พิมพ์หน้านี้
|
My thirty years in (ภาพสุดท้ายจากแสตนฟอร์ดชอปปิ้งเซ็นเตอร์)
ขออนุญาตยังไม่เฉลยว่าใครมาช่วยผู้เขียนจากการปฏิบัติผิดกฏหมายเข้าเมืองอเมริกาจากคราวที่แล้ว ขอย้อนไปคุยเรื่องกฏระเบียบการเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาพอเป็นสังเขป เพื่อจะได้เห็นภาพชัดเจนจนติดตามตอนต่อไปของเรื่องได้ชัดเจนหน่อย วีซ่าเข้าเมืองของอเมริกามีสองประเภทหลักดังนี้ค่ะ ผู้ที่เขาอนุมัติให้เข้าเมืองชั่วคราว temporary stay เรียก non immigrant visa ย้ำว่าได้วีซ่าประเภทนี้ไม่มีสิทธิทำงานฟูลไทม์ นอกจากจะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งได้รับการเห็นชอบจากกระทรวงแรงงานก่อน กับ ผู้ที่เขาอนุมัติให้อยู่อย่างถาวร permanent residence เรียก immigrant visa กลุ่มนี้ทำงานได้ค่ะ... ชั่วคราวนี้แบ่งกลุ่มย่อยได้ถึงยี่สิบกลุ่ม หลักๆก็เป็นพวก เจ้าหน้าที่ทางการทูตและผู้ติดตาม นักท่องเที่ยว และนักเรียนและคู่หมั้นหรือคู่สมรสของนักเรียน เป็นต้น ผู้เขียนคงจะไม่มาจำแนกให้ละเอียดนะคะ เพราะไม่ใช่บทความทางวิชาการ และไม่ใช้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ จะขอกล่าวแต่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะเขียนต่อครั้งต่อไปใน my thirty years in ณ ที่นี้จะเล่าถึงวีซ่านักท่องเที่ยวและนักเรียนค่ะ เพื่อจะลากให้เข้าเรื่องของตัวเองให้ผู้อ่านมองเห็นภาพที่จะเขียนในเอ็นทรี่หน้า Temporary stay Tourist Visa สำหรับท่านที่สนใจจะไปเที่ยวอเมริกา ต้องได้รับอนุมัติให้เข้าเมืองด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว หรือ Tourist Visa ระหัสขึ้นต้นด้วย B- (B-1 temporary visitor for business , B-2 temporary visitor for pleasure) ซึ่งสมัยนี้หากผ่านความเห็นชอบ เขาออกให้ทีเดียวรวดสิบปี แต่อย่าเข้าใจผิดว่าคุณจะอยู่ประเทศเขาได้ถึงสิบปีนะคะ หลายๆคนยังเข้าใจผิดอยู่ เขาออกให้สิบปีเผื่อว่าคุณจะเดินทางครั้งใดภายในสิบปีไม่ต้องไปขอวีซ่า แต่เมื่อถึงอเมริกา ด่านตรวจคนเข้าเมืองจะเป็นผูุ้ตัดสินเองว่าจะให้คุณอยู่นานเท่าไร ส่วนมากไม่เกินสามเดือน (หรือไม่เขาก็มีสิทธิไม่ให้ออกจากแอร์พอร์ตด้วยซ้ำ ถ้าทางด่านเห็นว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากล) หากครบกำหนดตามวันที่ที่เขาประทับตราให้อยู่ จากนั้นคุณต้องออกนอกประเทศ...ย้ำว่าต้องออกนะคะ เพราะเขาจะประทับตราลงในพาสปอร์ตของคุณว่าคุณต้องออกไปเมื่อใด หากอยู่ต่อก็เป็นเรื่องของการเสี่ยงเอาเองล่ะค่ะ อยู่อย่างโรบินฮู๊ด หลบซ่อนนุ่ะค่ะ จับได้เมืือไรมีโทษค่ะ โทษสมัยนี้ คือหลังเหตุการณ์ 9/11.กองตรวจคนเข้าเมืองเข้มงวดมาก ขนาดยกกองตรวจคนเข้าเมืองไปขึ้นกับกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติหรือ Department of Homeland Securityแทนที่จะขึ้นอยู่กับกระทรวงยุติธรรม (Department of Justice) เหมือนสมัยก่อน พูดถึงโทษของการทำผิดกฏหมายเข้าเมืองสหรัฐนี้ ผู้เขียนอยากบันทึกไว้ตรงนี้เลยว่า อดคิดถึงสมัยผู้เขียนทำผิกกฏหมายนี้สมัยเข้ามาใหม่ๆ ว่าตอนนั้นหากผู้เขียนโดนจับได้แล้วเขาเอามานั่งประจานถ่ายภาพออกทีวีออกหนังสือพิมพ์เหมือนอย่างที่เห็นข่าวในหนังสือพิมพ์เมืองไทยเมื่อสี่ห้าปีที่ผ่านมา ทีแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาทำงานกลุ่มหนึ่ง โดนจับได้และนั่งเรียงกันหน้าสลอนอยู่น่ากองตรวจคนเข้าเมือง หากผู้เขียนโดนเขาทำอย่างนั้น คงจะอับอายและญาติพี่น้องที่เมืองไทยก็คงจะแทบขาดใจไปด้วย ทั้งๆที่ผู้เขียนอยากไปอยู่อเมริกาสนุกๆเท่านั้น คนละเรื่องกับแรงงานจากประเทศที่เขาอดอยากและหนีภัยจากการเมืองเข้ามาทำมาหากิน เคราะห์ดีที่กองตรวจคนฯซานฟรานฯเขาไม่ทำและยังไม่เคยเห็นเขาจับเอาพวกเข้าเมืองผิดกฏหมายมานั่งเรียงกับพื้นถนนแล้วถ่ายภาพออกทางสื่อเลย ผูเขียนเปรียบเทียบตัวเองเหมือนดั่งสมัยที่คนจีนโพ้นทะเล อพยพเข้าเมืองไทยมาสมัยแรกๆที่เขาเข้ามาแล้วขยันทำมาหากินจนได้ดีกันเป็นส่วนใหญ่ โดยที่เจ้าของประเทศตอนนั้นก็มิได้รังเกียจ กาลเวลาผ่านพ้น...สถานะการณ์เปลี่ยนไปในทุกประเทศ ที่ทำให้เจ้าของประเทศตั้งท่าเข้มงวดกับคนต่างด้วดั่งเช่นอเมริกาหรือบ้านเรา..ฉันใดฉันนั้น.. Student Visa ส่วนวีซ่าที่ออกให้ผู้ที่เข้าไปเรียนหนังสือในประเทศอเมริกา หรือวีซ่านักเรียนที่ขึ้นระหัสด้วย F-1 (F-2 คู่หมั้นหรือคู่สมรสนักเรียน)นั้น เป็นวีซ่าที่ผู้เขียนใช้เข้าประเทศในปี ค.ศ.1968 โดยได้รับ ใบ I-20 จาก Heald Business Collge และเมื่อได้งานทำดังที่เล่าไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ผู้เขียนไปเปลี่ยนเป็น I-20 โรงเรียนภาษา ที่เขาเข้มงวดมากๆ โดยเฉพาะหลัง 9/11 เพราะคนที่ขับเครื่องบินเข้าไปชนตึกที่นิวยอร์ก ถือไอเทวนตี้ของโรงเรียนฝึกการบินและเรียนจบแล้วแต่ไม่ได้ออกจากประเทศ กลับอยู่จนปฏิบัติการก่อการร้ายได้ ดังนั้นเมื่อตั้งกระทรวงความมั่นคงในประเทศขึ้นมา ทางโรงเรียนที่ออกวีซ่านักเรียนให้กับนักเรียนต่างชาิติมีหน้าที่ต้องรายงานต่อทางการหากนักเรียนไม่ได้เข้ามาเรียนฟูลไทม์ แม้กระทั่งการออกบัตรโซเชียลให้ ณ บัดนี้ ก็คุมเข้ม ไม่ออกให้ง่ายๆแล้วค่ะ Permanent residence, Immigrant visa โดยทั่วไปแล้วการจะขอวีซ่าถาวร คนต่างด้าวจะต้องมีคนอเมริกันหรือนายจ้างอเมริกันรับเป็นสปอนเซอร์ให้ การรับพิจารณาคำร้องจะแบ่งประเภทผู้ยื่นคำร้องเป็น สามีหรือภรรยาของคนอเมริกัน ผู้ที่ถือวีซ่าถาวรยื่นคำร้องให้ครอบครัว สปอนเซอร์ชาวอเมริกัน นายจ้างบริษัทของอเมริกัน เป็นต้น..สนใจรายละเอียดการยื่นคำร้อง คลิ๊กไปที่ลิ้งค์ที่ให้ไว้ข้างบน ไปที่ Immigrant Visa Classification ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ได้วีซ่าถาวร หรือ alien registration card หรือที่รู้จักกันว่า green card จะมีสิทธิเหมือนพลเมืองอเมริกัน(เกือบ) ทุกประการยกเว้นแต่ไม่สามารถออกเสียงเลือกตั้งได้ และมีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็นพลเมืองอเมริกันเมื่อเข้าอยู่ในอเมริกาได้ตามระยะเวลาที่ทางการกำหนดไว้ และมีสิทธิเข้าออกอเมริกาได้ตลอดเวลา แต่เท่าที่ทราบ สมัยนี้เขามีกำหนดว่าไม่ให้ออกไปอยู่นอกประเทศเกินหนึ่งปีเสียแล้ว ขั้นตอนการยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภทนี้ยุ่งยากและละเอียดอ่อนมาก อาจต้องใช้เวลารอคอยการอนุมัติเกินหนึ่งปีก็ได้
เอ็นทรี่หน้าจะมาเล่าต่อที่ค้างไว้ ว่าผู้เขียนเข้าไปด้วยวีซ่านักเรียน และทำผิดกฏของการไปเป็นนักเรียน กำลังจะโดนจับได้แต่มีผู้ช่วยไว้แทน ขอเฉลยเอ็นทรี่หน้านะคะ..ชัวร์.. และคงจะจบเรื่องชีวิตสามสิบปีในอเมริกาเสียที ขี้เกียจเขียนเรื่องของตัวเองให้อ่านแล้วล่ะค่ะ เพราะนอกจากคนข้างเคียง(เป็นคนสำคัญเสียด้วย)และเพื่อนๆจะไม่เห็นด้วยแล้ว ตัวเองก็ไม่มีเวลาแล้วล่ะค่ะ มีงานเขียนค้างที่ต้องการจะรวบรวมเล่มให้เสร็จก่อนสิ้นปีนี้ แต่จะขอเป็นผู้อ่านที่ดี...ตามไปอ่านเรื่องราวดีๆจากบล๊อกเกอร์ท่า่นอื่นให้สม่ำเสมอค่ะ...
|
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |