• อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-22
  • จำนวนเรื่อง : 208
  • จำนวนผู้ชม : 33843
  • จำนวนผู้โหวต : 52
  • ส่ง msg :
บ้านที่พัทยา

ขอเชิญแวะเที่ยวบ้านกันค่ะ มีผลไม้และดอกไม้ให้ได้ชมกัน

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



more
สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
2 คน
ท่องเที่ยว
1 คน
อาหาร
1 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
0 คน
ทั่วๆไป
0 คน
บ้านและสวน
1 คน
เกร็ดความรู้
0 คน
ช่องทางทำกิน
0 คน
สุขภาพความงาม
0 คน
ต่างประเทศ
1 คน

  โหวต 6 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน 2551
เรียนรู้"วัดประชาธิปไตย" ใน"วัดพระศรีมหาธาตุ"
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 96 , 21:47:10 น.   | หมวดหมู่ : ท่องเที่ยว  
พิมพ์หน้านี้


โดย หนุ่มลูกทุ่ง

พระเจดีย์ศรีมหาธาตุ
       นับได้เกือบ 76 ปีแล้วที่ประเทศของเราได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ในยุคนี้มีสิ่งใหม่ๆ หลายสิ่งเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีคิดใหม่ การปฏิบัติตัวใหม่ ไม่เว้นแม้แต่วัดใหม่ในยุคเริ่มต้นประชาธิปไตยด้วยเช่นกัน
       
       นี่เป็นเหตุผลที่ฉันมายืนอยู่ที่ "วัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร" ในย่านบางเขนวันนี้ เพราะอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ไทย คือวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 แต่... วัดพระศรีมหาธาตุฯ นี้มีอะไรเกี่ยวข้องอะไรกับวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง?? ถ้าอยากรู้ก็ต้องตามไปดูพร้อมๆ กัน

พระศรีสัมพุทธมุนี พระประธานในพระอุโบสถ
       ก่อนที่จะมาเป็นวัดพระศรีมหาธาตุในปัจจุบันนี้ แต่เดิมวัดนี้เคยมีชื่อว่า "วัดประชาธิปไตย" มาก่อน เพราะหลังจากที่ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย คณะรัฐบาลในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในขณะนั้นก็ได้มีมติให้สร้างวัดประชาธิปไตยขึ้น โดยตั้งใจให้เป็นอนุสรณ์แห่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย วัดแห่งนี้ก็ได้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2483 หรือ 8 ปี หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองนั่นเอง
       
       แต่ในขณะที่ก่อสร้างนั้น คณะทูตไทยโดยมีหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์เป็นหัวหน้า ได้เดินทางไปอินเดียและได้ขออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดพบ ณ มหาสถูปธรรมราชิกะ กิ่งพระศรีมหาโพธิ์ และดินจากสังเวชนียสถานที่รัฐบาลอินเดียมอบให้มาประดิษฐานไว้ที่วัด ดังนั้นจากวัดประชาธิปไตยจึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น "วัดพระศรีมหาธาตุ" อย่างในปัจจุบัน

อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ
       ภายในวัดพระศรีมหาธาตุนั้นมีพื้นที่กว้างใหญ่ แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดภายในวัดก็ต้องเป็น "พระเจดีย์ศรีมหาธาตุ" ซึ่งเป็นพระเจดีย์องค์ใหญ่โดดเด่น ตรงฐานพระเจดีย์ด้านนอกมีจารึกเกี่ยวกับการสร้างวัดไว้ว่า "นายพลตรี หลวงพิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เรื่องสร้างวัดประชาธิปตัยว่า ข้าพเจ้าอยากจะขออนุมัติเงินสักแสนบาท เพื่อสร้างวัดสักวัดหนึ่งในสมัยประชาธิปตัย และใคร่จะให้แล้วเสร็จทันงานวันชาติ 24 มิถุนายน ศกนี้ และสถานที่ที่สร้างนั้นอยากจะสร้างใกล้ๆ กับอนุสาวรีย์หลวงอำนวยสงคราม ตำบลหลักสี่ ที่ประชุมตกลงเห็นชอบด้วย"
       
       เมื่อฉันเดินเข้าไปกราบสักการะพระบรมธาตุด้านในพระเจดีย์ ก็พบว่าภายในมีลักษณะเป็นห้องโถงทรงกลม มีเจดีย์องค์เล็กสีทองอร่ามอยู่ตรงกลางอีกชั้นหนึ่ง ภายในเจดีย์องค์นี้เองที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและดินจากสังเวชนียสถานไว้ เมื่อกราบไหว้เสร็จเรียบร้อยคราวนี้ก็เริ่มสำรวจภายในองค์พระเจดีย์กันบ้าง บรรยากาศภายในนี้ค่อนข้างเงียบสงบ จึงมักมีคนมาหามุมสงบนั่งสมาธิกัน เพราะฉะนั้นการเดินสำรวจจึงต้องเป็นไปอย่างเงียบสงบด้วยเช่นกัน

อัฐิของเหล่า “ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ”
       ฉันสังเกตเห็นว่าบนฝาผนังด้านในรอบองค์พระเจดีย์จะมีแผ่นหินบรรจุอัฐิของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว เข้าใจว่าคงเป็นคนใหญ่คนโตไม่น้อยจึงได้รับเกียรติให้บรรจุอัฐิไว้ในเจดีย์อย่างนี้ พอดูไปดูมาสักพัก เริ่มเห็นป้ายชื่ออัฐิของผู้ที่มีชื่อเสียงเรียงนามคุ้นหูอย่างจอมพล ป. พิบูลสงคราม นาวาเอกหลวงศุภชลาศัย พ.อ.พระยาฤทธิอัคเนย์ พันเอกพระยาทรงสุรเดช พลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา พันโทหลวงอำนวยสงคราม นายปรีดี พนมยงค์ นายเฉลียว ปทุมรส นายทวี บุญยเกตุ นายดิเรก ชัยนาม และอีกหลายรายนามที่คุ้นหูบ้างไม่คุ้นบ้าง แต่พอจะจับทางได้ว่าบรรดาผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในเจดีย์นี้ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ทั้งสิ้น
       
       ข้อสังเกตของฉันก็ถูกต้องแล้ว เพราะผนังด้านในพระเจดีย์นี้ได้ทำเป็นช่องไว้ทั้งหมด 112 ช่องสำหรับบรรจุอัฐิบุคคลสำคัญที่รัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาว่าเป็น "ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ" นั่นเอง

พระเจดีย์ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและดินจากสังเวชนียสถาน
       ออกจากพระเจดีย์ศรีมหาธาตุมาดูที่พระอุโบสถกันที่อยู่ด้านหลังองค์พระเจดีย์กันบ้าง มองไปมองมาแล้วแล้วพระอุโบสถของวัดนี้ดูคล้ายคลึงกับพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรอยู่เหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้พระอุโบสถกำลังอยู่ระหว่างการซ่อมแซมกระเบื้องหลังคา เครื่องบน ปิดทองเขียนลายน้ำประตูหน้าต่าง และระเบียงคด กว่าจะเสร็จก็คงอีกสองสามเดือน ฉันจึงได้ชมแต่ยืนชมพระอุโบสถภายนอก กราบพระศรีสัมพุทธมุนี พระประธานในพระอุโบสถอยู่ข้างนอกเท่านั้น
       
       ได้กราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุและดินจากสังเวชนียสถานจากประเทศอินเดียกันไปแล้ว ยังขาดกิ่งพระศรีมหาโพธิ์อีกอย่างหนึ่งที่ฉันยังไม่เห็น พอออกมามองหาด้านนอกจึงพบว่า กิ่งพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งตอนนี้กลายเป็นต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นใหญ่แผ่กิ่งก้านใบร่มรื่นอยู่กลางสระน้ำด้านข้างองค์พระเจดีย์นั่นเอง และมีพระพุทธรูปปางสมาธินั่งสงบนิ่งอยู่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทำให้มีบรรยากาศที่สงบร่มรื่นมากทีเดียว

ต้นพระศรีมหาโพธิ์จากอินเดีย
       ไหนๆ ก็พูดถึงวัดในยุคประชาธิปไตยไปแล้ว ถ้าไม่พูดถึง "อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ" ที่อยู่ใกล้เคียงกันก็คงจะไม่ครบถ้วน อนุสาวรีย์ที่ว่านี้ก็อยู่กลางวงเวียนหลักสี่ใกล้กับวัดพระศรีมหาธาตุนั่นเอง หากอยากไปชมใกล้ๆก็ต้องข้ามถนนฝ่ารถซิ่งทั้งหลายไปตรงกลางวงเวียน แต่ถ้าไม่อยากเสี่ยงชีวิตก็ดูเอาในรูปที่ฉันถ่ายมานี้ก็ได้
       
       อนุสาวรีย์แห่งนี้มีที่มาจากเหตุการณ์กบฏบวรเดช ถ้าใครที่สนใจประวัติศาสตร์การเมืองคงจะพอทราบแล้วว่าหลังจากการเปลี่ยนแปลงการโดยคณะราษฎร์แล้ว ก็มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยในการกระทำนั้น และได้รวมกลุ่มกันต่อต้านโดยมีพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดชเป็นผู้นำกองทัพมาสู้รบต่อต้านและได้มีการปะทะกันที่บางเขน จนเมื่อฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้ชนะ โดยมีทหารฝ่ายรัฐบาลเสีย ชีวิตลง 17 นาย จึงได้มีการสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีวีรกรรมและบรรจุอัฐิของผู้เสียชีวิตไว้

ด้านนอกพระอุโบสถ
       ลักษณะของอนุสาวรีย์เป็นสีขาวมีฐานเป็นสี่เหลี่ยม ด้านบนเป็นแท่งเสาแปดเหลี่ยมประดับกลีบบัวซ้อนขึ้นไป 2 ชั้นยอดเรียวเล็กลงไป และบนยอดนั้นก็มีพานรองรัฐธรรมนูญลักษณะเดียวกันกับพานรัฐธรรมนูญที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ส่วนฐานด้านล่างด้านหนึ่งจารึกชื่อผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์กบฏบวรเดช โคลงสยามานุสติ และรูปครอบครัวชาวนา มีผู้ชายถือเคียวเกี่ยวข้าว ผู้หญิงถือรวงข้าว และเด็กถือเชือก
       
       ฉันเห็นสภาพของอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญวันนี้ดูแล้วเหมือนอนุสาวรีย์ที่ถูกลืมยังไงก็ไม่รู้ เพราะบริเวณรอบๆนั้นเป็นที่จอดรถขยะเรียงเป็นแถว หากใครผ่านมาอาจจะมองไม่เห็นอนุสาวรีย์เลยก็ได้ เพราะโดนรถขยะบดบังไว้เสียหมด

คนนิยมเข้ามานั่งสมาธิภายในองค์เจดีย์
       หากใครมีเวลาว่างก็ลองแวะไปกราบพระบรมสารีริกธาตุกันได้ที่วัดแห่งนี้ และยังจะได้ซึมซับบรรยากาศของยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่แม้จะผ่านมาถึงเกือบ 76 ปีแล้ว ประชาธิปไตยก็ดูเหมือนจะยังไม่เคยเต็มใบสักที
       
       
*    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 
       

       
วัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 1 หมู่ 6 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. 10220 วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน สอบถามรายละเอียดโทร.0-2521-5974 ส่วนอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญอยู่กลางวงเวียนหลักสี่ ไม่ห่างจากวัดพระศรีมหาธาตุมากนัก
       
       การเดินทางไปยังวัดพระศรีมหาธาตุ เริ่มต้นจากห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวให้วิ่งมาตามถนนพหลโยธินมุ่งหน้ารังสิต วัดจะอยู่ก่อนถึงวงเวียนหลักสี่ มีรถประจำทางสาย 26, 34, 39, 59, 114, 126, 503, 512, 524 ผ่าน

 

โดย ผู้จัดการออนไลน์


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน