาณพล กล่าวเพิ่มเติมเรื่องภัยที่อาจเกิดขึ้นไฮไฟว์ว่า บุคคลที่เข้ามาเล่นนั้นควรไตร่ตรองให้ละเอียดรอบคอบ เพราะเมื่อใส่ข้อมูลส่วนตัวลงไปบุคคลที่ประสงค์ร้ายจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ในทางที่ไม่ดี ซึ่งเจ้าของไฮไฟว์อาจได้รับความเสียหายตามมา "สำหรับการเผยแพร่ศาสนานั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ไฮไฟว์เพื่อเป็นสื่อกลาง เพราะทุกวันนี้สื่อต่างๆที่ใช้ในการเผยแพร่ศาสนานั้นมีมากมายและมีเจตนาที่ชัดเจนโปร่งใสกว่านี้" ผู้บัญชาการ ญาณพล กล่าว
ผู้สื่อข่าวได้ขอเข้าสัมภาษณ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั่วไปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติให้ความคิดเห็นโดยขอปิดบังชื่อ ว่า ทางกรมศาสนาไม่มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลหรือออกกฎข้อห้ามในการใช้อินเทอร์เน็ตของพระภิกษุ ซึ่งอำนาจหน้าที่ขึ้นอยู่กับเจ้าอาวาสของวัดว่าเห็นสมควรให้มีกฎกับพระลูกวัดอย่างไร และการที่มีรูปภาพของพระภิกษุ คงไม่มีผลกระทบต่อศาสนาหากไม่ใช่รูปที่ส่อไปในทางลามกอนาจารซึ่งพระอาจารย์ดังๆบางทานก็มีรูปอยู่ในเว็บไซต์ต่างๆเพื่อให้ประชาชนหรือผู้สนใจเข้ามาพูดคุยเช่นกัน โดยความเหมาะสมของเนื้อหาต้องขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ด้วย เช่น เว็บโฆษณาขายสินค้าหรือเว็บที่มีการเผยแพร่ภาพอนาจารไม่ควรมีรูปของพระสงฆ์อยู่ในเว็บไซต์นั้น นศ.ปลื้มพระให้คติผ่านเว็บใน ขณะที่ นางสาวสวริษา เจริญศักดิ์ธนกุล ชั้นปีที่ 1 นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หนึ่งในผู้เล่นไอไฟว์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเริ่มเล่นไฮไฟว์มานานพอสมควร พอทราบว่ามีพระสงฆ์เล่นไฮไฟว์ ตนรู้สึกแปลกใจมาก และเท่าที่ตนเข้าไปตรวจสอบดูในไฮไฟว์ของพระสงฆ์รูปนี้นั้นไม่พบสิ่งที่ทำให้เสื่อมเสียศาสนา ในนั้นจะมีรูปพระสงฆ์ และบุคคลสำคัญของไทย รวมไปถึงรูปการเข้าค่ายธรรมะของเด็กนักเรียนจากหลายโรงเรียนที่เดินทางไปเข้าค่ายปฏิบัติธรรมที่วัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร จังหวัดชลบุรี ข้อความของท่านจะเป็นข้อความธรรมะและคติสอนใจ คนที่มาสนทนากับท่านส่วนมากจะเป็นเด็กนักเรียนที่เคยไปเข้าค่ายที่วัดของท่านและเด็กๆที่ท่านเคยไปสอนธรรมะที่โรงเรียน ข้อความที่เด็กๆเข้ามาคอมเม้นท้ เป็นการทักททายปรึกษาปัญหาต่างๆ และบางคนได้แง่คิดจากท่านแล้วก็นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่วนมากจะมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี ------------------------------------------ จาก นสพ.หอข่าว ฉบับวันที่ 2 - 8 กุมภาพันธ์ 2551 โดยนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารศาสตร์ ม.หอการค้าไทย
ภาพข่าวจาก นสพ.หอข่าว ม.หอการค้าไทย
เนื้อหาข่าวไฮไฟว์พระสงฆ์ตอนหนึ่งของ นสพ.หอข่าว หมายเหตุ : หลังจากนั้นข่าวพระสงฆ์เล่นไฮไฟว์ ก็ถูกรายงานขึ้นโดย นสพ.ไทยรัฐ ฉบับประจำวันที่ 4 - 6 มีนาคม ได้นำเสนอเป็นข่าวหน้าหนึ่ง
พาดหัวข่าว นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 4 มีนาคม 2551
(ภาพจาก : ไทยรัฐออนไลน์)
พาดหัวข่าว นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 5 มีนาคม 2551
พาดหัวข่าว นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 6 มีนาคม 2551
|
| 3 May World Press Freedom Day | ||
3 พ.ค. วันสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนโลก องค์กรวิชาชีพสื่อไทยแถลงผลวิจัย "(วิ)วาทกรรม สมัครกับสื่อ" พร้อมชำแหละพฤติกรรม "หมัก" ต่อสื่อ และแถลงการณ์ร่วมที่สมาคมนักข่าวฯ ถ.สามเสน |
||
|
View All |
||
| Thairath - Kapook Cyber Reporter 24/2/50 | ||
ประกาศผลไทยรัฐไซเบอร์ฯ ที่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||