พิมพ์หน้านี้
|
ฟื้นพัฒนาอ่าวภูเก็ตใส่พานเอกชนลงทุน
พลเอกสุนทร ขำคมกุล ประธานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) กล่าวภายหลังการลงพื้นที่เพื่อศึกษาโครงการพัฒนาอ่าวภูเก็ต เมื่อเร็วๆนี้ ว่า โครงการดังกล่าวเคยผ่านการศึกษาของกรมโยธาธิการและผังเมืองมาแล้ว โดยรัฐบาลมีแนวคิดที่จะฟื้นฟูพัฒนาอ่าวภูเก็ต ซึ่งมีความเสื่อมโทรมและตื้นเขินจากการทำเหมืองแร่ในทะเลมานานกว่า 100 ปีให้เป็นพื้นที่ที่มีความสวยงามและเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกเพื่อช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดตลอดทั้งปี และส่งผลในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2548 ได้ให้ความเห็นชอบในหลักการของโครงการพัฒนาอ่าวภูเก็ตแล้ว และคณะกรรมการโครงการพัฒนาอ่าวภูเก็ตซึ่งมีนายสุวัจน์ ลิมปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรี (สมัยนั้น)เป็นประธานคณะกรรมการฯ ได้จัดให้มีการประชุมพิจารณาเรื่องข้อกฎหมายในการได้มาซึ่งที่ดิน แนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมทั้งการจัดทำผังการใช้พื้นที่จัดกิจกรรม 2 โครงการหลัก คือ MICE กับ มารีน่า ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ต่อมาเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเมื่อเดือนกันยายน 2549 ทำให้โครงการดังกล่าวชะงักไป
คณะกรรมการ อพท.ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2551 ให้มีหน้าที่ในการกำกับดูแล อพท.ได้ตระหนักถึงความสำคัญของโครงการดังกล่าวว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับภารกิจของ อพท.ในฐานะที่เป็นองค์กรกลางทำหน้าที่ในการประสานการปฎิบัติในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเห็นว่าควรที่จะต้องมีการศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมของโครงการดังกล่าว รวมทั้งสร้างความเข้าใจและยอมรับจากภาคส่วนและชุมชนที่เกี่ยวข้อง จึงได้มีการตั้งคณะทำงานศึกษาวิเคราะห์การพัฒนาโครงการพัฒน่าวภูเก็ต เพื่อทำการศึกษาวิเคราะห์และดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จด้วยดี
ด้านนายรัชทิน ศยานนท์ ประธานคณะทำงานศึกษาวิเคราะห์การพัฒนาโครงการพัฒนาอ่าวภูเก็ต กล่าวถึงหลักการในการดำเนินโครงการ ว่า คงให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน และคืนประโยชน์กับท้องถิ่นอย่างเต็มที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการศึกษารายละเอียดต่างๆ ไว้เป็นอย่างดีแล้ว เพียงแต่นำมาปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งการเริ่มใหม่ครั้งนี้จะดำเนินการให้เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งทาง อพท.จะเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่นเกี่ยวกับการก่อสร้างและการดำเนินงานต่างๆ ร่วมกัน นอกจากนี้จะมีการวางมาสเตอร์แพลนที่เป็นปัจจุบัน และประกาศเชิญชวนนักลงทุนเข้ามาดูพื้นที่ ซึ่งจะดำเนินการควบคุมกันไป พร้อมกันนี้ก็จะมีการวางระบบผังเมืองบนฝั่งให้สอดคล้องกัน ชาวบ้านราษฎรก็ต้องมีบ้านเรือนอยู่อาศัยไม่มีการเวนคืน มีการสร้างถนนใหม่เพื่อให้การคมนาคมมีความสะดวกมากขึ้น จะมีการลอกตะกอนเลนริมชายหาดปัจจุบันให้มีความสวยงามเหมือนกับในอดีต โดยอาจจะให้ผู้รับสัมปทานเป็นผู้ดำเนินการ
การลงทุนในครั้งนี้คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท และจะต้องมีการจัดสรรผลประโยชน์ให้กับท้องถิ่นโดยตรงเมื่อมีรายได้ขึ้น ตลอดจนการสร้างงานให้กับคนในพื้นที่ เพราะกลุ่มนี้จะมีเครือข่ายที่เป็นเศรษฐีจากทั่วโลก ซึ่งในการพัมนาเรายังคงวางแนวทางเช่นเดิม คือ เป็นเกาะของมารีน่าให้เป็นที่จอดเรือยอช์ระดับโลกซึ่งจะดีกว่าของสิงคโปร์ ส่วนอีกเกาะก็จะเป็นโรงแรมรีสอร์ทขนาดใหญ่ รวมทั้งศูนย์ประชุมนานาชาติ นายรัชทิน กล่าวอีกว่า ในแง่ของการลงทุนทั้งหมดนั้นจะเป็นของนักลงทุนทั้งหมด ส่วนภาครัฐอาจจะช่วยในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การจราจร การพัฒนาแหล่งน้ำ การบำบัดขยะมูลฝอย เป็นต้น ทั้งนี้ในการดำเนินการนั้นจะไม่มีการเชื่อมฝั่งกับเกาะ ธรรมชาติดั้งเดิมต้องไม่เสียหายหรือดีกว่าเดิม มีการขุดลอกให้ดีขึ้น เรือของชาวประมงต้องเข้าออกได้เหมือนเดิม และจะไม่กระทบกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน
นายรัชทิน กล่าวด้วยว่า พื้นที่โครงการมีประมาณ 3,000 ไร่ แต่พื้นที่ออกแบบมีขนาดประมาณ 2,200 ไร่ การออกแบบนั้นอาจจะมีการปรับใหม่ได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องอยู่ในกรอบและเงื่อนไขที่กำหนด โดยเฉพาะจะไม่มีเงื่อนไขในเรื่องของการทำกาสิโน หลังจากที่มีการประชุมและสรุปผลแล้วก้จะนำเรื่องทั้งหมดเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งในเร็วๆ นี้ |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |