• ลิลิตดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-02-25
  • จำนวนเรื่อง : 16
  • จำนวนผู้ชม : 2871
  • จำนวนผู้โหวต : 38
  • ส่ง msg :
more
บันทึกจากซานฟราน-เบย์แอเรีย
บันทีกเรื่องราวน่าสนใจในอเมริกา และเรื่องอ่านเล่น
Permalink : http://www.oknation.net/blog/phenvipa
วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม 2551
My thirty years in California (ตอนที่5)
Posted by ลิลิตดา , ผู้อ่าน : 119 , 07:46:24 น.  
พิมพ์หน้านี้


MY thirty years in California (ตอนที่ 5)

          เบิกความด้วยภาพดอกไม้สวยๆให้คนอ่านสบายตาสักสามสี่ภาพค่ะ ภาพดอกไม้่จาก Stanford Shopping Center , เมือง Palo Alto ซึ่งอยู่ห่างจากซานฟราน(ทางทิศใต้)ประมาณสามสิบห้าไมล์ (เอ็นทรี่ที่แล้วลงให้ชมไปสามภาพแล้ว) ดังที่บอกไว้ว่าถึงฤดูใบไม้ผลิทีไร ดอกไม้สวยๆที่เขาปลูกไว้ให้ชมจะบานสะพรั่งสวยจริงๆค่ะ  ผู้อ่านที่เคยไปเที่ยวที่นี่คงจะเห็นด้วยนะคะ

 

กลับมาเล่าเรื่องชีวิตสามสิบปีที่คาลิฟอเนียร์ต่อนะคะ

     ตอนที่แล้วเล่าไปถึงว่าทางบริษัทแมน พาเวอร์ ให้ฉันเข้่าไปนั่งซ้อมมือพิมพ์ดีดที่สำนักงานที่ดาวน์ทาวน์โอ๊กแลนด์ เพื่อให้ชำนาญกว่าเดิม หลังจากที่รออยู่หลายอาทิตย์ จนเงินติดตัวในกระเป๋าจะหมดอยู่รอมร่อ ในที่สุดทางแมนพาเวอร์ก็หางานชั่วคราวให้ฉันได้อีก คราวนี้เป็นงานที่อาจจะได้ทำถึงสามเดือน เจ้าหน้าที่(ซึ่งฉันจำได้แต่เพียงว่าเป็นแหม่มวัยกลางคน) พูดจาดีแต่จำชื่อเธอไม่ได้แล้ว เสียดายที่ตอนนั้นไม่ได้คิดจะบันทึกไว้ จนกาลเวลาล่วงเลยมาและก็ไม่เคยได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่คนนี้อีกเลยหลังจากวันที่เธอส่งฉันไปทำงานตอนนั้น

   

 

     บริษัทที่เธอส่งฉันไปนั้นชื่อบริษัท E.C. Braun Co.  อยู่ที่เมือง Berkeley ซึ่งเป็นเมืองซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืิองโอ๊กแลนด์ เป็นเมืองที่ตั้งมหาวิทยาลัยยูซีเบิร์กเล่ย์ เป็นหนึ่งในทอปเท็นของมหาวิทยาลัยในอเมริกาในขณะนั้น

    ฉันศึกษาการเดินทางไปทำงานเพราะว่าทั้งแต๋วและฉันไม่มีรถยนต์ และตัดสินใจใช้บริการรถเมล์ที่เรียกว่าเอ.ซี.ทรานซิสที่วิ่งระหว่างโอ๊กแลนด์ไปเบิร์คเล่ยและไปถึงซานฟรานฯ มีป้ายรถเมล์อยู่หน้าถนนบรู๊คที่ฉันและแต๋วอาศัยอยู่พอดี และก็เป็นโชค (อีกแล้ว)ที่รถเมล์สายดังกล่าวไปถึงบริษัทที่รับฉันเข้าทำงานด้วย

       แม้ว่าลึกๆจะกังวลว่าวันนี้จะทำงานผิดจนเขาให้กลับบ้านอีกหรือไม่ แต่ใจก็พร้อมจะสู้เพราะไม่มีทางเลือก จำได้ว่่าคืนนั้นฉันบอกกับแต๋วเพื่อนรักว่าหาฉันหางานไม่ได้ภายในเดือนหน้าฉันคงจะต้องกลับเมืองไทยเสียแล้ว แต๋วยังบอกฉันเลยว่าฉันจะกล้ากลับไปละหรือเพิ่งไปถึงและพ่อแม่จะต้องอับอายเขาไปทั่ว ฉันสารภาพกับแต๋วว่าฉันไม่มีเงินแล้ว เพื่อนก็บอกว่าสู้ต่อไป จะให้เงินยืมไปก่อน ซึ่งน้ำใจของแต๋วนั้นฉันไม่มีวันลืม และก็ขอบันทึกไว้ ณ ที่นี่ด้วยเลยว่าหากไม่ได้แต๋ว หาที่พักให้ หาโรงเรียนให้ และให้มาแชร์บ้านอยู่ด้วยกัน ฉันก็คงไม่มีโอกาสอยู่ (จริงๆแล้วอยากลงบันทึกด้วยซ้ำว่าแต๋วมีชื่อจริงว่าอะไร แต่เพื่อนไม่ยอมให้ลงเป็นอันขาด แถมยังบ่นอีกว่าฉันนี่ถ้าจะบ๊อง มานั่งเขียนความผิดพลาดของตัวเองให้คนอ่านอยู่ด๊าย...)

    ฉันใช้เวลาขึ้นรถประจำทางไปถึงเบิร์คเล่ย์เกือบชั่วโมงเต็ม รายงานตัวกับเลขาของผู้จัดการบริษัท เธอเป็นหญิงอายุไม่เกินสามสิบชื่อมากาเร็ต แต่เธอให้ฉันเรียกเธอว่า “แม๊กกี้” พูดจากับฉันดีจนทำให้หายประหม่าไปได้มาก เธอบอกว่าให้ฉันมีหน้าที่รับโทรศัพท์ไปก่อน แล้วเมื่อคล่องแล้วจึงจะสอนให้ดูแลและเก็บเอกสาร ฉันดีใจมากเมื่อได้ยินคำว่า “I will teach you” เพราะว่ามันช่างผิดกับบริษัทแรกที่ฉันเข้า่ไปทำงานเลย รายโน้น ไม่มีการสอน ส่งงานให้ทำเลย

   กำลังใจฉันเริ่มดีขึ้นเรืีอยๆ หากมีคนสอนงาน แล้วฉันยังทำไม่ได้่อีก ฉันก็สมควรเลิกล้มความคิดที่จะทำงานกับฝรั่งเมืองนี้เสียที แม๊กกี้พาฉันไปนั่งในห้องกาแฟ คุยให้ฉันฟังว่าบริษัททำธุระกิจอะไร มีคนทำงานกี่คนและฉันจะต้องทำงานใต้ความรับผิดชอบของใครบ้าง  

     บริษัทนี้เป็นบริษัทที่รับซับคอนแทรกทำระบบท่อน้ำเสียให้กับบริษัทก่อสร้างใหญ่ๆในเมือง คนที่ทำงานอยู่ในบริษัทจะเป็นวิศวกรบ้าง เป็นเทคนิเชี่ยนและพวกเขียนแบบบ้าง และมีลูกจ้างที่รับงานอยู่ที่ไซท์งาน พวกนี้แหละที่ฉันจะต้องคอยรับเรื่องที่เขาโทรเข้ามารายงานและส่งสายต่อให้กับวิศวกรที่คุมกรุ๊ปเขาอยู่ 

แม๊กกี้นี่เองคือคนที่ฉันมาทำหน้าที่แทน เพราะเธอได้เลื่อนไปเป็นเลขาของผู้จัดการ เธอบอกฉันว่าเวลานี้ตำแหน่งรีเซฟชั่นนิสต์นี้ว่างอยู่ หากภายในสามเดือนฉันทำงานได้ เธอจะัจัดการให้ฉันทำตำแหน่งนี้โดยเธอจะเป็นคนติดต่อตกลงการว่าจ้างผ่านทาง แมน พาเวอร์เอง(ซึ่งฉันก็ไม่เคยซักถามหรอกว่าเขาทำอย่างไร) เรื่องนี้เป็นข่าวที่ทำให้ฉันตื่นเต้นเป็นที่สุด หลังจากนั้นแม๊กกี้ก็ซักถามเรื่องเกี่ยวกับตัวฉัน ฉันบอกเธอว่าฉันมามาจากประเทศไทย มาเรียนหนังสือแต่ตัดสินใจจะหางานทำอยู่ที่นี่

   อย่างที่ฉันเคยเอ่ยตอนต้นแล้วว่า ตอนนั้นฝรั่งอเมริกันไม่รู้หรอกว่าคนต่างชาติเข้ามาทำงานในอเมริกาไม่ได้ แม๊กกี้ไม่รู้่เรื่องนี้แน่นอนเพราะเธอยังอุทานว่า มาจากเมืองไทยหรือ ดีจริง เธอเองก็มาจากรัฐอื่น ซึ่งเรื่องการย้ายถิ่นฐานจากเมืองโน้นมาเมืองนี้นั้น เป็นเรื่องธรรมดา เธอคิดว่าใครๆก็มีสิทธิเข้ามาหางานทำในคาลิฟอเนียร์ เธอมีครอบครัวและมีลูกเล็กๆสองคน จากนั้นเธอก็พาฉันไปแนะนำให้กับทุกคนที่อยู่ในที่ทำงาน ฉันได้รับการต้อนรับอย่างดีจากทุกคน

   วันแรกของฉันผ่านไปด้วยดี แม๊กกี้สอนให้รับโทรศัพท์และัจดว่าใครมีหน้าที่ดูแลเรื่องใดฉันจะได้ต่อโทรศัพท์ไปให้ถูกคน

   เป็นอันว่าฉันได้งานทำ และได้เงินเดือนที่นับว่าดีทีเดียวในหมู่คนไทยตอนนั้นซึ่งยังไม่มีใครทำงานในออฟฟิส แต่กว่าเงินเดือนจะออกฉันก็ต้องขอยืมเงินแต๋วไปก่อน

   ฉันตั้งใจเรียนรู้งานที่เขาสอน ซึ่งไม่ได้เป็นงานที่ยากนัก เรื่องรับโทรศัพท์แม้จะมีพลาดพลั้ง ฟังภาษาไม่เข้าใจก็บ่อย ส่งสายผิดบ้าง แต่ก็ผ่านพ้นไปได้ และในที่สุดสามเดือนก็ผ่านไปโดยที่ฉันผ่าน probation period หรือระยะทดลองงาน ทางบริษัทก็รับฉันเข้าทำงานเป็นพนักงานประจำ และฉันก็ทำงานอยู่ที่นี่ถึงปีกว่าทีเดียว

     อ่านมาถึงตรงนี้ ผู้อ่านคงจะนึกว่าเรื่องของฉันคงจะจบลงด้วยดีเพราะได้งานและเงินเดือนดี ฉันก็คิดเช่นนั้น และมัวยินดีและร่าเริงคิดว่าได้งานมีที่กินที่อยู่สบายแล้ว คุยไปให้ทางบ้านฟังว่าหนูมีชีวิตที่ดีในอเมริกาแล้วไม่ต้องห่วง หากเก็บเงินได้เมื่อใดจะหาที่เรียนต่อทันที

     ฉันไม่ได้ระวังตัวเลยว่า ฉันไม่มีสิทธิเข้ามาทำงานประจำที่ประเทศนี้เพราะถือวีซ่านักเรียนเข้ามา

     นึกไปถึงตอนนั้นแล้วฉันอดนึกไม่ได้เลยว่าฉันช่างทนงตนและโง่เขลาเสียกระไรที่คิดว่าตัวเองพูดภาษาอังกฤษได้ดี เคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน และเคยทำงานกับฝรั่ง ฉันควรจะเอาตัวรอดในอเมริกาได้

      ผิดหมด...ฉันเกือบเอาตัวไม่รอด บังเอิญมีคนช่วยไว้ได้ทัน

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 23
หญิงน้อย วันที่ : 29/07/2008 เวลา : 19.05 น.
http://www.oknation.net/blog/lifeon
SorroW Holds TiGht TO tHOsE WhO wiLL NoT LEt GO ^-^ความทุกข์ อยู่ในมือ ของผู้ที่ไม่ย่อม "ปล่อย" ^-^

เพื่อนมี๊น่ารักมากๆเลยค่ะ...
ยิ่งในเวลาที่มี๊ไปตอนนั้นปอมว่าน้ำใจ และการเอื้ออาทรซึ่งกันและกันนับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีแรงที่จะอยู่สู้ต่อไปนะคะ
แว๊บบบบบบบบ ไปอ่านตอนต่อไปเลยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 22
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 15.34 น.
http://www.oknation.net/blog/industrialart02

อุปสรรค์เกิดขึ้นได้เสมอโดยที่ตัวเรายังไม่ทันตั้งตัว


ความคิดเห็นที่ 21
แม่น้องฯ วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 16.43 น.
http://www.oknation.net/blog/MAENONGDD
* ชีวิตแสบสันต์ในเยอรมนี * : ว่าด้วยการคิดแบบ Posi ถีบ VS Nega ถีบ *เอนทรี่เก่า(ไม่เก็บแล้ว)

มาเยี่ยมอ่านประสบการณ์ในต่างแดนของพี่ค่ะ
ประเทศที่หนูอยู่ยิ่งลำบากหนัก เพราะผู้คนไม่ยอมพูด
ภาษาอังกฤษ

ต่อไปจะแวะมาบ่อยๆ รออ่านตอนต่อไปค่ะ
ความคิดเห็นที่ 20
ณดาพิมพ์ วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 16.11 น.
http://www.oknation.net/blog/nadapim


สวัสดีค่ะ
เคยไปซานฟรานนะคะแต่ไม่เคยไปเมืองนี้
ผิดหวังกับสะพาน golden gate
ไม่สวยเหมือนในหนังเลยค่ะ
+1
ความคิดเห็นที่ 19
สีน้ำฟ้า วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 23.08 น.
http://www.oknation.net/blog/prettybluesea
http://www.oknation.net/blog/rimtarn   บ้านริมธารหลังน้อย คอยคุณอยู่

วันนี้เล่นเน็ตทั้งวันค่ะ..ฝนตกไม่ทราบจะออกไปไหนดี..
ก็เลยคลิกมาเรื่อยๆ

เจอคอมเม้นท์ของพี่ที่บล็กของแฝดน้อง.. ก็ตามมา
ภาพดอกไม้สวยๆ จูงใจเชียวค่ะ

แต่ยังอ่านไม่ทั้งหมด.. คลิกมาก็เจอตอนที่ 5 รู้สึกครึ่งๆ กลางๆ

เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าไม่ไปไหน จะมานั่งอ่านรวดเดียวจบ 5 ตอน

วันนี้คุยมัดจำไว้ก่อน

สวัสดีค่า
ความคิดเห็นที่ 18
veerin วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 14.14 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

สวัสดีค่า..

วันนี้ปวดหัวมากค่ะ..ใช้สมองเยอะไปหน่อย..
(ฟังแล้วดีกว่าเครียดไหมคะ อิอิ)
แต่ได้มาชมดอกไม้ที่บ้านพี่แล้ว..รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากเลยค่ะ

หวังให้พี่ลิลิตดามีความสุขมากๆนะคะ

Have a nice day เช่นกันนะคะพี่ลิลิตดา..
ความคิดเห็นที่ 17
วิตามินบี วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 14.11 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


เป็นประสบการณ์จริง
ที่เล่าออกมาได้น่าติดตาม
อ่านแล้วลุ้นว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นยังไงนะ
ลุ้นๆๆๆค่ะพี่
ความคิดเห็นที่ 16
พี่ก๊วย วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 12.43 น.
http://www.oknation.net/blog/peeguay

ขอคาระวะในการเป็นนักสู้ค่ะ
ตอนไปเรียนนั้นได้ทุนรัฐบาลอเมริกา ซึ่งได้มากกว่าของไทยจึงประหยัดจนสามารถส่งเงินกลับบ้านได้ เป็นประเภทเรียนหาเงิน..ไม่ใช่หาเงินเรียน
รออ่านต่อค่ะ
ความคิดเห็นที่ 15
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 09.51 น.
http://www.oknation.net/blog/surasakc
ขอเชิญชม  <<  บันทึกภาพถ่ายของ โยชิอากิ คาโต้  >> อัพบล็อก 20  ส.ค. 51

แวะมาเยี่ยมเยียนครับ สบายดีนะครับ
ความคิดเห็นที่ 14
ลุงฟาง วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 13.58 น.
http://www.oknation.net/blog/semtele


น่าอยู่หรือน่าจาก
ความคิดเห็นที่ 13
BlueHill วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 09.43 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ผิดหมด...ฉันเกือบเอาตัวไม่รอด บังเอิญมีคนช่วยไว้ได้ทัน

ทิ้งท้ายไว้เป็นปริศนาให้ติดตามครับ

ดอกไม้ที่นั่น สีสดจริง ๆ นะครับ
ความคิดเห็นที่ 12
น้องจ๋า วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 21.20 น.
http://www.oknation.net/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

ต่างบ้าน ต่างเมือง ลำบากเนอะ
ความคิดเห็นที่ 11
ป้ารุ วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 15.21 น.
http://www.oknation.net/blog/paaru

ทิ้งท้ายไว้ให้ตื่นเต้น..จนต้องรอตามอ่านด้วยนะคะ
รู้สึกดีจังค่ะ อ่านเรื่องราวสลับกับชมดอกไม้สวย ๆ
รอภาคต่อไปค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
ทนายแต๊ก วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 07.20 น.
http://www.oknation.net/blog/thanyasak
thanyasak


ขอบคุณบทความดีๆ ภาษางามๆ
ความคิดเห็นที่ 9
ลิลิตดา วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 23.33 น.
http://www.oknation.net/blog/phenvipa

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมเยียน
..ตอบคุณเป๊ปซี่8..ใช่เลยค่ะ พี่ก็รู้สึกเช่นนั้น และรู้สึกเห็นใจพวกเขา พวกเขาน่าเห็นใจกว่าเรื่องของพี่มากเลยเพราะเขาหนีร้อนมาพึ่งเย็น แต่พี่นั้นไปอเมริกาเพราะสนุก คงจะเปรียบกันไม่ได้ คราวหน้ากะว่าจะเล่าเปรียบเทียบถึงเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ
เห็นข่าวบ้านเมืองเขาประสบภัยธรรมชาติจนสูญเสียผู้คนแล้วสลดใจเสียจริงๆ
น้องวีริน..ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ให้ไปเสมอ จะพยายามเขียนอีกนะคะแต่ไม่ค่อยมีเวลาเลย คิดว่าจะรวบรัดให้จบเร็วๆนี้เพราะถ้าเขียนชีวิตสามสิบปีจริงๆคงไม่จบแน่ค่ะ...
คุณpoo และคุณลูกเสือฯ ขอบคุณที่กลับมาติดตามอ่านอีกนะคะ
อาจารย์สุรศักดิ์..ใช่ค่ะ ชีวิตในต่างแดนต้องต่อสู้มากเหลือเกินกว่าจะลงตัว บางคนก็โชคดี บางคนก็เอาตัวไม่รอด เรื่องของแต่ละคนเอาอย่างกันก็ไม่ได้เพราะสถานะการณ์ต่างกัน รวมทั้งขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของบ้านนั้นๆจะต้อนรับเราหรือไม่อีก...
คุณรัตติกาล..จะไปเยี่ยมแน่นอนค่ะ..
ความคิดเห็นที่ 8
รัตติกาลแห่งราตรี วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 19.35 น.
http://www.oknation.net/blog/happyIateekan
มีความสุขกับเวลาที่เป็นกลางคืนแห่งราตรีกาลไปบ้านหลังที่ 2" บ้านนิยายทั้งเรื่องสั้นและเรื่องยาว. ( ก๊อปลิ้งค์ข้างล่างนี้ได้เลยครับ ) http://www.oknation.net/blog/happylateekan

หวัดดีครับ พี่ ลิลิดดา มาตามพี่อีกแล้วครับ ชวนไปอ่านเรื่องสั้นที่บ้านหลังที่หนึ่งบ้างครับ

ไปทางลัดด้านล่างเลยครับพี่ อิอิอิ

(http://www.oknation.net/blog/happyIateekan/2008/05/09/entry-1)

จาก.น้องชายรัตติกาลแห่งราตรี.1 และ 2 ครับ.
ความคิดเห็นที่ 7
TaTee วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 15.30 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

สวัสดีครับ..มาติดตามอ่านเรื่องต่อครับ
ความคิดเห็นที่ 6
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 11.59 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

อ่านตามแล้วเหมือนไปเองเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 5
สุรศักดิ์ วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 21.35 น.
http://www.oknation.net/blog/surasakc
ขอเชิญชม  <<  บันทึกภาพถ่ายของ โยชิอากิ คาโต้  >> อัพบล็อก 20  ส.ค. 51

ได้ชมดอกไม้สวย ทั้ง 4 ภาพ ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก
ขอบคุณครับ
การใช้ชีวิตในต่างแดน และการหางานทำไม่ใช่เรื่องง่าย
กว่าจะได้งานทำ โดยเฉพาะในระยะเริ่มแรก กว่าจะปรับ
ตัวและได้งานที่มั่นคง ต้องผจญชีวิตมากมาย แถมเงิน
จะหมดอีก ดีที่ได้เพื่อนคุณแต๋วช่วยไว้ มีน้ำใจงามมาก
ดีครับ ได้เป็นบทเรียนแก่รุ่นเด็ก ๆ ที่คิดจะไปต่อไป

ทำให้ผมนึกถึงพี่ชายใจดีคนหนึ่ง เป็นเพื่อนรุ่นพี่ ไปอยู่
ลอนดอนตั้งแต่วัยหนุ่ม เริ่มต้นด้วยอาชีพเสิร์ฟอาหาร
จนได้เป็นเจ้าของร้านอาหาร และทำอย่างอื่นอีกมากมาย
และอยู่มาจนเกษียณอายุ ทุกวันนี้ก็ยังอยู่ที่ลอนดอน
โดยรัฐบาลเลี้ยงดู ผมเคยไปเยี่ยมที่ลอนดอนเหมือนกัน
สัก 2-3 เดือนมานี้ ก็มาเที่ยวกรุงเทพฯ และ
ไปเยี่ยมบ้านที่ขอนแก่น และกลับไปอังกฤษแล้ว

ขอบคุณคุณลิลิตดามากนะครับ ที่เล่าเรื่อง
ประสบการณ์ชีวิตให้ทราบ
ความคิดเห็นที่ 4
veerin วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 16.04 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

อ่านด้วยความเพลิดเพลินเลยค่ะพี่ลิลิตดา
หนูเข้าใจเลยว่า..ประโยคที่ว่า “I will teach you” นั้น..
มีความหมายที่ยิ่งใหญ่เพียงใด
พี่ลิลิตดาเก่งจังค่ะ และก็สู้จริงๆนะคะ
การใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศในระยะเริ่มต้นไม่ได้ง่ายๆเลยนะคะ
จนกว่าจะถึงวันนี้..
เพื่อนพี่ลิลิตดาที่ชื่อแต๋ว..ช่างน่ารักและมีน้ำใจเหลือเกินค่ะ
เพื่อนดีๆสมัยนี้หายากนะคะหนูว่า..

อ่านมาถึงช่วงท้าย..ไม่ได้จบลงด้วยดีหรอกเหรอคะ
ว๊า..จบซะละ..ไว้จะมาติดตามต่อค่า

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆที่มีมาแบ่งปันพร้อมกับรูปภาพสวยๆค่ะ


ความคิดเห็นที่ 3
รัตติกาลแห่งราตรี วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 15.39 น.
http://www.oknation.net/blog/happyIateekan
มีความสุขกับเวลาที่เป็นกลางคืนแห่งราตรีกาลไปบ้านหลังที่ 2" บ้านนิยายทั้งเรื่องสั้นและเรื่องยาว. ( ก๊อปลิ้งค์ข้างล่างนี้ได้เลยครับ ) http://www.oknation.net/blog/happylateekan

ครับผมขอโทษที่ครับชอบสับสนกับตัวหนังสือครับ ตะนี้ลพรู้แล้วครับเดียวในนิยายผมจะแก้ไขด้วยครับ
"ลิลิตดา" ครับ บ้ายบายครับพี่แล้วเจอกันอีกครับ...

จาก.รัตติกาลแห่งราตรี.1 และ 2 ครับ.
ความคิดเห็นที่ 2
รัตติกาลแห่งราตรี วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 11.52 น.
http://www.oknation.net/blog/happyIateekan
มีความสุขกับเวลาที่เป็นกลางคืนแห่งราตรีกาลไปบ้านหลังที่ 2" บ้านนิยายทั้งเรื่องสั้นและเรื่องยาว. ( ก๊อปลิ้งค์ข้างล่างนี้ได้เลยครับ ) http://www.oknation.net/blog/happylateekan

โหพี่ลิลิตาครับ นับว่าผ่านช่วงเวลาของชีวิตในตอนนั้นมาด้วยดีที่เดียว แต่ทำไมปัญหามันยังไม่หมดอีกเหรอครัยบ ถึงทิ้งปริศนาไว้อีกครับ....แต่ก็นับว่าพี่มีเพื่อนอย่างคุณแต่วที่น่ารักมากครับที่ค่อยช่วยเหลือครับ คนเราถ้าไปอย่างนั้นแล้ว บางที่ก็เคว้งขวางนะครับ เมื่อถึงจุดๆหนึ่งคิดอะไรไม่ออกก็มีเพื่อนค่อยปรึกษานะครับ...ขอชมเพื่อนพี่คุณแต่วนะครับว่าเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งจริงๆครับ....แถมยังมีคุณแม็กกี้ที่คอยสอนงานได้อย่างดีครับ เรื่องมันน่าจะจบลงด้วยดีแล้วนี่ครับ แต่พี่ทิ้งท้ายไว้ให้ติเตามต่อนะ แล้วอย่าลืมเขียนต่อละพี่ รออ่านอยู่ครับ....

นิยายของผมพี่เล่นเป็นแม่คุณหมอภาวิณีครับไม่ใช่แม่ของคุณพิมานครับ อิอิอิมาบอกให้รู้เดียวเข้าใจผิดครับ

จาก.น้องชายคนนี้.รัตติกาลแห่งราตรี.1 และ 2 ครับ.
ความคิดเห็นที่ 1
เป๊ปซี่ วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 11.51 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8

ตื่นเต้นดีครับ.....

ผมพยายามไปนึกเปรียบเทียบถึงแรงงานต่างชาติทั้งหลายที่ไหลบ่าเข้ามาทำงานในไทย...พวกนี้สู้งานสุดชีวิต...เพราะๆม่อยากจะกลับบ้านให้อายคน...ก็คงจะเป็นความรู้สึกที่ใกล้เคียงกันกับของพี่นะครับ......
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31