• อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-22
  • จำนวนเรื่อง : 251
  • จำนวนผู้ชม : 43956
  • จำนวนผู้โหวต : 58
  • ส่ง msg :
บ้านที่พัทยา

ขอเชิญแวะเที่ยวบ้านกันค่ะ มีผลไม้และดอกไม้ให้ได้ชมกัน

View All
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
2 คน
ท่องเที่ยว
1 คน
อาหาร
1 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
0 คน
ทั่วๆไป
0 คน
บ้านและสวน
1 คน
เกร็ดความรู้
0 คน
ช่องทางทำกิน
0 คน
สุขภาพความงาม
0 คน
ต่างประเทศ
1 คน

  โหวต 6 คน
วันอังคาร ที่ 30 กันยายน 2551
ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่ง ฉุดหุ้นไทยหลุด600 จุด วิกฤตสหรัฐทำแบงก์ยุโรปง่อนแง่น แบงก์ยื่น 5 ข้อคลังช่วยดูแล
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 121 , 22:59:09 น.   | หมวดหมู่ : ทั่วไป  
พิมพ์หน้านี้


วิกฤตการเงินสหรัฐแพร่เชื้อลามไปธนาคารในยุโรป "อังกฤษ-เบลเยียม-ฝรั่งเศส"ต้องยื่นมืออุ้มแบงก์พาณิชย์หลายแห่ง ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่ง ฉุดหุ้นไทยรูดจ่อ 600 จุด ธปท.เตือนแนวโน้มดอกเบี้ยพุ่ง แบงก์ยื่น 5 ข้อคลังช่วยดูการเงิน วอนคุมเข้มเอกชนที่กู้บาทบอนด์หวังแปลงเป็นดอลลาร์ รักษาสภาพคล่อง

ส.ส.มะกันเห็นชอบแผนกู้วิกฤตแล้ว
 
เมื่อวันที่ 29 กันยายน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า หลังจากเจรจากันมา 9 วัน ในที่สุดวันที่ 28 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา สมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐอเมริกา สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับร่างรัฐบัญญัติเพื่อแก้ไขวิกฤตสถาบันการเงินสหรัฐอเมริกา โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติได้แก้ไขปรับปรุงรายละเอียดต่างไปจากร่างเดิมที่กระทรวงการคลังเสนอมา ร่างรัฐบัญญัติดังกล่าวมีความยาว 110 หน้า ใช้ชื่อว่าร่างร่างรัฐบัญญัติฉุกเฉินเพื่อสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจ คศ. 2008 สาระสำคัญคือเห็นชอบในหลักการให้กระทรวงการคลังสามารถใช้เงินได้ถึง 7 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 23.8 ล้านล้านบาท) เข้าซื้อหนี้เสียของสถาบันการเงิน แต่เบื้องต้นนี้จะอนุมัติเพียง 3.5 แสนล้านดอลลาร์ ( 11.9 ล้านล้านบาท) ก่อน และแบ่งเป็น 2 ก้อน โดยก้อนแรกจะให้ทันที 2.5 แสนล้านดอลลาร์ ส่วนอีก 1 แสนล้านดอลลาร์จะอนุมัติเมื่อประธานาธิบดีสหรัฐทำการรับรองมาว่ามีความจำเป็นต้องใช้ ส่วนที่เหลืออีก 3.5 แสนล้านดอลลาร์นั้นรัฐบาลจะต้องทำเรื่องขอความเห็นชอบมายังคองเกรสใหม่แยกต่างหากอีกครั้ง โดยจะนำร่างเข้าสู่การลงคะแนนเห็นชอบในสภาผู้แทนราษฏรในวันที่ 29 กันยายน จากนั้นนำเข้าสู่การลงคะแนนของวุฒิสภาในวันพุธที่ 1 ตุลาคม
 
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ร่างร่างรัฐบัญญัติดังกล่าวนอกจากอนุมัติให้กระทรวงการคลังเข้าซื้อหนี้เสียของสถาบันการเงินแล้ว ยังมีมาตรการปกป้องไม่ให้ผู้ซื้อบ้านถูกยึดบ้าน อีกทั้งกำหนดให้มีการตั้งหน่วยงานขึ้นมา 4 หน่วยงานเพื่อทำหน้าที่ควบคุมตรวจสอบการดำเนินการของกระทรวงการคลังเพื่อให้เกิดความโปร่งใส โดยจะมีการตั้งผู้ตรวจสอบอิสระขึ้นมาติดตามการทำงานของกระทรวงการคลัง

 

 "บุช"ขอบคุณเชื่อกู้ความมั่นใจได้

หลังจากสภานิติบัญญัติบรรลุข้อตกลงร่างรัฐบัญญัติดังกล่าวแล้ว นายจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้กล่าวขอบคุณที่ได้รับความร่วมมือจากสมาชิกของทั้งสองพรรค และหวังว่าคองเกรสจะให้ความเห็นชอบร่างรัฐบัญญัติโดยเร็ว หากปราศจากมาตรการดังกล่าวเศรษฐกิจอเมริกันอาจหายนะ

 


นายเฮนรี่ พอลสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวแสดงความยินดีที่สภานิติบัญญัติบรรลุข้อตกลง พร้อมกับระบุว่าความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วของฝ่ายค้านและรัฐบาลครั้งนี้จะเป็นการส่งสัญญาณที่ดีไปยังทั่วโลก และมั่นใจว่าร่างรัฐบัญญัติตินี้จะช่วยให้สถาบันการเงินสามารถปล่อยสินเชื่อสู่ตลาดและสร้างงาน

 

นักเศรษฐศาสตร์เสียงแตกแผนกอบกู้  

รายงานข่าวเปิดเผยว่า นักเศรษฐศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา มีความเห็นแตกต่างเกี่ยวกับแผนกอบกู้วิกฤตการเงิน โดยนายไบรอัน เบธูน นักเศรษฐศาสตร์ของโกลบอล อินไซต์ เห็นว่าร่างรัฐบัญญัติที่มีการแก้ไขรายละเอียดโดยฝ่ายนิติบัญญัติถือว่าเป็นการประนีประนอมที่มีเหตุผล เพราะนอกจากจะสามารถชุบชีวิตให้กับสถาบันการเงินได้แล้วยังมีมาตรการปกป้องผู้เสียภาษีชาวอเมริกันค่อนข้างมาก

ด้านนายเดวิด ค็อค หัวหน้าด้านการลงทุนของคัมเบอร์แลนด์ แอดไวเซอร์ กล่าวว่า ตนชอบแผนดั้งเดิมที่กระทรวงการคลังเสนอมามากกว่า แต่เมื่อถูกแก้ไขออกมาเช่นนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะช่วยสถาบันการเงินให้ฟื้นตัวได้ เพราะหากมีการเข้มงวดและตรวจสอบมากเกินไปจะทำให้ตลาดมองในแง่ลบ ขณะที่นายอีธาน แฮร์ริส นักเศรษฐศาสตร์ของบาร์เคลย์ แคปิตอล ระบุว่า การที่ฝ่ายนิติบัญญัติใช้วิธีอนุมัติเงินเป็นงวดๆ เช่นนี้จะไม่ได้ผลในการแก้ปัญหา แทนที่จะสร้างความมั่นใจก็จะเป็นการทำลายความมั่นใจ ทางที่ดีควรต้องซื้อหนี้เสียก้อนใหญ่ออกไปจากระบบทีเดียวในช่วงเวลาที่แน่นอน

 


ญี่ปุ่นอัดฉีดครั้งที่9อีก6แสนล.
 
เอเอฟพีรายงานว่าเมื่อวันที่ 29 กันยายน ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ได้อัดฉีดเงินเข้าสู่ตลาด 1.9 ล้านล้านเยน (ประมาณ 6.05 แสนล้านบาท) ในตลาดเงินเพื่อป้องกันสภาพคล่องตึงตัว นับเป็นครั้งที่ 9 แล้วที่บีโอเจอัดฉีดเงินเข้าตลาด เนื่องจากยังไม่มั่นใจว่ามาตรการกู้วิกฤตที่กำลังรอการอนุมัติจากคองเกรสจะสามารถหยุดยั้งวิกฤตการเงินสหรัฐได้หรือไม่

 

วันเดียวกันคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นชุดใหม่ภายใต้การนำของนายทาโร อาโสะ ได้เห็นชอบงบประมาณฉุกเฉินวงเงิน 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวในไตรมาสที่ 2 แผนดังกล่าวครอบคลุมการช่วยเหลือผู้บริโภค บริษัทเอกชนและชาวนาเพื่อบรรเทาภาระที่เกิดจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงและวิกฤตจากตลาดการเงินสหรัฐ

 

 

 

วิกฤตลามแบงก์ยุโรป-ธ.มะกันจ่อล้มอีก
 
รายงานข่าวเปิดเผยว่า วิกฤตการเงินสหรัฐได้แพร่เชื้อไปยังธนาคารในยุโรป โดยล่าสุดกระทรวงการคลังอังกฤษประกาศว่าได้ยึดธนาคารแบรดฟอร์ด แอนด์ บิงลีย์ (B&B) มาเป็นของรัฐบาลแล้ว ขณะที่ทรัพย์สินที่ดีที่สุดของธนาคารจะถูกขายให้กับธนาคารแซนแทนเดอร์ของสเปน ในราคา 612 ล้านปอนด์ (ประมาณ  3.9 หมื่นล้านบาท) นับเป็นธนาคารแห่งที่สองของอังกฤษที่ถูกยึดเป็นของรัฐต่อจากธนาคารนอร์ธเทิร์น ร็อค
 
ด้านธนาคารฟอร์ติส ของเบลเยี่ยม-เนเธอร์แลนด์ ที่มีปัญหาสภาพคล่องนั้น ล่าสุดรัฐมนตรีคลังของเบลเยี่ยม เปิดเผยว่า ฟอร์ติสจะถูกทำให้เป็นกึ่งธนาคารของรัฐเพื่อแก้ปัญหาชั่วคราว โดยความร่วมมือของประเทศกลุ่มเบเนลักซ์ ซึ่งได้แก่ เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก ในการเข้าถือหุ้นฟอร์ติสและอัดฉีดเงินช่วยเหลือรวม 1.12 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 5.6แสนล้านบาท) และยอมรับว่าธนาคารไอเอ็นจีจากเนเธอร์แลนด์และบีเอ็นพีพาริบาส์ของฝรั่งเศส แสดงความสนใจจะเข้าซื้อต่อ

 

ขณะที่สื่อของเยอรมนี รายงานว่า ธนาคารไฮโป เรียลเอสเตท (เอชอาร์อี) ของเยอรมนี ได้รับความช่วยเหลือสภาพคล่องจากกลุ่มธนาคารในเยอรมนี ตามที่เอชอาร์อีร้องขอ หลังจากวิกฤตการเงินในสหรัฐส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดเหือดหาย

  

สำหรับธนาคารรายล่าสุดในสหรัฐที่ส่อเค้าว่าจะเป็นเหยื่อรายล่าสุดจากวิกฤตซับไพรม์ ก็คือธนาคารวาโชเวีย โดยมีรายงานว่า อาจขายกิจการให้กับซิตี้กรุ๊ปหรือไม่ก็เวลส์ ฟาร์โก

 

 หุ้นเอเชียร่วงไม่มั่นใจแผนมะกัน

 แม้ส.ส.และส.ว.สหรัฐ จะบรรลุข้อตกลงแผนกู้วิกฤตการเงินได้แล้ว แต่ไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับตลาดหุ้นเอเชียได้ ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียลดลง อาทิหั่งเส็งของฮ่องกงลดลง 801.41 หรือ 4.3 % เนื่องจากธนาคารเอชเอสบีซีขึ้นดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 0.5 % หลังจากสภาพคล่องในตลาดตึงตัว ดัชนีนิคเกอิของญี่ปุ่น ลดลง 149.55 จุดหรือ 1.26 % ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับสถาบันการเงินในยุโรปหลายแห่งที่ประสบปัญหาลักษณะเดียวกับสหรัฐ เกาหลีใต้ลดลง 19.97 จุด หรือ 1.35 % ส่วนตลาดหุ้นในยุโรปเปิดตลาดลดลงเช่นกันหลังจากธนาคารในยุโรป เช่นในอังกฤษ เบลเยี่ยม เกิดปัญหา

 หุ้นไทยรูดตามจ่อหลุด600จุด
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภารวะการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 29 กันยายน ดัชนีปรับลดลงแรงในช่วงบ่ายหลังรับทราบข่าววิกฤติการเงินในสหรัฐอเมริกาส่งผลกระทบไปยังสถาบันการเงินในยุโรป โดยระหว่างวันดัชนีปรับลดลงต่ำสุดหลุดระดับ 600 อยู่ที่ 598.59 ลดลง  20.28 จุด ก่อนปิดตลาดที่ระดับ  601.29 ลดลง 17.68 จุด หรือ 2.86% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 10,050.31 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างประเทศยังคงขายสุทธิ 1,303.84 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 425.47 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 878.37 ล้านบาท

 

 น้ำมันร่วงเหลือ103เหรียญ

 

  ส่วนราคาน้ำมันดิบไลต์สวีท ซื้อขายในเอเชียวันที่ 29 กันยายน ลดลง 3.73 ดอลลาร์ไปอยู่ที่ 103.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากเกรงว่าเศรษฐกิจโลกจะชลอตัวยาวนานเป็นวงกว้างแม้ว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติสหรัฐ ได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติกู้วิกฤตสหรัฐแล้วก็ตาม นอกจากนี้ยังเป็นเพราะค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้นซึ่งเป็นผลจากการที่ค่าเงินยูโรอ่อนลงอันสืบเนื่องมาจากปัญหาสถาบันการเงินที่ลุกลามไปในยุโรป

 "สุชาติ"ถกแบงก์ดูแลการเงิน

 นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทย เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินของประเทศไทยในปัจจุบัน  ที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี  โดยมีนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง นางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ประธานสมาคมธนาคารไทย นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย นายชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ  นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย นายพีรศิลป์ ศุภผลศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย สมาชิกอีกกว่า 20 รายเข้าร่วม

 

 นายสุชาติ แถลงภายหลังการประชุมว่า รัฐบาลพร้อมที่จะรับข้อเสนอของสมาคมธนาคารไทยทั้ง 5 ข้อ ที่ขอให้รัฐบาลช่วยดูแลภาคการเงินเป็นกรณีพิเศษ แต่ยังระบุไม่ได้ชัดเจนว่าจะดำเนินมาตรการใดเป็นอันดับแรก เพราะต้องรอให้รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 8-9 ตุลาคม 2551 ก่อน อย่างไรก็ตาม จากการหารือครั้งนี้ธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์จะดูแลสภาพคล่องของลูกค้าอย่างดีไม่ให้มีผลกระทบใดๆ เกิดขึ้น แต่การหารือครั้งนั้ไม่มีการพูดถุงผลกระทบวิกฤตการณ์การเงินในสหรัฐ
 
นายสุชาติกล่าวว่า จะเสนอชื่อนายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีคลัง และนางสาวภูวนิดา คุนผลิน เป็นเลขานุการรัฐมนตรีคลัง

 

แบงก์ยื่น5ข้อเสนอช่วยสภาพคล่อง

 นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ทางสมาคมฯได้ยื่นข้อเสนอ 5 ข้อ คือ 1. ให้เร่งการลงทุนภาครัฐเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน เพราะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจให้เพิ่มขึ้น

 

 2.กระทรวงการคลังต้องดูแลสภาพคล่องในประเทศไทย โดยเฉพาะการออกหุ้นกู้สกุลเงินบาทของเอกชนที่มีการแปลงกลับไปเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ กระทรวงการคลังต้องดูแลควบคุมไม่ให้ทำได้ง่ายเกินไป เพราะจะกระทบต่อสภาพคล่องในอนาคต เนื่องจากสภาพคล่องของโลกแล้วเริ่มหดหายไปบ้างแล้ว ขณะที่ประเทศไทยยังมีสภาพคล่องอยู่สมควรต้องรักษาเอาๆไว้

 

 3.ยกเว้นภาษีในการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งทำระยะสั้นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ควรยกเว้นให้เป็นเรื่องปกติ 4. ขอให้คลังปล่อยสินเชื่อเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ(ซอฟต์โลน) แทนธปท.ที่ได้ปรับกฎหมายทำให้ไม่สามารถใช้เงินจากธปท. 5. ออกกฏหมายหลักประกันสินทรัพย์ เพื่อให้ผู้ขอสินเชื่อสามารถนำสินทรัพย์คงคลังมาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ลูกค้าขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)ให้สามารถขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
 
“เราเป็นห่วงเรื่องสภาพคล่องของประเทศ แม้เรายังไม่มีปัญหา แต่เมื่อดูในหลายๆประเทศในโลกแล้วล้วนมีปัญหากันหมด ขณะที่ไทยดุลการค้าเริ่มติดลบ จึงอยากเสนอให้หามาตรการช่วยเหลือ” นายอภิศักดิ์กล่าว
 
นายประสาร กล่าวว่า ระบบขณะนี้มีสภาพคล่องประมาณ 4 -5 แสนล้านบาท ซึ่งธปทได้รักษาสภาพคล่องอยู่ตลอด การที่ทางธปท.จะทยอยออกพันธบัตรให้ถี่และมีมูลค่าน้อยลงแสดงให้เห็นว่าธปท.เข้าใจปัญหาและต้องการรักษาสมดุล นอกจากนี้ภาครัฐยังต้องดูแลการออกหุ้นกู้เงินบาทของเอกชนและต้องมีความชัดเจนและจริงจัง

 ธปท.ชี้แบงก์ไทยลงทุนทรัพย์สินตปท.น้อย

 นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนา "ทิศทางเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยกับวิกฤตการเงินสหรัฐฯ” ว่า ผลกระทบจากวิกฤตทางการเงินของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อธนาคารพาณิชย์ไทยน้อยมาก เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ไทยมีการลงทุนในทรัพย์สินต่างประเทศน้อย เพียง 1.3% ของสินทรัพย์รวม เพราะสินทรัพย์ส่วนใหญ่จะใช้ในการปล่อยสินเชื่อ เพราะการลงทุนในประเทศยังให้ผลตอบแทนที่ดี โดยจะเห็นว่าสินเชื่อขยายตัวถึง 10% ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ระมัดระวังมากขึ้น รวมถึงการไม่คุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ จึงไม่จูงใจให้มีการลงทุน

นายบัณฑิตกล่าวว่า ธปท.จะต้องติดตามดูสภาพคล่องในระบบอย่างใกล้ชิด แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีปัญหา  แต่ก็อาจจะตึงตัวได้ในอนาคตตามตลาดการเงินโลกที่ตัวตังขึ้น จากดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการที่เคยกู้เงินต่างประเทศจะหันมากู้เงินในประเทศแทน ซึ่งจะทำให้สภาพคล่องลดลง  เมื่อรวมกับความต้องการใช้สภาพคล่องของกิจกรรมทางเศรษฐกิจแอยู่แล้ว แต่ธนาคารพาณิชย์ได้ปรับตัวในเรื่องนี้ และเริ่มเห็นการแข่งขันการระดมเงินฝาก ซึ่งจะทำให้แนวโน้มดอกเบี้ยเงินฝากจะปรับเพิ่มขึ้นได้
 
มะกันลงมติอัดฉีดเงิน ช่วยให้ตลาดมั่นใจ

 

 สำหรับประเด็นการอัดฉีดเงินเข้าระบบของสหรัฐฯ 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ นายบัณฑิตกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดีเนื่องจากจะทำให้ตลาดมีความมั่นใจว่าปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ทำให้โอกาสที่จะเห็นตลาดกลับมาเป็นปกติมีมากขึ้น แต่ก็ต้องมีการติดตามดูมาตรการต่างๆ ว่าจะออกมาเร็วแค่ไหน เพราะมาตรการต่างๆ ต้องใช้เวลาพอสมควร การแก้ปัญหายังต้องระมัดระวัง รวมถึงการลุกลามไปยังประเทศอื่นก็ต้องมีความระมัดระวัง ซึ่งในส่วนของประเทศไทยเองก็ต้องดูแลไม่ให้ปัญหาเหล่านั้นมากระทบ   

 


นายบัณฑิตกล่าวว่า การดูแลเศรษฐกิจไทยและระบบการเงินให้เข้มแข็งต่อเนื่อง จะสามารถต้านทานผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ ซึ่งเศรษฐกิจไทยยังมีพื้นฐานที่ดี เสถียรภาพต่างประเทศเข้มแข็งจากทุนสำรองทางการระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง หนี้ต่างประเทศต่ำ เกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูง ขณะที่กลไกเอกชนดีขึ้น จากการใช้กลไกราคาและกลไกตลาดม ทำให้ระบบเศรษฐกิจปรับตัวได้ ขณะที่ระบบธนาคารพาณิชย์ มีกำไรที่ดี หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ลดลงต่อเนื่อง สามารถรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้   

 

  ซับไพร์มทำตลาดอสังหาฯสั่นทั้งระบบทั่วโลก

 

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด(มหาชน) และนายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดจากวิกฤติซับไพรม์ถือว่ารุนแรงที่สุด จากช่วง 1 ปีที่เกิดปัญหาซับไพรม์มีการบันทึกความเสียหายแล้ว 5.57 แสนล้านเหรียญสหรัฐ  โดยเป็นความเสียหายในสหรัฐประมาณ 2.98 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ความเสียหายในยุโรป 2.34 แสนล้านเหรียญสหรัฐ  ส่วนผลกระทบในเอเชียมีประมาณ 2.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ   ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นยังไม่ถึงที่สุด มีการประเมินว่าจะมีความเสียหายจนจบปัญหาสูงถึง 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งขณะนี้ความเสียหายก็มาถึงเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น
 
“สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐกังวลในขณะนี้หากราคาสินทรัพย์ในตลาดสหรัฐปรับลดลงมากถึง 50% จากปัจจุบันที่ปรับลดลงไปแล้ว 30% อาจจะกระทบกับความสามารถในการชำระหนี้เงินกู้ หรือบัตรเครดิตของผู้บริโภครายเล็ก ที่มีอยู่ในระบบถึง 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐด้วย ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2551 ในสหรัฐคงจะติดลบ” นายก้องเกียรติกล่าว
 
นายก้องเกียรติกล่าวว่า สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรงนั้น คงมีไม่มาก เนื่องจากวาณิชธนกิจของไทยมีลักษณะแตกต่างจากสหรัฐ ที่มีการกู้เงินจำนวนมาก คิดเป็นสัดส่สนหนี้สินต่อทุน 20 เท่า ขณะที่ในประเทศไทยปล่อยกู้โดยใช้พื้นฐานเงินทุนของตัวเอง มีเงินลงทุนล้น ไม่ค่อยมีการกู้เงิน
 
ส่วนผลกระทบต่อตลาดหุ้น ที่นักลงทุนต่างชาติถอนเงินลงทุนออกไปนั้น ความจริงแล้วการถอนเงินลงทุนมีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมาในตลาดที่ไม่ใช่ตลาดหลัก เฉพาะปีนี้มีการถอนเงินไปแล้ว 1.2 แสนล้านบาท หรือประมาณ 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคยังถือว่าน้อยมา โดยเกาหลีใต้และญี่ปุ่นขายไปแล้ว 3.2 หมื่นล้านเหรียญ

 

 

 

ส่งออก น่าห่วงคนชะลออุปโภค-บริโภค
 
นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ สายผลิตภัณฑ์เงินฝากและการลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารพาณิชย์ในประเทศมีการทำธุรกิจต่างประเทศค่อนข้างน้อย จึงได้รับผลกระทบจากวิกฤติการเงินในสหรัฐน้อย ประมาณ 1-2% ของมูลค่าสินทรัพย์รวมเท่านั้น เพราะธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่เน้นการทำธุรกิจพื้นฐานมากกว่า อย่างไรก็ตามในระยะยาวสิ่งที่น่ากลัวคือ การชะลอตัวของการอุปโภคและบริโภคของสหรัฐ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนต่อจีดีพีสหรัฐสูงถึง 70% และต่อจีดีพีโลก 10-20% ซึ่งเป็นห่วงว่าจะกระทบกับการส่งออกของไทย ซึ่งต้องติดตามดูผลกระทบในช่วง 6- 12 เดือนข้างหน้า

 

 

 

“ต้องติดตามดูว่า ภาคการส่งออกจะไปได้ดีแค่ไหน ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐ และตลาดใหม่ในเอเชียจะสามารถรองรับตลาดใหม่ได้มากน้อยเพียงใด  ซึ่งธนาคารพาณิชย์คงต้องมีการระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการส่งออก ที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในสหรัฐ”นายอดิศรกล่าว

 

 

 

นายอดิศรกล่าวว่า สำหรับสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์นั้น ไม่มีปัญหา แม้ว่าที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ได้มีการระดมเงินฝากจำนวนมาก เฉพาะเดือนสิงหาคม ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 3-4 แห่งมีการระดมเงินฝากไปแล้ว 1 แสนล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างมีนัยสำคัญ  ทำให้เกิดคำถามว่าธนาคารพาณิชย์มีปัญหาสภาพคล่องหรือไม่ ซึ่งความจริงแล้วก็เป็นการระดมเงินฝากตามสภาพตลาด ที่อัตราการปล่อยสินเชื่อมีการขยายตัวประมาณ 10% สัดส่วนการปล่อนสินเชื่อต่อเงินฝากของธนาคารขนาดใหญ่ปรับขึ้นอยู่ในประดับ 90% ธนาคารขนาดกลางบางแห่งแตะ 100%

 

 

 

เมกกะโปรเจกต์รัฐ ช่วยกระตุ้นสินเชื่อ

 

 

 

ส่วนแนวโน้มในปีหน้านั้น การปล่อยสินเชื่อน่าจะโตได้พอๆ กับปีนี้ การลงทุนของภาครัฐจะเข้ามาเป็นตัวกระตุ้นให้สินเชื่อสูงขึ้น ขณะเดียวกันหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะปิโตรเคมีก็โครงการที่จะลงทุนในแผนจำนวนมาก การขอสินเชื่อก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย  อย่างไรก็ตามในส่วนของการส่งออกน่าจะโตได้ไม่มาก จากเศรษฐกิจสหรัฐที่ปรับลดลง ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับดีมานด์และซัพพลายของสินเชื่อ ซึ่งแนวโน้มดอกเบี้ยคงจะไม่ปรับลดลง แต่ไม่อยากบอกว่าจะปรับขึ้น และปรับขึ้นเท่าใด

 

 

 

 

 มติชนออนไลน์  http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1222692548&grpid=04&catid=06



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ธาตุดินน้ำลมไฟ วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 23.01 น.
http://www.oknation.net/blog/omikami

โลภมาก
ถึงเวลา
ลาภหาย
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน