• หมะเมียะคณะสังคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lenne_altimisia@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-20
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 4606
  • จำนวนผู้โหวต : 15
  • ส่ง msg :
more
p h i l o s o a n t h r o
เจ้าละอองหิมะเอย... หากเจ้าสามารถย้อมใจจนเป็นสีขาวได้ จงโอบอุ้มความโดดเดี่ยวของเราสอง...กลับคืนสู่ท้องฟ้า
Permalink : http://www.oknation.net/blog/philosoanthro
วันอังคาร ที่ 3 มิถุนายน 2551
Tokyo Daikushu โศกนาฏกรรมและเมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพ
Posted by หมะเมียะคณะสังคม , ผู้อ่าน : 149 , 23:06:25 น.  
พิมพ์หน้านี้


สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน  ผู้เขียนตกใจมากเมื่อนั่งมองดูบล็อกของตัวเองที่ไม่มีงานเขียนลงเลยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แทบไม่น่าเชื่อว่าการงานที่เลี้ยงชีพโดยไม่ได้รีดไถเงินพ่อแม่มาถลุงนั้นช่างบั่นทอนเวลาที่เรา ๆ ท่าน ๆ มีเท่า ๆ กันลดลงไปอย่างน่าใจหาย ผู้เขียนไม่ได้มาเขียนนั่นนี่ชวนคุย (หรือว่าชวนทะเลาะกันยะหล่อน) เรื่องราวสัพเพเหระร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งในขณะนี้ที่ผู้เขียนทำแล้วมีความสุขมาก

วันนี้กลับมาแล้วค่ะ

คราวที่แล้วผู้เขียนแนะนำละครเรื่อง "1 litre of tears" ซึ่งขณะนี้ออกอากาศทุกวัน จันทร์ - อังคาร เวลา 2 ทุ่มครึ่ง มาจนใกล้จะถึงตอนจบแล้ว ผู้เขียนดีใจที่ละครเรื่องนี้ออกอากาศในบ้านเรา เรตติ้งอาจจะสู้ละครกระแสหลักไม่ได้ แต่ผู้เขียนเชื่ออย่างยิ่งว่าผู้ชมที่ติดตามละครเรื่องนี้อยู่จะได้กำลังใจต่อสู้ชีวิตอย่างมีความหวัง และมีความสุข  ใครดูแล้วอยากจะมาเล่าถึงความประทับใจละก็ เชิญได้นะคะ (ใครร้องไห้บ้างยกมือขึ้น ... อิอิอิ) แต่น้ำตาที่หลั่งรินออกมา ผู้เขียนคิดว่า มันเป็นหยดน้ำตาที่มีความหมายแน่นอนค่ะ

แต่ผู้อ่านรู้สึกหรือเปล่าคะว่า พอพากษ์เสีงภาษาไทยแล้วรู้สึกฮามากขึ้น บางทีคิดว่าดีแล้วที่ดูเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นมาก่อน 555+

วันนี้ก็จะมาแนะนำละครญี่ปุ่นอีก (แล้ว) เรื่องหนึ่งนะคะ

Tokyo Daikushu
เรื่องนี้ก็เป็นความบังเอิญที่ได้รู้จักเช่นเดียวกับ "1 litre of tears" ที่รู้จักจากเพลง เรื่องนี้ก็รู้จักจากเพลงของโยจัง (โยชิกิ วง เอ็กซ์-เจแปน) ที่มีชื่อว่า aisuru hito yo หรือแปลตามตัวได้ว่า "ที่รัก" เป็นผลงานเดี่ยวล่าสุด (เท่าที่ทราบมา) แต่ขึ้นเพื่อประกอบละครเรื่องนี้โดยเฉพาะ ขับร้องโดย Akikawa Masafumi นักร้องโอเปร่าชื่อดังของญี่ปุ่น พอฟังเลงนี้ครั้งแรก (พอดีมีคนใจดีแปลไว้ด้วย) ผู้เขียนก็ร้องไห้ (อีกแล้ว) ภาษาที่ใช้ในเพลงนี้สวยงามมาก โดยเฉพาะคนที่พอมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นบ้างจะจินตนาการตามแล้วพบทัศนียภาพที่สวยงาม  ผู้เขียนก็ไม่สามารถถ่ายทอดความประทับใจออกมาได้ (ไอ้โรคบ้าสุนทรียะของแกยังไม่หายอีกรึไง) เอาเป็นว่าสนใจฟังคลิกได้ที่นี่นะคะ http://www.oknation.net/blog/philosoanthro/video/24531


ป.ล.2 รู้สึกว่าพักหลัง ๆ โยจังจะแต่งเพลงให้กำลังใจได้แล้วเนอะ ใครที่เป็นสาวกเอ็กซ์ ฯ จะทราบว่าคุณชายแกแต่งเป็นแต่เพลงเศร้า 555+ (แอบแซว) คลิ๊กฟังอีกเพลงได้ที่ http://www.oknation.net/blog/philosoanthro/video/20950


เข้าเรื่องดีกว่านะคะ...


 Tokyo Daikushu หรือ Tokyo Air Raid เป็นละครพิเศษที่สร้างขึ้นฉายในวันครบรอบวันทิ้งระเบิดที่โตเกียวในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในเดือนมีนาคม กำกับโดย Kamikawa Nobuhiro ออกอากาศในวันที่ 17 และ 18 มีนาคมที่ผ่านมา เวลา 3 ทุ่ม ช่องเอ็นทีวี (ที่ญี่ปุ่นนะคะ) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคู่รัก 2 คู่ที่มีชีวิตอยู่ในเหตุการณ์นั้น


คู่แรกเป็นเรื่องของ ซากุรางิ ฮารุโกะ ลูกสาวเจ้าของโรงงานที่โดนระเบิดถล่มจนเพลิงลุกไหม้ ขณะที่เธอกำลังช่วยเหลือพ่อที่ติดอยู่ในกองเพลิงก็มีชายหนุ่มเข้ามาช่วยเธอจากเพลิงไหในั้น เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ทั้งสองคนก็ได้กลับมาพบกันใหม่ ฮารุโกะเป็นนางพยาบาล ส่วนเขาเป็นคนไข้ที่สูญเสียการได้ยิน ส่วนอีกคู่หนึ่งเป็นนางพยาบาลอีกคนกับหนุ่มชาวเกาหลี


ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังน้อยมาก ได้แต่หวังว่าสถานีโทรทัศน์ไหนที่เมตตาปรานีนำมาออกอากาศเหมือนเรื่อง "1 litre of tears" (แต่ "1 litre of tears" เขามีแฟนคลับดั้งเดิมหลายปีกว่าที่จะนำมาฉายแล้ว และกระแสในอินเตอร์เน็ตก็อบอุ่นมานานด้วย) ถ้าไม่ออกเป็นดีวีดีหรือมีคนใจดีเอาลง YouTube ไม่เช่นนั้นก็คงได้แต่ภาวนาอ่ะค่ะท่านผู้อ่าน การสร้างละครเรื่องนี้ได้ผู้กำกับฝ่ายศิลป์ Takeo Kimura หนึ่งในผุ้รอดชีวิตมาจากการทิ้งระเบิดครั้งนั้นและ Kayoko Ebina ผู้แต่งเองก็สูญเสียครอบครัวจากระเบิดครั้งนั้นด้วยเช่นกัน เรื่องนี้จึงเป็นละครอิงประวัติศาสตร์จากปากของ "คนใน" เลยทีเดียว


ไม่เพียงแต่ละครเรื่องนี้เท่านั้น ยังมีทั้งภาพยนตร์ ละคร วรรณกรรม ศิลปะ บทเพลง อีกนับแสนนับพันที่สะท้อนความโหดร้ายของสงครามที่มนุษย์ได้ก่อขึ้นทุกยุค ทุกสมัย  แต่อย่างน้อยผลงานเหล่านั้นก็ได้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพในหัวใจผู้เสพด้วยเช่นกัน ผู้เขียนหวังว่าในหัวใจของผู้อ่านเองก็มีต้นกล้าเล็ก ๆ เติบโตอยู่ข้างในเช่นเดียวกันนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก
http://wiki.d-addicts.com/Tokyo_Daikushu
http://www.tokyograph.com/news/id-2469
http://sp7.fotologs.net/photo/39/53/35/jdrama/1206419415_f.jpg


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
แค่คนอีกคน วันที่ : 24/06/2008 เวลา : 20.09 น.
http://www.oknation.net/blog/Bigism
สับปะรด

พวกคนไทยถูกสังคมบีบให้ตกอยู่ขอบถนนของชาตินิยมแบบไทยๆ แม้ว่ากลุ่มผู้นำพันธมิตรจะเรียนประวัติศาสตร์มาแท้ๆ แต่คงเรียนมาให้ประวัติศาสตร์มันบิดตัวผิดที่ผิดทาง จะเอาอะไรกับอีแค่เทวาลัยเพียงแห่งเดียว เสียอะไรก็เสียมามากแล้ว ไปเถียงบ้าอะไรกับเคหสถานอย่างนั้น คนจนจะไม่มีข้าวแดกอยู่แล้ว ชนชั้นกลางก็ขวัญเสียและทนกับความงี่เง่าของฝ่ายขวาไม่ไหว พวกชั้นสูงก็นั่งทำตาปริบๆราวกับว่าไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ขอร้องเถอะ กราบตีนก็ยอมว่าอย่าไปแสหาเรื่องเอาอคติยัดหัวให้คนไทยเลย เป็นการลดสติปัญญาของคนไทยเสียเปล่าที่ต้องทนเห็นเขมรเป็นพวกล้าหลัง ทั้งที่เขาก็๋คนเหมือนเราเพียงแต่ต่างจากเราตรงที่มีสังคมและวัฒนธรรมต่างกัน ไม่น่าล่ะ เมื่อห้าหกปีที่ผ่านมาคนเขมรถึงบุกเผาสถานฑูตไทยและจ้องบ่อนทำลายดาราขวัญใจประชาชนทั้งหลายอย่างกบ สุวนันท์ สงสารนะว่าเธอเป็นแพะเพียงเท่านั้น ไอ้คนที่น่าจะเป็นแพะก็คือพวกชาตินิยมจัดๆ คลั่งชาติจนไร้สติ คลั่งชาติทีดีก็มี แต่คลั่งชาติแบบนี้ผมไม่เอาด้วยนะ ก็อย่างว่าความเป็นไทยมันฝังหัวคนไทยในแบบเรียน คำบอกเล่า จนลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะมาบรรยายว่าคนไทยงี่เง่าขนาดไหน รังแกเพื่อนบ้านไม่พออีกเหรอ แต่คนภายในชาติก็ยังมารังแกรังควานกันอีก สงสารพวกผู้ไร้อำนาจนะครับที่ทำอะไรก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้เรื่องกับชาตินิยมจัด นี่คือมายาคติอย่างหนึ้่งที่พวกเราในสังคมควรก้าวข้ามมันไปให้ได้ มิฉะนั้นการที่เราอยู่กับชาติที่ไร้สติปัญญาจะสร้างชาติที่ดีได้นั้น หรือโดยที่ไม่จักต้องหาศัตรูที่ไร้ตัวตนมาสร้างสำนึกความเป็นชาติ เราก็อยู่ของเราและเราก็อยู่อย่างที่เราเคารพเขาและช่วยเหลือเขาเท่าที่กำลังและปัญญาเราจะมีให้ ก็อย่างว่าผมไม่ใช่ร้อยเปอร์เซนต์พ่อผมเป็นม้งและแม่ผมเป็นไทโยนก+ไทลื้อ+ไทใหญ่ ช่วยไม่ได้ที่บ้านผมไม่บ้ากับความงี่เง่าที่ไม่มีชิ้นมีอันกับพวกที่ต่อต้านกันอยู่ บ้าหรือเปล่าว่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
แค่คนอีกคน วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 21.13 น.
http://www.oknation.net/blog/Bigism
สับปะรด

ผมว่ารถในมอมันเยอะเกินไป เกินความจำเป็นสำหรับนักศึกษาคนหนึ่งควรจะนำมาใช้ ความจริงคนที่อยู่หอในเดินไปเรียนหนังสือก็ได้ หรือถ้าอยู่นอกมอก็ขึ้นรถประจำทาง หรือว่าถ้าขึ้นรถพวกนี้มาก็กลัวเรียนไม่ทัน ผมว่าไม่จริง ขนาดมีรถใช้ยังนอนตื่นสาย แบกหมอน แทบจะมาเรียนไม่ทันเลย แต่ผมคิดกลับกันว่าถ้าพวกเขาขึ้นรถสาธารณะมาจะทำให้นักศึกษากระตือรือร้นมากขึ้น ต่อให้ไปเรียนสายเราก็อ้างได้ว่ารถมันติด มันก็ยังดีกว่าการนอนตื่นสาย มีรถใช้มาไม่ทัน อะไรประมาณนี้ ผมเห็นพวกนักศึกษา ผมเอียนแทบจะแย่อยู่แล้ว ใช้รถกันตั้งเยอะตั้งแยะ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือการรับน้องที่ยังคงมาหลอกหลอนผมให้เกิดผวาอยู่ ผมไม่ไปแล้วสำหรับการรับน้องที่ห่วยแตกแบบนั้น เชื้อนี้้จะฆ่าเสียให้ตายก็ยากเต็มทน แทนที่ว่าน่าจะเอาเวลาว้ากน้องไปทำอย่างอื่นที่ดีกว่า หรือว่าพวกอยู่ในพิธีกรรมก็อาจจคิดไปไกลว่ายอมทนในวันนี้ก็เพื่อวันหน้าจะได้มีขุมกำลัง มีเพื่อนร่วมทางเดินต่อไป ให้คนที่ไม่ไปก็หลุดเดี่ยวไปคนเดียว อย่างนี้ผมอ่ะเบื่อจริงๆ เป็นปัญหาอย่างมากเลยทีเดียว
ความคิดเห็นที่ 6
หมะเมียะคณะสังคม วันที่ : 07/06/2008 เวลา : 22.15 น.
http://www.oknation.net/blog/philosoanthro

ขอบคุณคุณน้องที่มาเม้นต์นะคะ

ในที่สุดก็หามาดูจนได้ 555+ (แต่เป็นเวรเป็นกรรมที่คอมที่ใช้อยู่มันดูอะไรไม่ได้สักโปรแกรมขอรับ พี่น้อง)

http://nomanymore.blogspot.com/2008/04/2008-sp-tokyo-daikushu-horikita-maki.html
ความคิดเห็นที่ 5
แค่คนอีกคน วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 21.32 น.
http://www.oknation.net/blog/Bigism
สับปะรด

ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ดีดีนะครับ ผมจะตรงไปยังแสงสว่างและสร้างแสงสว่างให้กับตนเอง เพื่อเป็นประกายไฟน้อยๆให้ผู้อื่นเห็น...
ความคิดเห็นที่ 4
แค่คนอีกคน วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 21.30 น.
http://www.oknation.net/blog/Bigism
สับปะรด

สงสารอาจารย์วสันต์เสียจริงเลยนะครับ วันนี้เรียนปฏิบัติการในชีวิตประจำวัน อาจารย์กล่าวว่าหนังสือที่พวกคุณต้องอ่านมีชีวิตข้างถนน (ฉบับวิทยานิพนธ์) และชีวิตข้างถนน 2 ผมตลกอาจารย์จนหัวเราะเสียงดังกว่าใครเพื่อนเมื่อตาหนุ่มพูดว่า "ชีวิตข้างถนนเล่มแรกมีอยู่ในห้องสมุดมีอยู่ไม่น้อยเลยนะ ประมาณ 4-5 เล่ม" ผมก็หัวเราะเพราะว่ามันเยอะตรงไหน อีกอย่างหนึ่งสงสารอาจารย์เขานะที่หนังสือชีวิตข้างถนนเล่มแรกมีขายที่ห้องพัฒนาสังคมชั้น 4 ราคาหนังสือลดลงตั้ง 50 เปอร์เซนต์ ประมาณ 70-80 บาท ผมก็ฮาเลยว่าอาจารย์ถึงได้ตกอับอย่างนี้ แถมอาจารย์ยังบอกด้วยว่ากาแฟสตาร์บัคส์มันยังแพงกว่าหนังสือเลย สงสารอาจารย์ที่ชีวิตอนาถาจริงๆ พี่ก็ช่วยอุดหนุนอาจารย์นะครับ ผมว่าจะไปอุดหนุนพื่อให้อาจารย์มีกำลังใจในการสอนนักศึกษาต่อไป
ความคิดเห็นที่ 3
แค่คนอีกคน วันที่ : 05/06/2008 เวลา : 18.02 น.
http://www.oknation.net/blog/Bigism
สับปะรด

แน่นอนครับว่าละครเรื่องนี้เป็นละครอิงประวัติศาสตร์ที่สะท้อนเรื่องราวจากจุดเริ่มสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งชี้ชวนให้เห็นว่าสันติภาพคืออะไร? บังเอิญว่าผมไม่ได้ดูและละครไทยหลังข่าว เช่น ดาวเปื้อนดิน ที่ตบตีกันให้ตายไปข้างหนึ่ง ก็กำลังเรตติ้งพุ่งกระฉูด ความจริงแล้วหนังต่างประเทศระดับคุณภาพมีตั้งหลายเรื่อง ไม่เชื่อลองไปดูอิมซังอ๊ก ยอดพ่อค้าหัวใจทรนง ที่เพิ่งจบมาหลายเดือนที่ฉายทางช่อง 3 ผมเชื่อว่าหนังไทยน้ำเน่าคงเทียบระบบการคิดไม่ติดหรอก แต่ก็ช่วยไม่ได้เมื่อกำไรรออยู่เบื้องหน้า หนังสรรค์สร้างสังคมเรตติ้งมักไม่ค่อยพุ่งกระฉูดเหมือนหนังไทยน้ำเน่าหรอก แต่ว่าผมเพิ่งเขียนบทความชิ้นใหม่ ค่อนข้างปรัชญาและน่าจะเป็นปรัชญาที่นำไปใช้ชีวิตยุคใหม่ได้ดี ซึ่งมีที่มาจากเพลง Into the Light. ของโอม ชาตรี คงสุวรรณ น่าฟังนะครับว่าอินทู เดอะ ไลท์ของผมเป็นอย่างไร
ความคิดเห็นที่ 2
หมะเมียะคณะสังคม วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 23.22 น.
http://www.oknation.net/blog/philosoanthro

ตอนนี้คอมที่บ้านดูเว็บยูทูบไม่ได้อ่ะค่ะ
ยังไงลองเข้าไปดูในหน้านี้ละกันนะคะ
http://www.youtube.com/watch?v=9yCRenbAtnE
ความคิดเห็นที่ 1
officemom วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 23.11 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

แล้วจะไปหาดูได้จากไหนละเนี่ย

แบบว่า ป้าเพิ่งเข้ามาอ่านน่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

SUBARU

TANIMURA SHINJI (1980)

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30