พิมพ์หน้านี้
|
ปี 2543 จุดนัดพบที่วัดพิกุลทอง กรุงเทพฯ พุทธบริษัท รวมทั้งหมด 33 คน นำโดย พระสงฆ์ กลุ่มเสขิยธรรม ขึ้นรถบัสสังขละบุรีทัวร์ เพื่อเดินทางไปธุดงค์ที่เมืองสังขละบุรี ข้าพระเจ้า ได้มีโอกาสติดตามคณะไปด้วยเพราะเพื่อนร่วมรุ่นที่เคยเรียนจบ ประถม 6 มาด้วยกันเมื่อปี 2525 ท่านได้บรรพชาเป็นภิกขุ ข้าพระเจ้าเลยมาในฐานะลูกศิษย์พระ ถือย่าม สะพานกระเป๋าให้ท่าน รถ ถึงไทรโยคน้อย คณะทั้งหมดได้แวะสำนักแม่ชีตุ๋ม ศูนย์เด็กเล็กด้อยโอกาส จากนั้นลงเรือล่องไปตามลำธาร ประมาณ 45 นาที ถึงวัดก่องม่องทะ มีหมู่บ้านและโรงเรียนในละแวกนั้นราว 100 กว่าหลังคาเรือน บรรยากาศน่าอยู่ เย็นสบาย พอถึงช่วงเย็นอากาศหนาวเย็นมาก ข้าพระเจ้าและท่านวรธัมม์ภิกขุ หาทำเลปักกลด ตกกลางคืนชาวบ้านออกมาต้อนรับคณะ และมีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน ที่เรียกว่า รำตง และร้องเพลงเป็นภาษากะเหรี่ยง โดยเด็กนักเรียนทั้งชายและหญิง ข้าพระเจ้าและคณะตื่นเต้นกันมาก นึกขึ้นมาแล้วขนลุกซู่ เพราะได้ชมเป็นครั้งแรกในคราเหยียบย่างสู่อารยธรรมแห่งหุบเขา คณะของเราปักกลดอยู่ ณ ลานปฏิบัติธรรมแห่งนั้น 3 คืน หลังจากเสร็จอาหารเช้าในช่วง 10 โมง ก็อำลาหลวงพ่อเจ้าอาวาส และชาวบ้านเผ่ากะเหรี่ยง ออกเดินทางข้ามภูเขา 3 ลูก ระยะทาง คณะเราหาที่ตั้งฐานปักกลด ปัดกวาดใบไม้หาทำที่ปฏิบัติสำหรับสวดมนต์ไหว้พระ คืนนั้นท่านพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้บรรยายธรรมะ และทำให้ข้าพระเจ้าและท่านวรธัมม์ ภิกขุ ได้รู้จักกับแม่ชีไทยญาณพิมพ์ศิกาญจน์ พักปฏิบัติธรรมกัน ณ ที่นี่ 5 วัน ในช่วง 2 วัน ได้ปฏิญาณตนไม่กินอาหาร และพูดจากัน จากนั้นได้เดินทางย้อนกลับไปหมู่บ้านก่องม่วงทะ แวะพักพอหายเหนื่อยแล้วรับข้าว แล้วทยอยขบวนออกเดินทางผ่านลำธารอีก 7 สายไปหมู่บ้านสะเนพ่อง และพักกันที่วัดสะเนพ่อง คืนนั้น นักเรียนโรงเรียนตำรวจตะเวนชายแดนสุนทรเวชแสดงรำตงให้ดู และบอกเป็นภาษากะเหรี่ยงว่า เย่อ เอะ เน่อ แปลว่า ฉันรักเธอ รุ่งอีกวันกินข้าวเสร็จตอนเที่ยงก็เริ่มทยอยออกเดินทางต่อ ข้าพระเจ้าเดินแบกสัมภาระ เดินทางถึงปากทางสะเน่พ่องเป็นคนแรกในระยะทาง 9 ก.ม. พอคณะเดินทางมาถึงพร้อมกันก็พักผ่อนกันระยะหนึ่ง มีรถมาขายไอติม หลายคนก็ซื้อกินกันคนละแท่งสองแท่ง ในช่วงรอคอยรถ 3 คันที่จะมารับ 4 โมงเย็น คณะของเราได้แวะเข้าไปกราบนมัสการหลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม แต่หลวงพ่อไม่อยู่ ได้พักอยู่ช่วงระยะก็เริ่มออกเดินทางต่อ และได้รับลูกประคำ คนละสายจากท่านผู้ช่วยเจ้าอาวาส เดินทางต่อประมาณ 3 ก.ม. ก็ลงเรือรับจ้างข้ามฟากไปวัดศรีสุวรรณ บางส่วนก็เดินข้ามสะพานไม้ของชาวมอญที่ได้ชื่อว่ายาวที่สุดในประเทศไทย 6 โมงเย็นกว่าๆ เดินทางถึงสำนักแม่ชีพิมพ์ใจ มีศูนย์เด็กด้อยโอกาส เป็นเรือนหญ้าแฝก 2 หลัง มีเด็กในอุปการะ 50 คน ครูสอน 3 คน ในวันนั้นแม่ชี ได้จัดบวชชีพราหมณ์เพื่อเทิดพระเกียรติ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ให้แก่เด็กๆ ข้าพระเจ้าจึงได้ขอบวชด้วยอีกคน แล้วอยู่ปฏิบัติธรรมหนึ่งอาทิตย์ จากนั้นข้าพระเจ้าก็ลากลับไปบ้านที่ปทุมธานี อีก 2 อาทิตย์ต่อมา ข้าพระเจ้าได้เดินทางไปสำนักแม่ชีอีกครั้งเพื่อเป็นครูอาสา ช่วยแม่ชีสอนหนังสือแก่เด็กๆ ข้าพระเจ้าอยู่ช่วยสอนหนังสือได้หนึ่งเดือน หลวงพี่พรศิลป์ ได้ถึงแก่มรณภาพ ข้าพระเจ้าจึงได้บวชเณรหน้าไฟถวายท่าน หลังจากนั้นญาติของแม่ชี ได้ชักชวนข้าพระเจ้าไปฝึกอบรมปฏิบัติธรรม ที่วัดธรรมนิมิต จ.ชลบุรี 1 เดือน แล้วเที่ยวทัศนศึกษาใน จ.ชลบุรี ไปวัดถ้ำเตาหม้อ จ.เพชรบุรี วัดบางเลน จ.นครปฐม แล้วต่อไปพักปฏิบัติธรรมที่ถ้ำ จ.ชัยภูมิ และที่ จ.อุดร เดินทางเหมือนล่องหนต่อไป จ.สระบุรี 6 7 คืน แล้วเข้าสู่กรุงเทพฯ พักอยู่ไม่นานก็เดินทางไป จ.ฉะเชิงเทรา พักปฏิบัติอยู่ 2 คืน ก็เดินทางกลับสำนักแม่ชีที่เมืองกาญจน์ อยู่ช่วยสอนหนังสือ ช่วยพัฒนาสำนัก และศูนย์การศึกษา ตั้งแต่นั้นมา |
| เราจะพบกันที่ไร่ฝันนั้น | ||
ศุภวัลยา ปรางแก้ว |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |