• อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-22
  • จำนวนเรื่อง : 172
  • จำนวนผู้ชม : 23412
  • จำนวนผู้โหวต : 42
  • ส่ง msg :
บ้านที่พัทยา

ขอเชิญแวะเที่ยวบ้านกันค่ะ มีผลไม้และดอกไม้ให้ได้ชมกัน

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



more
สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
2 คน
ท่องเที่ยว
1 คน
อาหาร
1 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
0 คน
ทั่วๆไป
0 คน
บ้านและสวน
0 คน
เกร็ดความรู้
0 คน
ช่องทางทำกิน
0 คน
สุขภาพความงาม
0 คน
ต่างประเทศ
1 คน

  โหวต 5 คน
วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม 2551
ล่องเรือเที่ยวตลาดบ้านใหม่-ไหว้องค์หลวงพ่อโสธร
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 99 , 14:07:07 น.   | หมวดหมู่ : ท่องเที่ยว  
พิมพ์หน้านี้


พระอุโบสถงดงามของวัดโสธรวรารามฯ
       อยู่ดีๆ เพื่อนขี้สงสัยก็ตั้งคำถามขึ้นมาเมื่อรู้ว่า "ผู้จัดการท่องเที่ยว" กำลังจะไปเยือนเมืองแปดริ้ว หรือจังหวัดฉะเชิงเทรา ว่า ทำไมต้องเป็น "แปดริ้ว" ทำไมไม่เป็นห้าริ้ว หกริ้ว แล้วริ้วที่ว่านั้นคือริ้วอะไร??
       
       จึงเป็นหน้าที่ของเพื่อนที่ดีที่ต้องอธิบายว่า แปดริ้วนั้น เป็นชื่อที่เรียกขานต่อๆกันมาถึงเมืองแห่งนี้ว่ามีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ในแม่น้ำมีปลานานาชนิดอยู่กันชุกชุม และปลาช่อนที่จับขึ้นมาได้นั้น เมื่อนำมาบั้งแล้วก็สามารถบั้งได้ถึง 8 ริ้วด้วยกัน แสดงว่าปลาช่อนสมัยนั้นตัวโตมาก ท่าทางน่าอร่อย ส่วนฉะเชิงเทราที่เป็นชื่อทางการนั้น ก็มาจากภาษาเขมร แปลว่าคลองลึก สรุปได้ว่าเมืองนี้ทั้งมีคลองลึกทั้งมีปลาตัวใหญ่อยู่ในคลองเลยทีเดียว
       
       ไหนๆ เพื่อนก็แสดงความสงสัยออกมาแล้ว "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ก็เลยจัดการชักชวนให้มาเที่ยวเมืองแปดริ้วด้วยกันเสียเลย โดยแน่นอนว่าหากได้ไปเยือนฉะเชิงเทรา สถานที่ที่ต้องไม่พลาดที่จะไปเยือนก็คือ "วัดโสธรวราราม วรวิหาร" หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ "วัดหลวงพ่อโสธร" ที่ตอนนี้มีพระอุโบสถหลังใหม่เอี่ยมงดงามเป็นที่ชื่นชมของผู้ที่ได้พบเห็นเป็นอย่างมาก

พระพุทธรูปแบบจีนทำจากกระดาษในวัดจีนประชาสโมสร
       องค์หลวงพ่อโสธรนั้นถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรามานานแล้ว หากใครเคยอ่านตำนานประวัติของท่านก็คงจะทราบว่า องค์หลวงพ่อโสธรนั้นลอยน้ำมาจากทางเหนือพร้อมกับพระพี่น้องอีก 3 องค์ (บางตำนานก็ว่า 5 องค์) แล้วได้แสดงอภินิหารลอยขึ้นให้ประชาชนได้เห็นในหลายๆ คุ้งน้ำ แต่ก็ไม่มีใครสามารถนำพระพุทธรูปขึ้นมาจากน้ำได้ จากนั้นพระพุทธรูป 3 องค์ก็ได้ลอยแยกทางกันไป องค์หลวงพ่อโสธรนั้นได้ลอยมาที่หน้าวัดหงส์ หรือวัดโสธรวรารามฯ ในปัจจุบัน ชาวบ้านจึงทำพิธีอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัด กลายเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองแปดริ้วมาตั้งแต่บัดนั้น
       
       มาว่ากันถึงเรื่องพระอุโบสถของวัดโสธรฯ ที่กล่าวไปในตอนต้นแล้วว่างดงามนัก ก็เป็นพระอุโบสถหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อไม่กี่ปีมานี้ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริให้สร้างขึ้น หลังจากที่พระองค์ได้เสด็จมาทรงทำพิธีเวียนเทียนในวันวิสาขบูชาเมื่อปี พ.ศ.2509 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้เป็นองค์ประธานในการก่อสร้าง

บรรยากาศภายในตลาดบ้านใหม่
       ส่วนรูปแบบของพระอุโบสถวัดโสธรวรารามฯ นั้นก็เป็นแบบปราสาททรงไทยทำด้วยหินอ่อนจากอิตาลีทั้งหลัง มีหลังคาจตุรมุข ส่วนกลางพระอุโบสถมียอดมณฑป เป็นฉัตรทองคำแท้ 5 ชั้นด้วยกัน เฉพาะยอดมณฑปนี้ก็มีมูลค่าถึง 44 ล้านบาทเข้าไปแล้ว และมูลค่าโดยรวมของพระอุโบสถหลังนี้ก็ประมาณ 2,500 ล้านบาทเลยทีเดียว
       
       และศูนย์รวมความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนก็อยู่ภายในพระอุโบสถ ซึ่งก็คือหลวงพ่อโสธรนั่นเอง แต่พระพุทธรูปในพระอุโบสถนี้จะมีอยู่หลายองค์ด้วยกัน ก็ให้สังเกตองค์ที่อยู่ตรงกลาง และมีจีวรคลุมองค์ไว้ นั่นแหละคือองค์หลวงพ่อโสธร
       
       เมื่อได้สักการะหลวงพ่อโสธรเสร็จเรียบร้อย เก็บภาพมุมสวยๆ ในวัดเก็บไว้เป็นที่ระลึกแล้วก็อย่าเพิ่งรีบกลับ ลองเดินมาทางด้านหลังพระอุโบสถซึ่งจะมีท่าเรืออยู่ริมแม่น้ำบางปะกง เราจะลงเรือกันต่อเพื่อล่องชมวิวแม่น้ำบางปะกง และยังเป็นการเดินทางเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆต่อไปได้ด้วย โดยเรือจะออกเป็นรอบๆ ในวันเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์นี้ก็มีเรือออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่สายๆ จนบ่ายๆ เลยทีเดียว

ผู้คนมากมายมากราบไหว้หลวงพ่อโสธร
       บนเรือนอกจากจะได้รับลมเย็นๆ พร้อมชมวิวสองฝั่งแม่น้ำแล้ว ก็ยังมีมัคุเทศก์คอยชี้ชวนสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจให้เราฟังตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นอาคารไม้สักหลังใหญ่ที่สุดในฉะเชิงเทราที่ภายในมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ เก็บข้าวของเครื่องใช้ในสมัยรัชกาลที่ 5 ไว้ หรือจะเป็นตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ หรือปัจจุบันคือจวนผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาประทับแรมที่ตำหนักแห่งนี้ เรือยังแล่นผ่านศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและศาลหลักเมืองฉะเชิงเทรา ที่ภายในศาลมีเสาหลักเมืองอยู่ 2 เสาด้วยกัน
       
       เรือแล่นผ่านย่านการค้าเก่าแก่ในเมืองแปดริ้ว ผ่านวัด และผ่านโบสถ์ในศาสนาคริสต์ และผ่านเรือนแพซึ่งแสดงให้เห็นว่าในบริเวณนี้เคยเป็นแหล่งชุมชนในการค้าขายทางน้ำมาก่อน และเมื่อเรือลอดผ่านใต้ทางรถไฟ ก็เป็นสัญญาณว่าเรากำลังจะได้ลงไปยืดเส้นยืดสายและเดินเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง นั่นก็คือที่ “ตลาดบ้านใหม่” นั่นเอง

ห้องแถวไม้ได้บรรยากาศเก่าในตลาดบ้านใหม่
       แม้จะมีชื่อว่าตลาดบ้านใหม่ แต่หากนับอายุแล้วก็ถือเป็นตลาดห้องแถวริมน้ำที่เก่าแก่อายุกว่าร้อยปีมาแล้ว ในอดีตมีชุมชนชาวจีนมาอาศัยอยู่ที่นี่เป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขาย และเนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายใหญ่ เป็นจุดศูนย์กลางของการเดินทางทางน้ำ จึงทำให้เกิดเป็นตลาดบ้านใหม่ขึ้น
       
       แต่หลังจากที่มีถนนตัดผ่าน การคมนาคมทางน้ำลดความนิยมลงไป ลูกหลานในตลาดเติบโตขึ้นและออกไปทำงานต่างเมืองกันหมด ทำให้ตลาดบ้านใหม่กลายเป็นตลาดร้างอยู่กว่า 50 ปี จนได้มีการตั้งชมรมรักษ์ตลาดบ้านใหม่ขึ้นเพื่อฟื้นฟูตลาดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว รื้อฟื้นภาพตลาดห้องแถวริมน้ำเก่าๆ ที่เคยมีร้านกาแฟโบราณ ร้านอาหารอร่อยๆ ร้านขายขนมขายของเล่นสารพัดอย่าง ร้านขายของงานฝีมือของที่ระลึกน่ารักๆ จนทุกวันนี้ตลาดบ้านใหม่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต้องมาแวะชมเมื่อได้มาไหว้พระที่วัดหลวงพ่อโสธรฯ

เทพเจ้าไฉ่เซ่งเอี้ยที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้ในวัดจีนฯ
       เท่าที่ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" เห็น ตลาดบ้านใหม่ในวันนี้ยังคงมีกลิ่นอายของอดีตอยู่ค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นห้องแถวไม้ริมน้ำที่แม้จะเก่าแต่ก็ดูคลาสสิค มีศาลเจ้าเก่าแก่ที่อยู่คู่ตลาด ด้วยบรรยากาศเหล่านี้ ตลาดบ้านใหม่จึงถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครหลายเรื่อง เช่นละครเรื่องอยู่กับก๋ง เจ้าสัวสยาม นางนาค เป็นต้น แต่ข้าวของที่ขายกันวันนี้อาจถูกปรับเปลี่ยนให้ทันยุคทันสมัย โดยเน้นเป็นสินค้าประเภทอาหารและขนมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านกาแฟโบราณ ของกินเล่นอย่างขนมกุยช่ายแป้งบางแต่ไส้ในเพียบ ลูกชิ้นปลาแท้เคี้ยวเด้งในปาก น้ำตาลสดหวานหอมดื่มแก้กระหาย และอีกหลากหลายอาหารน่ากินสารพัด
       
       ร้านขายของเล่นโบราณก็ยังได้รับความนิยมจากลูกค้าที่หาซื้อไปสะสมหรือนำไปตกแต่งบ้านในมุมเก๋ๆ ร้านขายของที่ระลึก โปสการ์ด เสื้อยืดที่พิมพ์ลายหรือข้อความเกี่ยวกับตลาดบ้านใหม่ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน
       
       "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ก็ได้ทั้งชม ชิม ช้อป จนหนำใจ ถ่ายรูปบรรยากาศเก่าๆ ที่ยังหลงเหลือให้เห็นในตลาดมาเป็นที่ระลึกเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปยังอีกหนึ่งจุดหมายสุดท้ายของเส้นทางท่องเที่ยวในวันนี้ นั่นก็คือการไปไหว้พระกันที่ "วัดจีนประชาสโมสร" หรือ "วัดเล่งฮกยี่" ที่สามารถเดินเท้าจากตลาดบ้านใหม่ไปยังตัววัดได้เลย

เรือลำนี้ที่พาเราล่องแม่น้ำบางปะกง
       วัดเล่งฮกยี่นี้เป็นวัดในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ผู้สร้างคือหลวงจีนชกเฮ็ง ซึ่งเป็นศิษย์ของวัดมังกรกมลาวาสหรือวัดเล่งเน่ยยี่ในเยาวราช จึงถือว่าวัดเล่งฮกยี่เป็นวัดสาขาของวัดเล่งเน่ยยี่ก็ว่าได้ ส่วนชื่อวัดจีนประชาสโมสรนั้นก็เป็นชื่อพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 เมื่อพระองค์ได้เสด็จประพาสมณฑลปราจีนบุรี ความโดดเด่นของวัดแห่งนี้ก็อยู่ที่พระประธานองค์ใหญ่ 3 องค์ที่ตั้งอยู่ด้านใน และพระอรหันต์ 18 องค์ตั้งเป็นสองแถวด้านข้างพระประธาน มองเผินๆ อาจจะไม่เห็นความพิเศษ แต่ที่น่าทึ่งก็คือทั้งพระประธานและพระอรหันต์ที่เห็นอยู่นี้ ล้วนแล้วแต่ทำขึ้นจากกระดาษ หรือที่เรียกว่าเปเปอร์มาเช่ และมีอายุกว่า 100 ปีมาแล้ว
       
       ควันธูปตลบอบอวลด้านในทำให้รู้ว่ามีผู้ที่ศรัทธามากราบไหว้กันเป็นจำนวนมาก โดยภายในนั้นยังมีพระพุทธรูปและเทพเจ้าในนิกายมหายานอีกมากมาย รวมไปถึงยังมีระฆังใบใหญ่ น้ำหนักกว่า 1 ตัน ซึ่งมีเพียง 1 ใน 3 ใบของโลกที่รอบระฆังมีอักษรมหาปรัชญาปารมิตราสูตรถือกันว่าผู้ได้ใดตีระฆังก็เหมือนกับการได้สวดมนต์ แต่ที่ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" เห็นว่าทุกคนต้องมากราบไหว้แถมยังต้องทำท่าทางเหมือนทำพิธีอะไรสักอย่างก็คือที่หน้าองค์เทพเจ้าไฉ่เซ่งเอี้ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ซึ่งคนที่มาไหว้จะต้องใช้มือตบถุงเงินถุงทองขององค์เทพเจ้า แล้วลูบจากก้นถุงนั้นมาสู่กระเป๋าสตางค์ของตนเองที่เปิดอ้ารอไว้ จึงถึงบางอ้อว่านั่นเป็นการทำพิธีโกยเงินโกยทอง จึงไม่รีรอที่จะไปต่อแถวทำพิธีกับเขาบ้าง

เหมือนเวลาหยุดนิ่ง ที่ตลาดบ้านใหม่

       เมื่อได้ท่องเที่ยวตามเส้นทางเรียบร้อยแล้ว เรือก็พาเราย้อนกลับมาขึ้นฝั่งยังวัดหลวงพ่อโสธรฯ อีกครั้ง เป็นอันครบถ้วนตรงคอนเซ็ปต์เส้นทางสุขใจ เพราะได้ทั้งไหว้พระอิ่มใจ เที่ยวตลาดอิ่มท้อง และได้ของฝากคนทางบ้านอีกเพียบเลย
       
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       การล่องเรือแม่น้ำบางปะกงนี้ มีเส้นทางจากวัดโสธรฯ-ตลาดบ้านใหม่-วัดจีนประชาสโมสร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง มีมัคคุเทศก์บรรยายตลอดเส้นทาง ค่าบริการคนละ 100 บาท เด็กส่วนสูงต่ำกว่า 120 ซ.ม.ไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันจันทร์-ศุกร์มีเรือให้บริการสองรอบคือเวลา 12.00 และ 14.00 น. ส่วนวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์จะมีให้บริการเวลา 09.00, 10.00, 11.00, 12.00, 13.00, 14.00 และ 15.00 น. สอบถามรายละเอียดโทร.0-3851-4333, 08-9668-1726
       


โดยผู้จัดการออนไลน์


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
psty วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 14.36 น.
http://www.oknation.net/blog/prasityoo

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ ครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน