วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2551
ผมเศร้ากับเรื่องราวและความเป็นตัวตนของเธอ...บุ๋ม - ปนัดดา วงศ์ผู้ดี
Posted by
PhoenixMan
,
ผู้อ่าน : 438
, 12:14:03 น.
| หมวดหมู่ :
สาระพันเรื่องราว
พิมพ์หน้านี้
|

ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่า..ผมไม่ใช่คนที่ติดตามข่าววงการบันเทิงอย่างเอาจริงเอาจัง หรือติดตามอย่างเกาะติดเท่ากับวงการกีฬา .. แต่ผมก็ไม่ถึงขั้นตกข่าวความเคลื่อนไหวของวงการบันเทิงที่เป็นจุดโฟกัสของสังคม ดังนั้น...เรื่องราวของ "บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" ผมจึงได้รับรู้อย่างต่อเนื่อง...เพราะเธอช่างขยันพรีเซนต์ตัวเองให้เป็นข่าวไม่ขาด...ซึ่งผมเฝ้ามองด้วยความรู้สึกที่มีต่อเธออย่างหลากหลายอารมณ์ ไม่ว่าจะความรู้สึกเอาใจช่วย ความรู้สึกคลางแคลงสงสัยในสิ่งที่เธอแสดงออก แม้กระทั่งความรู้สึกชื่นชมในจุดยืนบางอย่างของเธอ... ก่อนหน้านี้...เธอจัดงานแต่งงานที่ถือว่าได้รับการกล่าวขวัญมากที่สุดในรอบปี..ชุดแต่งงานที่ประดับด้วยคริสตัสนับร้อยเม็ดมูลค่านับล้านบาท จนกระทั่งงานมหกรรมเวดดิ้งงานหนึ่งต้องยืมชุดเธอไปโชว์ ...ต่อมาเมื่อเธอตั้งครรภ์ ก็มีการโปรโมทเรียลลิตี้ชีวิตการกำเนิดของทายาทของเธอ..ก่อนตามมาด้วยภาพ"นู้ด"ขณะตั้งครรภ์ ลงนิตยาสารยักษ์ใหญ่ ซึ่งเธอออกมาบอกว่ามันคืองานศิลปะ และ อยากบันทึกเรื่องราวทั้งหมดไว้อย่างเป็นรูปธรรม... ไม่นาน...เมื่อเธอคลอด "น้องอันดามัน" มีการออกข่าวว่า...เธอต้องเข้าพบแพทย์ เพื่อตรวจอย่างละเอียด หลังจากพบว่าเธอมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูก ... ซึ่งตอนนี้ผมเชื่อว่ามันเป็นการพรีเซนต์ตัวเองอย่างโจ่งแจ้งจริงๆ ... ก็อย่างที่รู้ๆ ผู้หญิงทุกคนจะมีเชื้อตัวหนึ่งในมดลูก(ขออภัยที่จำชื่อไม่ได้) ซึ่งมีโอกาสนำไปสู่การเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ กระทั่ง...ในวันที่เธอเตียงหัก...แม้ภาพที่เธอสะท้อนออกมาช่างสมกับความหมายของนามสกุล "วงศ์ผู้ดี" ...เธอให้ข่าวลบของเธอที่ดูเป็นเชิงบวกได้อย่างดี การแถลงข่าวในรูปแบบสมานฉันท์ที่เรียกความเห็นใจได้จากคนมากมาย ...ส่วนผมกลับรู้สึกขัดแย้งในหัวใจกับข้อเท็จจริงที่รับรู้ ผมไม่เชื่อว่าเรื่องที่เห็นจะเป็นสิ่งที่เป็นอยู่และเป็นจริง... ......แต่ผมยังเอาใจช่วยเธอให้ผ่านเรื่องราวอันเจ็บปวดและเลวร้ายไปให้ได้......
จนถึงวันนี้...ผมได้อ่านข่าวของเธออีกครั้ง... หลังอ่านข่าวนั้นจบ..ผมรู้สึกว่า...เธอช่างน่าสงสาร ผมเศร้าใจกับเรื่องราวและความเป็นตัวตนของเธอจริงๆ ที่สำคัญผมรู้สึกว่า..เธอเหนื่อยบ้างไหมที่ต้องทำตัวให้ดีในสายตาประชาชนและคนในครอบครัวของเธอ...? แต่ถึงที่สุดแล้ว...หากผมเป็นน้องอันดามัน เมื่อโตขึ้น..คงจะต้องเสียใจมากๆที่ได้รู้ว่าแม่ให้สัมภาษณ์ว่า เลือกงานมากกว่าความอบอุ่นของลูก ...อย่างที่ปรากฎในข่าวข่าวนี้ (เนื้อข่าวด้านล่าง) ...และคงพาลนึกไปว่าอยากเกิดเป็นลูกของ "แวร์ โซล" คงอบอุ่นกว่ากันเยอะเลย...!!! ************ ข่าวจากเว็บไซด์ แมเนเจอร์ออนไลน์ "บุ๋ม" เปลี่ยนใจ กระเตงลูกให้ "วี" เลี้ยง ลั่นมีเมียใหม่ค่อยคืน! มีเมียใหม่เมื่อไรขอคืน "บุ๋ม" หิ้วลูกสาวให้ "วี" เลี้ยง อ้างไม่มีเวลาดูแล บอกหมดห่วงส่งพี่สาวช่วยอดีตสามีอีกต่อ เปรยหวั่นให้ความอบอุ่นลูกไม่พอ แต่ขอเลือกงานก่อน พร้อมโต้ข่าวเรียกค่าเลี้ยงดูลูก ลั่นไม่เคยได้สักบาท ยอมรับความหวังคืนดียังมี บอกสะอึกทุกครั้งที่ลูกสาวเรียก พ่อ-แม่ หลังประกาศแยกเตียงและหอบน้อง "อันดามัน" ขอเป็นฝ่ายเลี้ยงดูลูกสาวเอง โดยสองแม่ลูกพากันย้ายเข้าไปอยู่คอนโดแบบเกือบจะถาวร แต่ในที่สุดคุณแม่ไฮเปอร์ "บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" ก็ต้องกระเตงลูกคืนให้สามีหนุ่ม "วี วีรพงศ์ พิพิธสุขสันต์" ที่ขึ้นชื่อว่าพ่อ เป็นคนเลี้ยงดูแทนเนื่องจากไม่มีเวลา ทั้งๆ ที่ตัวเองยอมรับว่ายังไม่ค่อยไว้ใจฝ่ายชายเท่าไรจึงต้องดึงพี่สาวไปช่วยเลี้ยงดูพร้อมรายงานความเคลื่อนไหวตลอด 24 ช.ม. โดยให้เหตุผลหลักที่ต้องกระเตงลูกกลับคืนให้ฝ่ายชายบอกเพราะเวลาทำงานมีมากกว่าที่จะสามารถดูแลลูกได้ ซึ่งอดีตนางสาวไทยเผยในงานเปิดตัว "ขนตาปลอม BSC Panadda" ว่า.... "ตอนนี้ลูกสาวอยู่ที่พี่วีจริง เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ ถ้าคือในเรื่องของรายได้เราทั้งคู่พอๆ กันแต่เราสู้เขาไม่ได้ในเรื่องของเวลาต่างหาก บุ๋มก็รักลูกบุ๋มนะแต่จะรักแบบเห็นแก็ตัวก็คงไม่ใช่ เวลาเรารักเขาเราก็อยากอยู่กับเขา แต่เราต้องมามองว่าบางทีเราก็บินไปต่างประเทศ เดี๋ยวก็ไปต่างจังหวัดทุกอาทิตย์นับวันได้เลยว่าอยู่กับที่กี่วัน กี่ชั่วโมง ถ้าลูกไม่สบายขึ้นมาใครจะพาไปหาหมอ ยังไงนั่นก็พ่อ ยังไงลูกสาวอยู่กับพ่อก็ปลอดภัยมากที่สุด แต่คุยกับเขาว่ามีเมียใหม่เมื่อไรบุ๋มขอคืน" "ให้สิทธิ์การดูแลเขาไปเลยตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น แต่บุ๋มก็ไปหาเขาเมื่อไรก็ได้ กี่ชั่วโมงก็ได้ เหมือนกันตอนที่อันดามันอยู่กับบุ๋ม คุณวีจะมาหาอันดามันทุกวันก็ได้ไม่เกี่ยงเราไม่ได้ทะเลาะกันแล้วต่างคนต่างอยู่แบบนี้สบายใจดี" "เขาต้องเข้าใจนะค่ะการที่เอาลูกมาอยู่กับบุ๋มแล้วต้องบินไปโน่นมานี่ แล้วเขาเห็นว่าเราทำอะไรอยู่ทำเพื่ออนาคตได้แค่ไหนบุ๋มเชื่อว่าเขาต้องเข้าใจ เราก็มองว่าใครที่มีเวลาให้ลูกมากกว่าก็ให้เขาดูไป รักแต่ต้องไม่เห็นแก่ตัว" ถามเรื่องข่าวที่อดีตนางสาวไทยขอเงินเลี้ยงดูบุตรสาวในจำนวนที่มากพอสมควร เจ้าตัวแจงไม่เคยขอสักบาทเดียว "โห ไม่จริงเลยค่ะ ไม่ได้เรียกสักบาท ถ้าพูดรายได้เรามากกว่าเขานะคะแล้วเราจะเรียกทำไม แต่ละเดือนเราจะมีบัญชีร่วมกันแล้วคุณวีจะโอนให้เท่าไรแต่ละเดือนเราไม่เคยมองว่าเขาจะให้เท่าไร อันนี้คือเก็บเพื่อลูกอย่างเดียวเลยแล้วเขาก็มีสิทธิ์เบิกด้วย" ยอมรับกลัวให้ความอบอุ่นลูกสาวไม่เพียงพอ "ก็กลัวอยู่เหมือนกัน ตอนนี้เราถอยไม่ได้ แต่ไม่กลัวความผูกพันเราไม่ห่าง อย่างล่าสุดเล่นละคร "ดั่งดวงตะวัน" ก็ลากเขามาเล่นด้วย เราหากิจกรรมทำร่วมกัน ไม่กลัวด้วยที่คุณวีอุ้มลูกมาหาบุ๋ม เรายังให้โอกาสเจอลูกซึ่งกันและกันมากกว่า" เผยส่งพี่สาวช่วยดูแล "อันดามัน" ที่บ้านสามีเพราะไม่ค่อยไว้ใจฝ่ายชายเท่าไร "ตอนนี้พี่เอาพี่สาวบุ๋มไปอยู่ที่โน่นด้วย ไม่ได้ปล่อยให้เขาอยู่กับลูกโดยลำพัง ดีไม่ดียังไงจะมีสายตรงโทรมาตลอด แรกๆ บุ๋มก็อึดอัดแต่เขาก็บอกโอเคยังสบายดี เพราะทางโน้นไม่ได้เข้ามาอะไรมากมาย เขาโทรรายงานทุกวัน" ถามต่อว่าจะปิดประตูหัวใจเลยหรือไม่ รับยังหวังให้ทั้งคู่กลับมาคืนดีอีกครั้งแต่ความรู้สึกยังเป็นแผลที่ปิดไม่สนิท "ก็ไม่นะคะ ยังมีความหวังว่าจะกลับมาแต่จะกลับมายังไง ความรู้สึกมันจะเหมือนเดิมมั้ย เรายังไม่ได้คุยกันถึงขนาดนั้นแต่เรารู้สึกว่าอะไรๆ มันเปลี่ยนไป อันดามันเป็นตัวเชื่อมกลัยมาคืนดีได้มั้ย บางทีมันก็ความน่ารักที่เขาเรียก พ่อ แม่ ออกมาบางทีเราก็สะท้อนใจเหมือนกัน ใจอ่อนมั้ยแต่ถ้าเรากลับไปแล้วยังไงอ่ะ เขาก็อยากให้กลับไปแต่จะกลับไปยังไงก็ยังหาคำตอบหลังจากนั้นไม่ได้ ตอนนี้ของานพี่มาก่อนเพราะถ้าบุ๋มกลับไปบุ๋มเอา บุ๋มถอยแล้วเขามาดูแลพี่เหรอ" "ส่วนความรู้สึกถ้าร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิมคงไม่ค่ะ ณ ตอนนี้แฮปปี้ดี ถ้าพี่อยู่ตัวแล้วอยู่ในประเทศไทยมากขึ้นน้องเขาน่าจะอยู่กับพี่เหมือนเดิม ยังไม่ทราบว่ากี่เดือนกี่ปี" +++++++++
|