| บ้านที่พัทยา | ||
ขอเชิญแวะเที่ยวบ้านกันค่ะ มีผลไม้และดอกไม้ให้ได้ชมกัน |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||
พิมพ์หน้านี้
|
วิกฤตการเงินสหรัฐแพร่เชื้อลามไปธนาคารในยุโรป "อังกฤษ-เบลเยียม-ฝรั่งเศส"ต้องยื่นมืออุ้มแบงก์พาณิชย์หลายแห่ง ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่ง ฉุดหุ้นไทยรูดจ่อ 600 จุด ธปท.เตือนแนวโน้มดอกเบี้ยพุ่ง แบงก์ยื่น 5 ข้อคลังช่วยดูการเงิน วอนคุมเข้มเอกชนที่กู้บาทบอนด์หวังแปลงเป็นดอลลาร์ รักษาสภาพคล่อง ส.ส.มะกันเห็นชอบแผนกู้วิกฤตแล้ว
"บุช"ขอบคุณเชื่อกู้ความมั่นใจได้ หลังจากสภานิติบัญญัติบรรลุข้อตกลงร่างรัฐบัญญัติดังกล่าวแล้ว นายจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้กล่าวขอบคุณที่ได้รับความร่วมมือจากสมาชิกของทั้งสองพรรค และหวังว่าคองเกรสจะให้ความเห็นชอบร่างรัฐบัญญัติโดยเร็ว หากปราศจากมาตรการดังกล่าวเศรษฐกิจอเมริกันอาจหายนะ
นักเศรษฐศาสตร์เสียงแตกแผนกอบกู้ รายงานข่าวเปิดเผยว่า นักเศรษฐศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา มีความเห็นแตกต่างเกี่ยวกับแผนกอบกู้วิกฤตการเงิน โดยนายไบรอัน เบธูน นักเศรษฐศาสตร์ของโกลบอล อินไซต์ เห็นว่าร่างรัฐบัญญัติที่มีการแก้ไขรายละเอียดโดยฝ่ายนิติบัญญัติถือว่าเป็นการประนีประนอมที่มีเหตุผล เพราะนอกจากจะสามารถชุบชีวิตให้กับสถาบันการเงินได้แล้วยังมีมาตรการปกป้องผู้เสียภาษีชาวอเมริกันค่อนข้างมาก ด้านนายเดวิด ค็อค หัวหน้าด้านการลงทุนของคัมเบอร์แลนด์ แอดไวเซอร์ กล่าวว่า ตนชอบแผนดั้งเดิมที่กระทรวงการคลังเสนอมามากกว่า แต่เมื่อถูกแก้ไขออกมาเช่นนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะช่วยสถาบันการเงินให้ฟื้นตัวได้ เพราะหากมีการเข้มงวดและตรวจสอบมากเกินไปจะทำให้ตลาดมองในแง่ลบ ขณะที่นายอีธาน แฮร์ริส นักเศรษฐศาสตร์ของบาร์เคลย์ แคปิตอล ระบุว่า การที่ฝ่ายนิติบัญญัติใช้วิธีอนุมัติเงินเป็นงวดๆ เช่นนี้จะไม่ได้ผลในการแก้ปัญหา แทนที่จะสร้างความมั่นใจก็จะเป็นการทำลายความมั่นใจ ทางที่ดีควรต้องซื้อหนี้เสียก้อนใหญ่ออกไปจากระบบทีเดียวในช่วงเวลาที่แน่นอน
วันเดียวกันคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นชุดใหม่ภายใต้การนำของนายทาโร อาโสะ ได้เห็นชอบงบประมาณฉุกเฉินวงเงิน 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวในไตรมาสที่ 2 แผนดังกล่าวครอบคลุมการช่วยเหลือผู้บริโภค บริษัทเอกชนและชาวนาเพื่อบรรเทาภาระที่เกิดจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงและวิกฤตจากตลาดการเงินสหรัฐ
วิกฤตลามแบงก์ยุโรป-ธ.มะกันจ่อล้มอีก
ขณะที่สื่อของเยอรมนี รายงานว่า ธนาคารไฮโป เรียลเอสเตท (เอชอาร์อี) ของเยอรมนี ได้รับความช่วยเหลือสภาพคล่องจากกลุ่มธนาคารในเยอรมนี ตามที่เอชอาร์อีร้องขอ หลังจากวิกฤตการเงินในสหรัฐส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดเหือดหาย
สำหรับธนาคารรายล่าสุดในสหรัฐที่ส่อเค้าว่าจะเป็นเหยื่อรายล่าสุดจากวิกฤตซับไพรม์ ก็คือธนาคารวาโชเวีย โดยมีรายงานว่า อาจขายกิจการให้กับซิตี้กรุ๊ปหรือไม่ก็เวลส์ ฟาร์โก
หุ้นเอเชียร่วงไม่มั่นใจแผนมะกัน แม้ส.ส.และส.ว.สหรัฐ จะบรรลุข้อตกลงแผนกู้วิกฤตการเงินได้แล้ว แต่ไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับตลาดหุ้นเอเชียได้ ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียลดลง อาทิหั่งเส็งของฮ่องกงลดลง 801.41 หรือ 4.3 % เนื่องจากธนาคารเอชเอสบีซีขึ้นดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 0.5 % หลังจากสภาพคล่องในตลาดตึงตัว ดัชนีนิคเกอิของญี่ปุ่น ลดลง 149.55 จุดหรือ 1.26 % ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับสถาบันการเงินในยุโรปหลายแห่งที่ประสบปัญหาลักษณะเดียวกับสหรัฐ เกาหลีใต้ลดลง 19.97 จุด หรือ 1.35 % ส่วนตลาดหุ้นในยุโรปเปิดตลาดลดลงเช่นกันหลังจากธนาคารในยุโรป เช่นในอังกฤษ เบลเยี่ยม เกิดปัญหา หุ้นไทยรูดตามจ่อหลุด600จุด
น้ำมันร่วงเหลือ103เหรียญ
ส่วนราคาน้ำมันดิบไลต์สวีท ซื้อขายในเอเชียวันที่ 29 กันยายน ลดลง 3.73 ดอลลาร์ไปอยู่ที่ 103.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากเกรงว่าเศรษฐกิจโลกจะชลอตัวยาวนานเป็นวงกว้างแม้ว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติสหรัฐ ได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติกู้วิกฤตสหรัฐแล้วก็ตาม นอกจากนี้ยังเป็นเพราะค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้นซึ่งเป็นผลจากการที่ค่าเงินยูโรอ่อนลงอันสืบเนื่องมาจากปัญหาสถาบันการเงินที่ลุกลามไปในยุโรป "สุชาติ"ถกแบงก์ดูแลการเงิน นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทย เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี โดยมีนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง นางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ประธานสมาคมธนาคารไทย นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย นายชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย นายพีรศิลป์ ศุภผลศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย สมาชิกอีกกว่า 20 รายเข้าร่วม
นายสุชาติ แถลงภายหลังการประชุมว่า รัฐบาลพร้อมที่จะรับข้อเสนอของสมาคมธนาคารไทยทั้ง 5 ข้อ ที่ขอให้รัฐบาลช่วยดูแลภาคการเงินเป็นกรณีพิเศษ แต่ยังระบุไม่ได้ชัดเจนว่าจะดำเนินมาตรการใดเป็นอันดับแรก เพราะต้องรอให้รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 8-9 ตุลาคม 2551 ก่อน อย่างไรก็ตาม จากการหารือครั้งนี้ธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์จะดูแลสภาพคล่องของลูกค้าอย่างดีไม่ให้มีผลกระทบใดๆ เกิดขึ้น แต่การหารือครั้งนั้ไม่มีการพูดถุงผลกระทบวิกฤตการณ์การเงินในสหรัฐ
แบงก์ยื่น5ข้อเสนอช่วยสภาพคล่อง นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ทางสมาคมฯได้ยื่นข้อเสนอ 5 ข้อ คือ 1. ให้เร่งการลงทุนภาครัฐเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน เพราะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจให้เพิ่มขึ้น
2.กระทรวงการคลังต้องดูแลสภาพคล่องในประเทศไทย โดยเฉพาะการออกหุ้นกู้สกุลเงินบาทของเอกชนที่มีการแปลงกลับไปเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ กระทรวงการคลังต้องดูแลควบคุมไม่ให้ทำได้ง่ายเกินไป เพราะจะกระทบต่อสภาพคล่องในอนาคต เนื่องจากสภาพคล่องของโลกแล้วเริ่มหดหายไปบ้างแล้ว ขณะที่ประเทศไทยยังมีสภาพคล่องอยู่สมควรต้องรักษาเอาๆไว้
3.ยกเว้นภาษีในการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งทำระยะสั้นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ควรยกเว้นให้เป็นเรื่องปกติ 4. ขอให้คลังปล่อยสินเชื่อเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ(ซอฟต์โลน) แทนธปท.ที่ได้ปรับกฎหมายทำให้ไม่สามารถใช้เงินจากธปท. 5. ออกกฏหมายหลักประกันสินทรัพย์ เพื่อให้ผู้ขอสินเชื่อสามารถนำสินทรัพย์คงคลังมาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ลูกค้าขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)ให้สามารถขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ธปท.ชี้แบงก์ไทยลงทุนทรัพย์สินตปท.น้อย นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนา "ทิศทางเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยกับวิกฤตการเงินสหรัฐฯ ว่า ผลกระทบจากวิกฤตทางการเงินของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อธนาคารพาณิชย์ไทยน้อยมาก เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ไทยมีการลงทุนในทรัพย์สินต่างประเทศน้อย เพียง 1.3% ของสินทรัพย์รวม เพราะสินทรัพย์ส่วนใหญ่จะใช้ในการปล่อยสินเชื่อ เพราะการลงทุนในประเทศยังให้ผลตอบแทนที่ดี โดยจะเห็นว่าสินเชื่อขยายตัวถึง 10% ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ระมัดระวังมากขึ้น รวมถึงการไม่คุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ จึงไม่จูงใจให้มีการลงทุน นายบัณฑิตกล่าวว่า ธปท.จะต้องติดตามดูสภาพคล่องในระบบอย่างใกล้ชิด แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีปัญหา แต่ก็อาจจะตึงตัวได้ในอนาคตตามตลาดการเงินโลกที่ตัวตังขึ้น จากดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการที่เคยกู้เงินต่างประเทศจะหันมากู้เงินในประเทศแทน ซึ่งจะทำให้สภาพคล่องลดลง เมื่อรวมกับความต้องการใช้สภาพคล่องของกิจกรรมทางเศรษฐกิจแอยู่แล้ว แต่ธนาคารพาณิชย์ได้ปรับตัวในเรื่องนี้ และเริ่มเห็นการแข่งขันการระดมเงินฝาก ซึ่งจะทำให้แนวโน้มดอกเบี้ยเงินฝากจะปรับเพิ่มขึ้นได้
สำหรับประเด็นการอัดฉีดเงินเข้าระบบของสหรัฐฯ 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ นายบัณฑิตกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดีเนื่องจากจะทำให้ตลาดมีความมั่นใจว่าปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ทำให้โอกาสที่จะเห็นตลาดกลับมาเป็นปกติมีมากขึ้น แต่ก็ต้องมีการติดตามดูมาตรการต่างๆ ว่าจะออกมาเร็วแค่ไหน เพราะมาตรการต่างๆ ต้องใช้เวลาพอสมควร การแก้ปัญหายังต้องระมัดระวัง รวมถึงการลุกลามไปยังประเทศอื่นก็ต้องมีความระมัดระวัง ซึ่งในส่วนของประเทศไทยเองก็ต้องดูแลไม่ให้ปัญหาเหล่านั้นมากระทบ
ซับไพร์มทำตลาดอสังหาฯสั่นทั้งระบบทั่วโลก
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด(มหาชน) และนายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดจากวิกฤติซับไพรม์ถือว่ารุนแรงที่สุด จากช่วง 1 ปีที่เกิดปัญหาซับไพรม์มีการบันทึกความเสียหายแล้ว 5.57 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นความเสียหายในสหรัฐประมาณ 2.98 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ความเสียหายในยุโรป 2.34 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนผลกระทบในเอเชียมีประมาณ 2.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นยังไม่ถึงที่สุด มีการประเมินว่าจะมีความเสียหายจนจบปัญหาสูงถึง 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งขณะนี้ความเสียหายก็มาถึงเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น
ส่งออก น่าห่วงคนชะลออุปโภค-บริโภค
ต้องติดตามดูว่า ภาคการส่งออกจะไปได้ดีแค่ไหน ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐ และตลาดใหม่ในเอเชียจะสามารถรองรับตลาดใหม่ได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งธนาคารพาณิชย์คงต้องมีการระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการส่งออก ที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในสหรัฐนายอดิศรกล่าว
นายอดิศรกล่าวว่า สำหรับสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์นั้น ไม่มีปัญหา แม้ว่าที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ได้มีการระดมเงินฝากจำนวนมาก เฉพาะเดือนสิงหาคม ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 3-4 แห่งมีการระดมเงินฝากไปแล้ว 1 แสนล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เกิดคำถามว่าธนาคารพาณิชย์มีปัญหาสภาพคล่องหรือไม่ ซึ่งความจริงแล้วก็เป็นการระดมเงินฝากตามสภาพตลาด ที่อัตราการปล่อยสินเชื่อมีการขยายตัวประมาณ 10% สัดส่วนการปล่อนสินเชื่อต่อเงินฝากของธนาคารขนาดใหญ่ปรับขึ้นอยู่ในประดับ 90% ธนาคารขนาดกลางบางแห่งแตะ 100%
เมกกะโปรเจกต์รัฐ ช่วยกระตุ้นสินเชื่อ
ส่วนแนวโน้มในปีหน้านั้น การปล่อยสินเชื่อน่าจะโตได้พอๆ กับปีนี้ การลงทุนของภาครัฐจะเข้ามาเป็นตัวกระตุ้นให้สินเชื่อสูงขึ้น ขณะเดียวกันหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะปิโตรเคมีก็โครงการที่จะลงทุนในแผนจำนวนมาก การขอสินเชื่อก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตามในส่วนของการส่งออกน่าจะโตได้ไม่มาก จากเศรษฐกิจสหรัฐที่ปรับลดลง ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับดีมานด์และซัพพลายของสินเชื่อ ซึ่งแนวโน้มดอกเบี้ยคงจะไม่ปรับลดลง แต่ไม่อยากบอกว่าจะปรับขึ้น และปรับขึ้นเท่าใด
มติชนออนไลน์ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1222692548&grpid=04&catid=06 |