• อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-22
  • จำนวนเรื่อง : 172
  • จำนวนผู้ชม : 23339
  • จำนวนผู้โหวต : 42
  • ส่ง msg :
บ้านที่พัทยา

ขอเชิญแวะเที่ยวบ้านกันค่ะ มีผลไม้และดอกไม้ให้ได้ชมกัน

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
2 คน
ท่องเที่ยว
1 คน
อาหาร
1 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
0 คน
ทั่วๆไป
0 คน
บ้านและสวน
0 คน
เกร็ดความรู้
0 คน
ช่องทางทำกิน
0 คน
สุขภาพความงาม
0 คน
ต่างประเทศ
1 คน

  โหวต 5 คน
วันศุกร์ ที่ 18 กรกฎาคม 2551
มหรสพสมโภชในการ “พระเมรุ”
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 79 , 23:28:26 น.   | หมวดหมู่ : ศิลปะวัฒนธรรม  
พิมพ์หน้านี้


การละเล่นโมงครุ่ม

เป็นระยะเวลากว่า 8 เดือน ที่พสกนิกรไทยทุกหมู่เหล่าถูกปกคลุมด้วยอารมณ์แห่งความโศกเศร้า อาลัย กับการสิ้นพระชนม์ใน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ข้าแผ่นดินทั้งประเทศต่างสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนอย่างหาที่สุดมิได้


การละเล่นกุลาตีไม้

การละเล่นระเบง(โอละพ่อ)

รำโคมญวน (ญวนรำกระถาง)

รำโคมบัว (แบบไทย)

แทงวิไสย

การละเล่นกระอั้วแทงควาย

การแสดงละครชาตรี

การแสดงละครใน

การแสดงหุ่นหลวง

การแสดงหนังใหญ่ออกตัว

ดร.อนุชา ทีรคานนท์

อ.ประเมษฐ์ บุญยะชัย

  และในระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย.2551 ที่จะถึงนี้ ก็จะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพขึ้น โดยมีพระราชพิธีสำคัญ 6 พระราชพิธี คือ วันที่ 14 พ.ย.จัดงานพระราชกุศลออกพระเมรุ วันที่ 15 พ.ย.การเชิญพระโกศออกพระเมรุ วันที่ 16 พ.ย.การถวายพระเพลิงพระศพ วันที่ 17 พ.ย.การเก็บพระอัฐิ วันที่ 18 พ.ย.การพระราชกุศลพระอัฐิ และวันที่ 19 พ.ย.การบรรจุพระสรีรางคาร
       
       นอกจากนั้น ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพครั้งนี้ยังจัดให้มี “งานมหรสพสมโภชในการพระเมรุ” ขึ้นอีกด้วย ซึ่งแต่ละมหรสพเป็นสิ่งที่หาชมได้ยาก ด้วยเหตุนี้ การจัดแสดงมหรสพดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ช่วยทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ประเพณีไทยที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งปัจจุบันหาดูได้ยากให้คงอยู่ต่อไป
       
       ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและประเพณีเกี่ยวกับงานมหรสพในการพระเมรุให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง สถาบันไทยคดีศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ จึงร่วมกับวิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และอีกหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดกิจกรรม “โครงการบรรยายประกอบการสาธิต มหรสพสมโภชในการพระเมรุสมัยรัตนโกสินทร์ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ขึ้น
       
       ** กำเนิดมหรสพในการพระเมรุ
       ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ให้ข้อมูลว่า เท่าที่ได้มีการศึกษา สืบค้นได้นั้น พบว่า งานมหรสพสมโภชในการพระเมรุ มีมาตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยงานสมโภชที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะกับงานพระเมรุเท่านั้น งานฉลองต่างๆ ก็มีมหรสพเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโขน, ระเบง, โมงครุ่ม ที่มีมาตั้งแต่โบราณ และในสมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยกรุงธนบุรี การแสดงมหรสพจากต่างประเทศก็เข้ามาอิทธิพลอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากคณะรำญวน งิ้ว ที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมในยุคนั้น
       
       เมื่อมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ การแสดงก็ยิ่งมีความหลากหลายมากขึ้นเรื่อยมา จนกระทั่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์จึงมีพระราชปรารภถึงมหรสพสมโภชในการพระเมรุ ว่า ในการพระเมรุแต่ละครั้งจะมีการสร้างพระเมรุใหญ่กลางเมืองเหมือนเช่นโบราณนั้นเป็นการใช้เงินที่ฟุ่มเฟือย ใช้กำลังแรงคนมหาศาล จึงรับสั่งให้ลดทอนพิธีการต่างๆ ลง ที่สำคัญคือ ก่อนที่พระองค์จะสวรรคตได้มีพระราชกระแสรับสั่งไม่ให้จัดพระราชพิธีพระบรมศพของพระองค์ให้ใหญ่โต ดังนั้น การออกพระเมรุในครั้งนั้นจึงได้ลดทอนขั้นตอนประเพณีลง ซึ่งรวมถึงงานมหรสพด้วย
       
       ** ถึงยุคพลิกฟื้นมหรสพในการออกพระเมรุ
       ดร.อนุชา ให้ข้อมูลต่อว่า จนกระทั่งมาถึงคราวงานถวายพระเพลิงพระบรมศพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีพระราชปรารภที่จะฟื้นการละเล่นมหรสพกลับมาในการพระเมรุอีกครั้ง เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่ไม่ให้หายไป แต่ก็มีการละเล่นมหรสพหลายอย่างเลือนหายไปจนไม่สามารถหาหลักฐาน หาข้อมูลได้ถึงรูปแบบและวิธีการเล่นได้
       
       ยกตัวอย่างเช่น เทพทอง ซึ่งเป็นการแสดงเพลงพื้นบ้าน อีกทั้งมอญรำ หรือแม้กระทั่ง แทงวิไสย โดยในปัจจุบันที่แสดงอยู่ก็เป็นการประดิษฐ์ท่าทางในการแสดงขึ้นมาใหม่ โดยอาศัยหลักฐานอ้างอิงที่ใกล้เคียงกับของจริงเท่านั้น ยกเว้นการแสดงบางอย่าง เช่น โมงครุ่ม, กุลาตีไม้ ซึ่งเป็นการแสดงที่สืบทอดกันมาในวิทยาลัยนาฏศิลป ฉะนั้น ในปัจจุบันจึงยังคงอยู่
       
       “การออกพระเมรุถือเป็นงานปลดทุกข์ หลังจากที่ไว้ทุกข์มาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งในอดีตมักจะจัดออกพระเมรุในหน้าแล้ง เพราะต้องการหลีกเลี่ยงอุปสรรคจากพายุ ฝน การนำเอามหรสพสมโภชมาเล่น ก็เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและเป็นการออกทุกข์ในเวลาเดียวกัน อย่าลืมว่าเมื่อเจ้านายสวรรคตหรือสิ้นพระชนม์ลง จะเสด็จกลับสู่สรวงสวรรค์ สุดท้ายในงานถวายพระเพลิง ก็เหมือนเป็นการส่งเสด็จ ซึ่งก็เป็นเวลาที่ต้องสมโภช” ผอ.สถาบันไทยคดีศึกษา ให้ข้อมูล
       
       ดร.อนุชา อธิบายเพิ่มว่า ณ เวลานี้ในส่วนของการพระเมรุสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯนั้น พระองค์ทรงมีพระกรุณาธิคุณที่ทรงอุปถัมภ์วงดนตรีสากล คณะหุ่นละคร มากมาย ฉะนั้น การออกพระเมรุในครั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสดีที่บรรดาคณะเหล่านั้นจะได้ร่วมแสดงถวายอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย โดยมหรสพต่างๆ นั้นจะมีหมายรับสั่งออกมาอีกครั้งหนึ่งว่าจะมีพระราชประสงค์ให้สิ่งไหนปรากฏในงานบ้างเพราะการออกพระเมรุเป็นเรื่องส่วนพระองค์
       
       ** เทิดพระเกียรติกับมหรสพอันทรงคุณค่า
       ในส่วนรายละเอียดของงานมหรสพสมโภชในการพระเมรุสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ นั้น อ.ประเมษฐ์ บุญยะชัย ครูเชี่ยวชาญวิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม แจกแจงว่า ประเด็นของการมหรสพสมโภชในการพระเมรุตั้งแต่อดีต จนกระทั่งปัจจุบันนั้นมีอยู่ 2 ประเด็นหลัก คือ มหรสพที่เป็นเรื่องราว และ มหรสพที่เป็นการละเล่น
       

       ในส่วนของมหรสพที่เป็นเรื่องราวมีความสำคัญและขาดไม่ได้ที่จะต้องมี หนังใหญ่ โขน ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ละคร ก็มีหลายประเภท เช่น ละครใน เป็นละครที่เล่นในวัง ละครนอก เป็นละครชาวบ้าน อีกทั้งยังรวมไปถึงการแสดง หุ่น ซึ่งภายในงานพระเมรุนั้นจะมีความหลากหลายของการแสดง
       
       ส่วนที่มีการแสดงรื่นเริงในงานศพนั้นเพราะการคิดแบบชาวตะวันออก ซึ่งหากเป็นตะวันตกงานศพคืองานที่ต้องเศร้าโศก เสียใจ แต่ไทยได้รับอิทธิพลของพระพุทธศาสนา ที่สอนให้รู้จักความพอดี คือ ไม่เสียใจมาก และก็ไม่ดีใจมากเกินไปเช่นกัน
       
       ขณะเดียวกัน นัยสำคัญที่ต้องมีมหรสพในงานศพนั้น ยังเป็นการแสดงความกตัญญูต่อผู้ล่วงลับเป็นครั้งสุดท้าย หากแต่เป็นพระมหากษัตริย์ หรือ เจ้านายชั้นสูง ก็หมายความว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าแผ่นดินจะสามารถ สนองพระมหากรุณาธิคุณ พระกรุณาธิคุณ เทิดพระเกียรติ จึงมีการจัดมหรสพต่างๆ ขึ้น และคนไทยถือว่าพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพนั้นเป็นงานออกทุกข์ ฉะนั้น ในช่วงชีวิตหนึ่งสิ่งเดียวที่ข้าแผ่นดินจะทำได้ต้องยิ่งใหญ่ที่สุด
       
       อีกทั้งมหรสพยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนในสังคม เช่น สังคมการเกษตร ก็จะมีการละเล่นเพลงพื้นบ้านที่เล่นหลังฤดูเก็บเกี่ยว ในส่วนมหรสพที่ได้รับการปรุงแต่งให้เป็นของหลวง ที่มีความละเอียดอ่อน ประณีต และสืบทอดกันมายาวนาน ก็จะเป็นสิ่งสะท้อนถึงความเชื่อ คติต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในการแสดงทั้งสิ้น อย่างเช่น การแสดงโขน ที่เป็นการรวบรวมเรื่องราวในการเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ เพราะโขนจะเล่นเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งรามเกียรติ์นั้นเป็นมหากาพย์ที่ว่าด้วยอวตารของพระนารายณ์ซึ่งเป็นดั่งสมมติเทพ เช่นเดียวกับที่พสกนิกรเทิดทูนให้พระมหากษัตริย์ไทยเปรียบได้ดังสมมติเทพเช่นกัน ฉะนั้นเรื่องราวเหล่านี้จึงเป็นการส่งเสริมพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์
       
       อ.ประเมษฐ์ บอกอีกว่า นอกจากสาระสำคัญของการแสดงในงานมหรสพสมโภชในการพระเมรุที่ต้องมีหนังใหญ่, โขน, ละคร, หุ่น แล้วนั้น ก็จะมีการละเล่นต่างๆ ที่ยึดตามแบบแผนที่มีมาตั้งแต่โบราณ เฉพาะที่ยังศึกษาหาข้อมูลได้ เช่น โมงครุ่ม, กุลาตีไม้, ระเบง, แทงวิไสย, กะอั้วแทงควาย, รำโคมญวน, รำโคมบัว เป็นต้น ซึ่งพระราชนิยมแต่ละสมัย จะไม่เหมือนกัน เช่น รำโคมญวนนั้นเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ดังนั้น จึงได้นำรำโคมญวนมาใส่ลงในมหรสพในการออกพระเมรุตั้งแต่นั้นมา เป็นต้น
       
       ** “ดนตรีสากล” สิ่งทรงโปรด เพิ่มในมหรสพการออกพระเมรุ
       
เหมือนเช่นในสมัยนี้ ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงโปรด ดนตรีสากล (ออร์เคสตรา) ดังนั้น ในการออกพระเมรุ จึงมีการเพิ่มสิ่งที่พระองค์ทรงโปรดลงไปในมหรสพการออกพระเมรุ โดยสามารถแบ่งเป็น เวทีที่ 1.มีการแสดงหนังใหญ่ และ โขน เวทีที่ 2.การแสดงของหุ่นกระบอก โดยมีการเชิญหุ่นละครโจหลุยส์ ที่อยู่ในพระอุปถัมภ์ฯ มาทำการแสดง อีกทั้งยังมีละครใน-นอก และในเวทีที่ 3.เป็นเวทีการแสดงของวงดุริยางค์สากล วงดนตรีคลาสสิก ที่พระองค์ทรงโปรด และทรงรับไว้ในพระอุปถัมภ์ฯ หลายต่อหลายวง มาทำการแสดง ซึ่งมหรสพในการออกพระเมรุจะมีขึ้นในวันถวายพระเพลิงตลอดทั้งคืนวันที่ 16 พฤศจิกายน 2551
       

       อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งในส่วนของมหรสพที่กล่าวมานี้ต้องนำขึ้นกราบบังคมทูล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงพระราชวินิจฉัยอีกครั้ง
       
       “การแสดงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้โดยวิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร ซึ่งปัจจุบันนี้จะเห็นว่าหลายๆ สถาบันได้อนุรักษ์สิ่งเหล่านี้ไว้เป็นอย่างดี สิ่งที่พยายามจะทำคือการรักษาสิ่งที่มีอยู่นี้ไม่ให้หายไปอีก การจะรักษาไว้นั้นไม่ใช่เพียงแค่นำมาซ้อม แต่การอนุรักษ์คือการสร้างผู้ชม ไม่ใช่สร้างผู้เล่นเพียงอย่างเดียว จึงอยากให้เกิดผู้ชมกลุ่มใหม่ๆ ที่จะหันมาสนใจศิลปวัฒนธรรมไทย และอยากเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมงาน เพราะงานนี้เหล่าพสกนิกรทุกหมู่เหล่า จะได้แสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ ที่ทรงสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างมหาศาล นอกจากนี้จะได้เห็นถึงจารีต ประเพณีต่างๆ ที่มีมาตั้งแต่อดีต ที่เป็นวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของไทย โดยจะสืบทอดไปยังรุ่นสู่รุ่น” อ.ประเมษฐ์ ฝากทิ้งท้าย

โดย ผู้จัดการออนไลน์



แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน