พิมพ์หน้านี้
|
My thirty years in สำหรับวันนี้อาจจะเขียนไม่ต่อเนื่องจากตอนแรกเท่าไรนะคะ เพราะว่าจะตัดตอนจากเมื่อผู้เขียนเดินทางไปถึงสนามบินซานฟรานซิสโกอินเตอร์แนชั่นแนลเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๖๘ ขอข้ามมาเขียนเรื่องที่มีสมาชิกบางท่านสนใจถามไถ่ไปก่อน นั่นก็คือ มีผู้อยากเห็นภาพเมืองที่อยู่ และผู้คนที่อยู่ในเมืองนั้นรวมทั้งสังคมไทยที่นั่น ณ ปีนี้ คือ ค.ศ. ๒๐๐๘ เมืองที่ผู้เขียนอาศัยอยู้คือเมือง Hayward เป็นหนึ่งในTricities คือรวม Hayward, Fremont และ Union City เข้าไว้ด้วยกัน การเดินทาง เมือง Hayward เข้าไปซานฟรานซิสโก หากขับรถยนต์ไปจะใช้สะพานข้ามอ่าวไปได้ด้วยสะพานซานมาเทียว (ใช้เวลาสี่สิบนาที) สะพานเบย์บริดจ์ (ใช้เวลาเกือบชั่วโมง) หากจะใช้บริการสาธารณะ มีรถเมล์่ด่วน และมี รถไฟฟ้าที่เรียกว่าัBay Area Rapid Transit (BART) ซึ้งจะพาคุณผ่านอีสเบย์และลอดใต้อุโมงค์ใต้ทะัเลนำคุณไปลงสถานีแรกในซานฟรานที่ downtown การนั่งรถไฟฟ้าไปซานฟรานนี้ตอนนี้เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวมาซานฟรานไม่ควรพลาด วันหลังจะเล่าให้ฟังถึงค่ะ เมือง จะเห็นได้ว่ามีประชากรที่มีเชื้อสายสเปนอยู้แยะ พอๆกับคนเอเซีย ที่นี่มีคนไทยอยู่หลายสิบครอบครัว ไม่นับนักเรียนไทยซึ่งเรียนกันอยู่จำนวนไม่น้อยที่ มาดูราคาบ้านที่อยู่ในสภาพปานกลางจะเริ่มที่ประมาณ ห้าแสนเหรียญ ไปจนถึงล้านเหรียญ ส่วนราคาอพาร์ทเมนท์ที่อยู่ในสภาพดีๆก็เริ่มจาก แปดร้อยเหรียญไปจนถึงพันกว่าเหรียญ สำหรับคนไทยเรามีศูนย์รวมใจคือวัดไทยใหญ่ๆอยู่สามสี่วัด อาทิ วัดมงคลรัตนารามที่ครั้งแรกสร้างอยู่ที่เซาท์ซานฟราน และต่อมาย้ายมาที่เบอร์กเล่ย์ มีวัดพุทธานุสรณ์อยู่ที่เมืองฟรีมอนต์ และัวัดพุทธประทีปอยู่ที่ซานฟราน และมีสมาคมไทยแห่งคาลิฟอเนียร์ภาคเหนือ ที่เมืองเฮเวิร์ดนี้มีตลาดจีนให้จับจ่ายของใช้มาทำอาหารไทยหลายแห่งค่ะ มีผู้ถามมาว่าสมัยสามสิบปีที่แล้วมีร้านอาหารไทยหรือไม่ ตอบว่าไม่มีเลยค่ะ ตอนนั้นพวกเราคนไทยไปจ่ายของกันที่ไชน่าทาวน์ซานฟราน พวกเราต้องขับรถลงไปลอสแอนเจลิส ใช้เวลาหกชั่วโมงกว่าเพื่อไปหาอาหารไทยรับประทาน ซึ่งตอนนั้นมีเพียงหนึ่งหรือสองร้านเองค่ะ ส่วนเรื่องค่้าครองชีพในอเมริกานั้นตอนนี้ยิ่งสูงขึ้นทุกที ค่าแรงขั้นต่ำสุดในคาลิฟอเนียร์ตอนนี้ประมาณ แปดเหรียญ ค่าน้ำมัน ณ วันที่เขียนนี้แกลอนละสามเหรียญแปดสิบเซ็น แค่นี้คนก็ร้องกันจ๊ากแล้ว ข่าวว่าในเมืองซานฟรานแกลลอนละสี่เหรียญ ข้าวราดแกงร้านไทยจานละเจ็ดเหรียญ ไปร้านเวียดนามเพียงสี่เหรียญ ไปแมคดอนัลสี่เหรียญก็อิ่มแล้ว หากจะกินเสต๊กก็มีตั้งแต่สนนราคาแปดเหรียญไปจนยี่สิบเหรียญก็มี แต่นั่นหมายถึงมีทั้งซุป สลัด ขนมปังและเสต๊ก แต่ร้านไทยมีแค่ข้าวราดแกง หากสั่งอาลาคาร์ทคือแต่ละอย่างก็ไม่เห็นมีใครขายถูกกว่าออร์เดอร์ละห้าเหรียญเลย สรุปอาหารไทยมีไว้ขายฝรั่ง พูดถึงอาหารไทย ผู้เขียนมีข้อแนะนำสำหรับผู้ทีึ่สนใจจะไปทำงานในอเมริกาว่าเวลานี้ร้านอาหารไทยมีมากและเป็นที่นิยมจริงๆ ร้านเหล่านี้ขาดแคลนเชฟกันแทบทุกร้าน ผู้เขียนมีเพื่อนเป็นเจ้าของร้านหลายคน ต่างก็บ่นกันแต่เรื่องนี้ ฉะนั้นอยากจะแนะนำว่าใครอยากไปทำงานที่อเมริกาโปรดไปเตรียมเรียนการทำอาหารไทย(ที่ถูกต้อง) ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตก็ได้ หรือที่ใดก็ได้ที่คุณจะได้รับประกาศนีบัตรรับรอง การเป็นเชฟในอเมริกาไม่ใช่ขี้ไก่นะคะ เชื่อผู้เขียนเถอะค่ะ ค่านิยมที่ว่าต้องเรียนกันถึงปริญญาโทและด๊อกเตอร์น่ะ เอาไปใช้ในอเมริกา ยากค่ะ...เวลานี้คนไทยที่เข้าขั้นเศรษฐีเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยแทบทั้งน๊าน... ทุกครั้งที่ผู้เขียนได้ยินคนที่โน่นพูดว่า ไอไล๊ค์ไทยฟูด ทีไรเป็นหน้าบานทุกที ทว่าสิ่งที่ยากและโหดสุดๆก็คือนโยบายเข้าเมืองของอเมริกานี่แหละค่ะ โดยเฉพาะนับแต่มีเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ถล่มตึกในนิวยอร์ค 9/11 นั้น โฮมแลนด์สเคียวริตี้ที่เป็นต้นสังกัดของกองตรวจคนเข้าเมืองเขาเข้มงวดเหลือเกิน ไม่เหมือนสมัยผู้เขียนเข้าเมืองมาตอนโน้นเลย รัฐบาลไทยสู้อุตส่าห์ทำโรดโชว์ครัวไทยสู่โลก ฝรั้งสนใจไปสมัครเรียนทำอาหารกับม.สวนดุสิตเป็นแถวๆ ทว่าไม่สามารถผลักดันให้ทางการของเขาร่วมมือในเรื่องการออกวีซ่าให้ีเชฟจากเมืองไทยเข้าประเทศได้ง่ายกว่านี้เลย หวังว่ารัฐบาลใหม่นี้คงจะสานโปรเจ็คนี้ต่อ ถึงแม้ตอนนี้รัฐบาลยังทำไม่สำเร็จ แต่หากผู้อ่านใดอยากไปทำงานอเมริกา เตรียมตัวไว้ก่อนก็ดีค่ะ หากคุณมีประกาศนีบัตรที่เป็นที่รับรองได้ ร้านอาหารไทยในอเมริกาเขาก็อาจจะช่วยคุณโดยส่งเรื่องขอให้คุณเข้าไปทำงานได้โดยถูกต้องตามกฏหมาย ผู้เขียนแนะนำให้เข้าเมืองให้ถูกต้องตามกฏหมายจะได้ไม่โดนใครเอาเปรียบ อย่าลืมว่าในโลกนี้มีทั้งคนดีและไม่ดี คนไทยไกลบ้านด้วยกันไม่ช่วยเหลือกันมีตัวอย่างให้เห็นบ่อยๆ ขอจบเรื่องเล่าวันนี้เพียงแค่นี้ก่อนนะคะ คราวหน้าจะมาต่อเรื่องที่เขียนค้างไว้ค่ะ ไม่สู้มีเวลาเท่าไรแต่ก็จะพยายามเขียนอา่ทิตย์ละครั้งนะคะ กำลังท้อใจมากๆกับการโหลดภาพมาให้ชมมากค่ะ เวลาจะเข้าไปดูโปรไฟล์ ก็จะเห็นคำว่า ขออภัยยังไม่ได้สร้างบล็อก ก็เลยไม่รู้จะดูสภาพบล็อกของตัวเองก่อนอย่างไร อาจจะลาจากบล็อกโอเคเนชั่นในไม่ช้านี้ มีภาพมาให้ชมสวยๆแต่โหลดไปทีไรภาพที่ไปปรากฏอยู่ในบล็อกมันใหญ่โตมโหฬารจนต้องรีบเข้าไปลบออก ผู้เขียนมีอีกบล็อกที่บล็อกสปอต ของบล็อกเกอร์ดอทคอม การโพสต์ดูจะง่ายกว่าค่ะ โพสต์รูปเข้าไปก็ไม่มีปัญหา อยากเชิญผู้สนใจเข้าไปดูได้นะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากหลายๆสมาชิกหลายๆท่านค่ะ บันทึก ๔ มีนาคม 51 |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||