พิมพ์หน้านี้
|
ดึกแรกของเดือนสิบสอง ลมวูบหนาว สาดผ่านไม้ในแนวไพร ระงมของเสียงสัตว์เฝ้าพงหวีดหวิวบางช่วง ค่ำแรกของการตั้งทัพวางค่ายเพื่อป้องเวียงไชยนารายณ์ ออกหลวงไพร่ ได้รับพระราชโองการให้ไปทัพกับท่านออกญาเวทย์รณรบ ในตำแหน่งนายกองสุ่มโจร รับบัญชาจากท่านแม่ทัพเวทย์รณรบ เพิงค่ายของออกหลวงตั้งอยู่ห่างออกมาจากทัพท่านออกญาชึ่งมีพลสามพันนาย ออกหลวงและทหารหาญคุมเชิงแลตรวจการอยู่ด้วยกำลังพล 30 นาย ท้ายบ้านป่าซึ่งได้ยินชาวบ้านบอกว่า ชื่อบ้านสัน มีชุมนุมเรือนบ้านป่าราว 20 กว่าหลังคาเรือน ชาวบ้านทำไร่และหาของป่ายังชีพ ไม่มีนายบ้านที่นี้ มีแต่สาวนางหนึ่งที่ชาวบ้านบอกว่าเป็น จอมนางโจร เป็นผู้ดูแลให้การคุ้มครองและเป็นที่เคารพรักของคนทั้งหมด พระคุณขอรับ พระคุณไม่เข้าไปในหมู่บ้านนั้นรึขอรับ ข้าพระเจ้า.. เออ- มึงไม่ต้องพูด กูรู้ว่ามึงอยากจะหาแดกเหล้า พระคุณช่างแสนรู้.." อ้าว อ้ายนี่วอนตีนกูแล้วปะไร อภัยขอรับ.. แล้วมึงจะมาพูดหาอะไรว่ะ กูยิ่งหนาวๆ.. ได้เหล้าป่าแห่งนี้สักไห กูได้เอาร้อนดับร้อนบ้าง แล้วทำไมมึงไม่นึกเมื่อตอนยังไม่ถึงค่ำวันวะเสือกมาหาอยากตอนดึกเยี่ยงนี้ อ้ายพันเสก อ้ายบุญ รึอ้ายไหนๆ พวกมึงไม่มีเหลือกันบ้างรึ หมดขอรับ พระคุณ ข้าพระเจ้าว่า เราขึ้นไปเก็บดาวมากินแทนเหล้ากันดีกว่า ขอรับ เออๆ มึงขึ้นไปเอามา พูดดีนะมึง พระคุณขอรับๆ มีคนเดินมาทางนี้ แสงไฟนั่น ทองกวาว... ข้าชื่อ ทองกวาว อยู่ในบ้านแห่งนี้ ข้ารู้ว่าพวกท่านมาตั้งค่ายพัก เลยนำเอาเสบียงมาให้ ท่าน.. เรา ออกหลวงไพร่.. สวัสดีแม่หญิง ข้าพระเจ้ายินดีแลขอบใจในน้ำใจแม่หญิงยิ่งนัก ข้าไปล่ะ เชิญท่านออกหลวงและทหารกล้าตามสบาย แม่หญิง.. ทองกวาว หันหลังเดินกลับไม่ใยไพต่อคำออกหลวงว่าจะกล่าวอันใด ออกหลวงก็ชะงักคำ พูดไรไม่ออก เหมือนใจล่องวูบไปกับลมหนาว
จอมโจร จรแจร่มแจ้ง ใจโจร จอมใจ จ่อมจิบโยน ย่ำย้อน จอมนาง นิ่งในโดน ดาลด่ำ ทองกวาว ขาวเหลืองท้อน ท่องแท้กลางใจฯ
เอ้ย อ้ายบุญ ยกมาให้กูทั้งไห .. กับแกล้มไม่ต้อง คืนนี้กูจะเมานอนหาพระจันทร์เว้ย ... ดาวเรือง พิกุล ชบา บุหงา ลำเนา..โอ้ ทองกวาว |