• อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-22
  • จำนวนเรื่อง : 149
  • จำนวนผู้ชม : 15007
  • จำนวนผู้โหวต : 35
  • ส่ง msg :
บ้านที่พัทยา

ขอเชิญแวะเที่ยวบ้านกันค่ะ มีผลไม้และดอกไม้ให้ได้ชมกัน

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
2 คน
ท่องเที่ยว
1 คน
อาหาร
1 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
0 คน
ทั่วๆไป
0 คน
บ้านและสวน
0 คน
เกร็ดความรู้
0 คน
ช่องทางทำกิน
0 คน
สุขภาพความงาม
0 คน
ต่างประเทศ
1 คน

  โหวต 5 คน
วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤษภาคม 2551
10 สุดยอดภาพจากอวกาศ
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 167 , 03:03:14 น.   | หมวดหมู่ : ทั่วไป  
พิมพ์หน้านี้


อวกาศกว้างใหญ่และดวงดาวบนฟ้าไกลเป็น
ดินแดนแห่งความมหัศจรรย์ที่มนุษย์เฝ้าฝัน
จะฝ่าฟันเดินทางไปหยั่งรู้พื้นที่ที่ไม่รู้ว่าจบลงตรง
ไหน นานมาหลายศตวรรษเท่าที่มนุษย์รู้จักแหงน
มองท้องฟ้า ภาพแสงระยิบระยับล้วนจับตาจับใจ
ไม่น้อย และเมื่อมนุษย์สามารถประดิษฐ์กล้องส่อง
ทางไกลจนขยายใหญ่ถึงกล้องโทรทัศน์ ภาพดวง
ดาวที่ไกลโพ้นก็ชัดเจนขึ้นทุกขณะ

ทว่า เมื่อกล้องโทรทรรศน์ได้รับการพัฒนาให้มีความ
สามารถสูงขึ้น ถึงขนาดส่องไกลได้ถึงหลายร้อยหลาย
พันปีแสง และยังออกไปโคจรนอกโลกบันทึกภาพต่างๆ
แทนดวงตาของมวลมนุษยชาติ ภาพจากอวกาศในช่วงหลังๆ
จึงได้สวยงามและอัศจรรย์ยิ่งนัก

แม้จะล่วงเลยปี 2550 มาหลายเวลาแล้ว แต่ “ภาพอวกาศ”
ที่ไร้กาลเวลาก็ยังน่าดูอยู่เสมอ ท่ามกลางภาพอวกาศมากมาย
เราจึงขอหยิบยก 10 สุดยอด “ภาพอวกาศ” ที่ความสามารถ
ของมนุษย์จะบันทึกได้มานำเสนอ โดยเป็นลำดับความนิยม
จากเว็บไซต์เนชันแนล กราฟิก นิวส์ ที่ได้ประมวลไว้เมื่อ
ครั้นที่ภาพเหล่านี้เผยแพร่สู่สาธารณชน

1. วาระสุดท้ายของฝาแฝดดวงอาทิตย์

เมื่อกลางเดือน ก.พ.2550 องค์การบริหารการบินอวกาศ
สหรัฐฯ (นาซา) ได้เผยภาพดาวฤกษ์ที่ตายแล้ว อยู่ในสภาพ
“ดาวแคระขาว” มีแสงสว่างเป็นจุดอยู่ใกล้ใจกลางเนบิวลา
NGC 2440 และที่น่าสนใจคือ ดาวดังกล่าวมีลักษณะคล้ายดวงอาทิตย์

ดาวฤกษ์ขนาดเล็กและกลางอย่าง “ดวงอาทิตย์”
ส่วนใหญ่มีจุดจบเป็น “ดาวแคระขาว” เมื่อไฮโดรเจน
ซึ่งเป็นสารประกอบส่วนใหญ่ของดาวเปลี่ยนเป็นฮีเลียม
ดาวดวงนั้นเริ่มกลายเป็นดาวสีแดงยักษ์ และพ่นสิ่งต่างๆ
ออกสู่เนบิวลา จากนั้นก็จะเหลือใจกลางที่ร้อน และเปลี่ยน
เป็นดาวแคระขาวไปในที่สุด

ภาพดาวแคระขาวที่บันทึกได้นี้ห่างจากโลกออกไป 4,000
ปีแสง นับว่าเป็นดาวแคระขาวที่ร้อนที่สุดเท่าที่นักวิทยาศาสตร์เคย
บันทึกมา คือมีอุณหภูมิสูงถึง 200,000 องศาเซลเซียส แสงอัล
ตราไวโอเล็ต (สีม่วง-ฟ้า) ที่เห็นตรงใจกลางภาพนั้นคือกลุ่มก๊าซ
ที่พวยพุ่งออกมาจากใจกลางของดวงดาว

ดวงอาทิตย์ของเราก็จะมีชะตากรรมเหมือนดาวดวงนี้
แต่ยังไม่เกิดขึ้นภายใน 5 พันล้านปีนี้แน่นอน

(เครดิตภาพ NASA/ESA)

2. วัตถุประหลาดวนรอบดาว

ภาพวัตถุประหลาดมวลเท่าดาวเคราะห์โคจรรอบดาวนิวตรอน
ในเดือน ก.ย.50 นับเป็นเทห์วัตถุที่แปลกสุดๆ เท่าที่นักดาราศาสตร์เคย
พบเห็น แทนที่วัตถุชิ้นนี้จะโคจรรอบดาวฤกษ์ธรรมดาทั่วไป แต่กลับ
โคจรรอบดาวพัลซาร์หรือนิวตรอนอย่างรวดเร็ว

ดาวนิวตรอนหมุนรอบตัวเองร้อยกว่ารอบใน 1 วินาที เร็วกว่าเครื่อง
ปั่นในครัวเสียอีก ปกติแล้วดาวชนิดนี้ก็จะหมุนช้าลงตามอายุ แต่ดูเหมือน
ว่าวัตถุประหลาดจะช่วยส่งพลังให้ดาวดวงนี้เพิ่มความเร็วขึ้นไปอีก
จากภาพจะเห็นมวลหมู่แก๊สผุดออกมาในลักษณะที่ไม่เสถียร

วัตถุมวลประหลาดนี้ห่างจากดาวที่มันโคจรรอบๆ ประมาณ
370,149 กิโลเมตร ใกล้กว่าโลกกับดวงจันทร์ และสามารถ
สังเกตเหตุการณ์นี้ได้จากโลก

นักดาราศาสตร์คาดว่าระบบวัตถุประหลาดโคจรรอบดาวนิว
ตรอนนี้เกิดขึ้นจากดาวฤกษ์ 2 ดวงเมื่อหลายพันล้านปีก่อน
และแม้ว่าดาวฤกษ์ดวงใหญ่จะกลายเป็นซูเปอร์โนวาไป
แต่ก็ยังซ่อนอยู่เบื้องหลังดาวนิวตรอน ส่วนดาวดวงเล็ก
กว่าก็ขยายตัวกลายเป็นดาวยักษ์แดง แต่ยังไม่มีใครระบุได้แน่ชัด
ว่าดาวดวงเล็กจะมีอายุยืนยาวไปถึงเมื่อใด

(ภาพ Aurore Simmonet/Sonoma State University)

3. ร่องรอยแห่งน้ำจากดาวอังคาร

ภาพจากดาวเทียมที่โคจรรอบดาวอังคารเผยให้เห็น
ว่าครั้งหนึ่งเคยมีน้ำไหลผ่านอยู่บนชั้นหิน ซึ่งปรากฎ
ร ายงานผลการศึกษาในวารสารวิทยาศาสตร์เมื่อเดือน
ก.พ.50 โดยรอยแยกที่ชั้นหินเหนือหลุมเบคเกอเรลทำให้เห็น
ชั้นหินสีสว่างและเข้ม และเมื่อใช้กล้องความละเอียดสูงจากยาน
สำรวจดาวอังคารบันทึกสู่โลก นักวิทยาศาสตร์ก็ตื่นตะลึงเมื่อ
ผลวิเคราะห์ออกมาว่า ที่รอยแยกดังกล่าวมีน้ำซึมอยู่ก่อนหน้า
และน่าจะมีความหวังว่าหากขุดเข้าไปในพื้นผิวของดาวแดง
น่าจะพบแหล่งน้ำอย่างแน่นอน

(ภาพ Science)

4. เนบิวลาบิดเกลียว

ฝุ่นผงจากดาวหางรายล้อมดาวฤกษ์ให้ดูเหมือนดวงตาในใจ
กลางเนบิวลารูปหอย (Helix nebula) อันห่างไกล ภาพนี้บัน
ทึกจากกล้องโทรทัศน์อวกาศสปิตเซอร์ของนาซา และเปิด
เผยสู่สาธารณชนเมื่อวันที่ 12 ก.พ.50 เนบิวลานี้ห่างจากโลก
700 ปีแสง ประกอบด้วยดาวฤกษ์ที่มีลักษณะเหมือน
ดวงอาทิตย์แต่ดายไปแล้ว กลายเป็นดาวแคระขาวสีสันหลากหลาย

ยังมีเนบิวลาที่มีลักษณะใกล้เคียงกันเช่นนี้มากมายใน
กาแลกซีทางช้างเผือกที่พวกเราอาศัยอยู่ แต่เนบิวลารูป
หอยเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นหลักฐานถึงการรอดชีวิต
ในจักรวาล ก่อนที่ดาวจะหมดอายุขัย ดาวหางก็โคจรผ่าน
เข้ามาสู่ระบบพอดี ขณะที่ดาวดายลงก็ขยายตัวออก
เกิดมวลปะทะกัน ฝุ่นผงจากทั้งคู่ดันเข้าหากันและหมุน
วนรอบดาวแคระขาว อันเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทิ้งไว้หลังดาวฤกษ์สูญสลาย

(ภาพ NASA/JPL-Caltech/University of Arizona)

5. ดาวแม่เหล็กระเบิด

ภาพจำลองเทห์วัตถุอวกาศที่พบได้ยากยิ่ง “ดาวแม่เหล็ก”
ขณะกำลังระเบิดและปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปรัง
สีเอ็กซ์ ดาวดวงนี้ห่างจากกลุ่มดาวคนยิงธนูประมาณ 15,000
ปีแสง เป็นดาวนิวตรอนหมุนเร็วขนาดเล็ก และก่อนหน้าการ
ระเบิดปลดปล่อยรังสีเอ็กซ์ออกมาเป็นจำนวนมาก

ดาวแม่เหล็กดวงนี้มีความกว้างเพียงแค่ 15 กิโลเมตร
แต่มีมวลมากพอๆ กับดวงอาทิตย์ ซึ่งองค์การอวกาศยุโรป
(อีซา) ผู้นำในการศึกษาครั้งนี้พบว่าดาวดังกล่าวมีสนามแม่เหล็ก
รุนแรงมากเป็นอันดับต้นๆ ในจักรวาล สูงมากกว่า 600
ล้านล้านล้านเท่าของสนามแม่เหล็กโลก

(ภาพ NASA/Swift/Sonoma State University/A. Simonnet)

6. มนุษย์ต่างดาวอาจจะแปลกประหลาดกว่าที่คิด

นี่เป็นภาพจำลองการลงจอดของยานแหย่ (โพรบ) ฮอยเกน
ของนาซาและอีซา ที่ตกลงท่ามกลางทะเลสาบมีเทนของ
“ไททัน” บริวารแห่งดาวเสาร์ และจากการจมจ่อมอยู่ใน
ของเหลวแบบนั้น ทำให้ทางภาคพื้นดินได้รับข้อมูลว่าสิ่ง
มีชีวิตนอกโลกอาจจะแปลกประหลาดไปจากที่เคยคาดการณ์กันไว้

นักวิทยาศาสตร์มีข้อมูลส่วนหนึ่งที่จะพิจาณาถึงคำจำกัด
ความของ “ชีวิต” ในอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างไปจากสิ่งมีชีวิต
บนโลกอย่างสิ้นเชิง ที่โลกเราพึ่งพา “คาร์บอน” เป็นองค์ประ
กอบสำคัญ แต่ชีวิตที่ต่างดาวที่ได้รับข้อมูลจากไททันนั้น
น่าจะมีความแปลกประหลาดอย่างยิ่ง และที่สำคัญสามารถ
ดำรงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สุดขั้ว อย่างทะเลกรดได้

(ภาพ : Gregor Kervina, courtesy NASA/JPL)

7. ซูเปอร์โนวาทำลาย “หอคอยฝุ่น”

“พิลลาร์ส ออฟ ครีเอชัน” (Pillars of Creation) หรือ
“แท่งฝุ่นแห่งการสร้าง” ซึ่งเป็นกลุ่มก๊าซรูปแท่งขนาด
ใหญ่ที่เป็นหน่ออ่อนสำหรับการอนุบาลดาวฤกษ์รุ่นใหม่
ในเนบิวลานกอินทรี ซึ่งนักดาราศาสตร์ได้คาดการณ์มา
นับพันๆ ปีแล้วว่าพิลลาร์ ออฟ ครีเอชันจะถูกทำลายด้วย
แรงระเบิดของซูเปอร์โนวาจากมรณกรรมของดาวฤกษ์ยักษ์ใน
บริเวณใกล้เคียง ในช่วงเดือน ม.ค.2550

แท่งที่อัดแน่นไปด้วยฝุ่นก๊าซแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของ
การก่อกำเนิดดาวใหม่ กลายเป็นภาพสำคัญเมื่อฮับเบิล
บันทึกได้ในปี 2538 โดยส่วนที่หนาแน่นที่สุดนั้นถูก
คลื่นกระแทกจากซูเปอร์โนวาตั้งแต่ 6 พันปีก่อน
ซึ่งกว่าที่เราจะได้เห็นภาพเนบิวลาที่ถูกทำลายแล้ว
นั้นก็ต้องย้อนไปถึง 7 พันปีแสงอันเป็นระยะทาง
ที่เนบิวลาดังกล่าวห่างจากโลก

ภาพในย่านแสงอินฟราเรดจากกล้องสปิตเซอร์แสดง
ให้เห็นในส่วนสีแดงว่าเนบิวลานกอินทรีนั้นร้อน
และขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลง
ในส่วนนี้ถูกกระตุ้นจากพลังของซูเปอร์โนวา
ทำให้หอคอยดังกล่าวซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่ถูก
อิทธิไม่สามารถทนทานต่อสภาพดังกล่าวได้จึงเกิด
การสลายไปในที่สุด

อย่างไรก็ดี การระเบิดของหอคอยแหล่งกำเนิดแห่งดวง
ดาวก็หาใช่ข่าวร้ายซะทีเดียว ซึ่งนักดาราศาสตร์เชื่อว่าคลื่น
กระแทกของซูเปอร์โนวาจะเป็นเชื้อไฟทำให้เกิดดาว
ใหม่ท่ามกลางกลุ่มควันที่คลื่นย่างกรายไปถึง

(ภาพ NASA/JPL-Caltech/Institut d’Astrophysique Spatiale)

8. ระบบสุริยะเป็นรูป “กระสุน”

ภาพกราฟิกแสดงให้เห็นถึงระบบสุริยจักรวาล ที่เต็มไป
ด้วยอนุภาคที่อัดเกาะกันไว้ (สีเหลือง) ขณะกำลังผ่าน
เข้าสู่สนามแม่เหล็กระหว่างดวงดาวของกาแลกซีทาง
ช้างเผือก (แนวเส้นสีน้ำตาล) ซึ่งภาพจำลองนี้เป็นผล
มาจากการค้นพบครั้งใหม่โดยข้อมูลจากยานวอยเอ
เจอร์ที่เดินทางท่องอวกาศมาเกือบ 30 ปีว่า ภาพของ
ระบบสุริยะนั้นมีลักษณะเป็นวงรีหรือกระสุน

(ภาพ Opher et al., 2007/Science)

9.ลำแสงแห่งดาวพฤหัส

แสงสีม่วงที่ปรากฏตรงขั้วเหนือและใต้ของดาวพฤหัสที่เห็น
ในภาพนี้บันทึกในย่านรังสีเอ็กซ์ โดยกล้องโทรทัศน์จันทรา
ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) และผนวก
เข้ากับภาพในคลื่นแสงที่ตามองเห็นจากกล้องฮับเบิล นับ
เป็นภาพที่ได้รับความสนใจไม่น้อย

ลำแสงดังกล่าวสร้างความประหลาดใจให้แก่นักวิท
ยาศาสตร์ไม่น้อยว่ามีแสงที่ขั้วออกมาได้อย่างไร
ทั้งที่ดาวเคราะห์ดวงใหญ่สุดแห่งระบบสุริยะ มีการ
เปลี่ยนขั้วแม่เหล็กอย่างรวดเร็วและรุนแรงทุกๆ 10
ชั่วโมง สร้างแรงดันไฟฟ้าได้ถึง 10 ล้านโวลต์ที่รอบๆ ขั้วทั้ง 2

ทั้งนี้การโยกไปมาของดาวพฤหัส เกิดจากการกระตุ้น
ของอนุภาคภูเขาไฟจากดวงจันทร์ไอโอ ซึ่งดูเหมือน
การแสดงที่ไม่มีวันจบสิ้น ความเชื่อมโยงระหว่างอุภาค
ภูเขาไฟที่ได้รับจากจันทร์บริวารดวงเล็กๆ ถึงกับมีผลต่อ
ขั้วของดาวเคราะห์อย่างพฤหัสเลยหรือ...นี่คือปริศนา
ที่นักวิทยาศาสตร์ยังงุนงงอยู่

(ภาพ NASA)

10. ดาวหาง “แมกนอต” สุกสว่างเหนือท้องฟ้าซีกโลกใต้

การเดินทางมาเยือนโลกของดาวหางแมกนอต เมื่อต้นปี 2550
ที่ผ่านมา นับเป็นช่วงที่ดาวหางดวงนี้สว่างสุกใสที่สุดในรอบ
40 ปี ซึ่งสว่างมากจนสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า แม้ใน
ยามที่ดาวหางปรากฏใกล้กับช่วงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
ก็ยังมองได้อย่างชัดเจน

โรเบิร์ต แมกนอต นักดาราศาสตร์ชาวออสเตรเลียเป็นผู้ค้น
พบดาวหางที่สุกสว่างนี้ เป็นครั้งแรกเมื่อเดือน ส.ค.ปี 2549
ในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ ออสเตรเลีย แต่น่าเสียดายที่ดาวหางดวง
นี้สังเกตได้เฉพาะจากท้องฟ้าทางซีกโลกใต้ ซึ่งภาพที่บันทึก
ได้นี้ เป็นดาวหางแมกนอตที่มีความกว้าง 10 กิโลเมตร กำลัง
พุ่งดิ่งเหมือนกำลังตกลงมาจากท้องฟ้าด้วยความเร็วประมาณ
100 กิโลเมตรต่อวินาที เหนือพื้นที่เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศ
นิวซีแลนด์ ห่างจากโลกออกไป 120 ล้านกิโลเมตร

(ภาพ Simon Baker/Reuters)

 

ที่มาของข้อมูล           http://postjung.com/hottopic/data/8/8535.php


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
arekoy วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 11.25 น.
http://www.oknation.net/blog/arekoy

เพลงเข้ากับบรรยากาศจริงๆ เล้ยยยยยค่าาาาาา
ความคิดเห็นที่ 5
MrTote วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 07.23 น.
http://www.oknation.net/blog/MrTote
มิสเตอร์โต๋เต๋


ผมก็สนใจเรื่องดาราศาสตร์ และชอบดูดาว ดูท้องฟ้า ครับ

ถ้าคิดพิเคราะห์แล้ว เราก็เล็กนิดเดียวเทียบไม่ได้แม้ฝุ่นละอองในเอกภพเลย! มีชีวิตอยู่สั้นมาก ๆ เมื่อเทียบกับกาลเวลาของจักรวาล

ขอบคุณที่นำภาพและเรื่องราวมาฝากครับ
ความคิดเห็นที่ 4
สุวิริโย วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 04.23 น.
http://www.oknation.net/blog/19


การมองไปยังท้องฟ้าในตอนกลางคืนติดต่อเป็นเวลานานทำให้เกิดความรู้ทางตรรกะ
ลบความคิดเห็นที่ 3 และ 4 ให้ด้วย ขอเจริญพร
ความคิดเห็นที่ 3
สุวิริโย วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 04.18 น.
http://www.oknation.net/blog/19


ความคิดเห็นที่ 2
สุวิริโย วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 04.08 น.
http://www.oknation.net/blog/19


ความคิดเห็นที่ 1
Lyrics วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 03.14 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

บางมุมก็ สวย

บางมุมก้อน่ากลัว

ไม่อยากไปอยูอะ กัวจัง คงร้อนน่าดูเลยค่ะ


เสียงระนาดไพเราะคร่า


แค่เหงาและเราต้องการ.....
http://www.oknation.net/blog/lunla/2008/05/18/entry-1
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน