• mr.fish
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kamolpirat@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-25
  • จำนวนเรื่อง : 133
  • จำนวนผู้ชม : 21079
  • จำนวนผู้โหวต : 11
  • ส่ง msg :
phukettimes
นำเสนอข่าวเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ครอบคลุมถึง พังงา และกระบี่
Permalink : http://www.oknation.net/blog/phukettimes
วันจันทร์ ที่ 28 พฤษภาคม 2550
รายงานจากพื้นที่ มารีน่าแหลมยามู กับชุมชน ?
Posted by mr.fish , ผู้อ่าน : 115 , 10:52:49 น.  
พิมพ์หน้านี้



ภูเก็ต ไข่มุกเม็ดงามแห่งอันดามัน   สถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อติดระดับโลก  นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมความงามไม่ขาดสาย  ล่าสุดมีกระแสข่าวสร้างความฮือฮามากขึ้น เมื่อนายบิล เกตส์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ชาวอเมริกัน ชื่นชมในธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะพื้นที่เกาะแก่ง และพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล   เปรยว่าจะหอบเงินจำนวนมหาศาลเข้ามาลงทุนเนรมิต ถมทะเลทำเกาะจอดเรือยอช กลางทะเล พร้อมสร้างที่พักสุดหรู เพื่อบริการบรรดาอภิมหึมามหาเศรษฐีชาวต่างชาติที่เข้ามาหาความสำราญในอ่าวพังงา


ความสนใจของนายบิล เกตส์ ได้รับเสียงขานรับจากหน่วยงานของไทยอย่างท่วมท้น  เนื่องจากเม็ดเงินจำนวนมหาศาล อีกทั้งยังได้ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยให้คนทั่วโลกได้รู้จัก ซึ่งความฝันของนายบิล  เกตส์ น่าจะไม่ไกลเกินเอื้อม  และน่าจะฝันเป็นจริงเข้าสักวัน

แต่ก่อนที่นายบิล เกตส์ จะตัดสินใจแน่นอน  ในพื้นที่อ่าวพังงา รอยต่อกับภูเก็ตนั้น พบว่ามีโครงการพัฒนาขนาดใหญ่จ่อคิวเข้ามาลงทุนหลายราย กลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่ขนเงินเข้ามาสร้างรีสอร์ท โรงแรมที่พักหรูหราในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตส่วนใหญ่นั้น ได้เดินแผนการตลาดด้วยการเสนอขายความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก กว้านซื้อที่ดินในชุมชนดั้งเดิม แล้วนำไปสร้างระบบสาธารณูปโภคเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า และปิดกั้นชุมชนดั้งเดิมไม่ให้เข้าไปพลุกพล่าน โดยเฉพาะการสร้างท่าเทียบเรือมารีน่ากลายเป็นจุดขายสำคัญ เพื่อบริการนักท่องเที่ยว


ความจริงภูเก็ตมีท่าเทียบเรือในพื้นที่หลายท่าแล้ว อาทิ  ท่าเทียบเรือยอร์ชเฮเว่น บริเวณบ้านคอเอน ต.ไม้ขาว อ.ถลาง ท่าเรือเรือโบทลากูน และท่าเทียบเรือ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า บริเวณ ต.เกาะแก้ว อ.เมือง ซึ่งทั้งหมดเป็นของเอกชน ส่วนของภาครัฐ มีท่าเทียบเรืออ่าวปอ อ.ถลาง และท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง อ.เมือง
     
แต่ล่าสุดได้มีการขึ้นโครงการท่าเรือมารีน่า บริเวณแหลมยามู หมู่ 7 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งกำลังกลายเป็นชิ้นปลามันหลังจากได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น   เพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือยามูไปแล้ว  จนเดี๋ยวนี้มีชาวบ้านบอกว่า  “ เป็นการสนองแนวนโยบายของรัฐบาลคือหนึ่งโรงแรม  หนึ่งมารีน่า”

สิ่งที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดที่ควบคู่ไปกับการก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือมารีน่าคือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในชุมชน พบว่าในพื้นที่บ้านยามูมีทั้งกลุ่มชาวบ้านที่ต้องการให้มีท่าเทียบเรือดังกล่าว เพราะเชื่อว่าจะทำให้เขามีงานทำ มีรายได้จากนักท่องเที่ยวเข้าสู่ชุมชน

ขณะเดียวกันมีชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากไม่เชื่อว่าการสร้างท่าเทียบเรือมารีน่าแล้วจะทำให้ชีวิตของดีขึ้น กลุ่มคนเหล่านี้ ซึ่งเป็นชาวประมงพื้นบ้าน ต้องการดำรงชีวิตแบบที่เคยเป็น ออกหาปลา หาหอย มาเก็บขาย นอกจากนั้นเห็นว่าการสร้างท่าเทียบเรือดังกล่าว ยังเป็นการทำลายทรัพยากรทางทะเลที่มีคุณค่า เพราะได้เห็นตัวอย่างมาแล้วในหลายพื้นที่ที่มีการก่อสร้างท่าเทียบเรือมารีน่าแล้ว ทำให้การทำมาหากินไม่สามารถทำได้อย่างเช่นแต่ก่อนได้ นอกจากนั้นมีความเห็นว่าแหลมยามู ซึ่งเป็นบริเวณที่จะสร้างท่าเทียบเรือมารีน่านั้น เป็นแหล่งหากินของบรรดาสัตว์น้ำหายาก อาทิ พะยูน โลมา และเต่าทะเล เนื่องจากมีแหล่งหญ้าทะเลที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งตรงกับการวิจัยของสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล จ.ภูเก็ต

อย่างไรก็ตามจากผลการศึกษารายงานวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ของบริษัทที่ปรึกษาโครงการท่าเทียบเรือแหลมยามู พบว่ามีข้อมูลที่น่าสงสัยไม่น้อย โดยเฉพาะที่บอกว่าบริเวณที่จะก่อสร้างโครงการนั้นไม่พบปะการังและทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ เนื่องจากมีลักษณะเป็นดินโคลน และน้ำมีความขุ่น

รายงานวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมเบื้องต้นของบริษัทที่ปรึกษา จึงมีความแตกต่างอย่างมากกับผลวิจัยของสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล จ.ภูเก็ต ซึ่งยืนยันว่าบริเวณที่ก่อสร้างเป็นแหล่งหญ้าทะเล และปะการัง ที่สมบูรณ์ที่สุดของ จ.ภูเก็ต ซึ่งความชัดเจนในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับทางจังหวัดที่จะต้องพิสูจน์ให้ได้ เพื่อนำมาพิจารณาตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการท่าเทียบเรือแหลมยามู


แต่ก่อนที่ผลการตัดสินใจออกมา แหล่งข่าว ซึ่งเป็นกลุ่มประมงพื้นบ้านใน ต.ป่าคลอก บอกว่า ขณะนี้บริษัทได้พยายามปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่ใต้ทะเลบริเวณที่จะก่อสร้างท่าเทียบเรือ ด้วยการนำรถแบร็คโฮ และคนงานเข้าขุดถอนหญ้าทะเล และถมทรายบริเวณปะการัง เพื่อต้องการทำให้พื้นที่ก่อสร้างมีความเสื่อมโทรม สอดคล้องกับรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นที่ได้ส่งถึงจังหวัดก่อนหน้านี้

"มีหลักฐานที่ชัดเจน คือ พบหญ้าทะเล ลอยมาติดชายหาดในลักษณะที่ถูกขุดถอนออกทั้งรากทั้งโคน ซึ่งไม่น่าจะเกิดจากธรรมชาติ เพราะโดยทั่วไปหญ้าทะเลหากถูกกระแสคลื่นพัดรุนแรง ก็จะขาดเพียงใบเท่านั้น ขนาดคลื่นแรงอย่างคลื่นสึนามิที่ผ่านมา ก็ไม่สามารถดึงหญ้าทะเลออกมาแบบถอนรากถอนโคนได้"

นอกจากนี้พบว่าทรายในอ่าวป่าคลอกเกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะ

พื้นที่โครงการได้นำทรายเข้ามาถมบริเวณชายหาดหน้าพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อทำหาดเทียม  เมื่อกระแสน้ำพัดพาเอาตะกอนทรายมาที่บริเวณหน้าหาดป่าคลอก ทำให้ทรายแข็งขึ้น   เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หญ้าทะเล และปะการังเริ่มตาย   สัตว์น้ำเริ่มหายาก

แหล่งข่าวบอกว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ของรัฐได้เข้าไปพูดจาไกล่เกลี่ยกับชาวบ้านที่คัดค้านโครงการนี้ เพร้อมกับเสนอเงินให้จำนวนหนึ่ง แลกกับการนั่งอยู่เฉย ๆ ดูเขาสร้างสะพานท่าเทียบเรือ ไม่ให้ไปคัดค้าน รวมทั้งบอกว่าทรัยพากรทางทะเลที่มีเพียงหญ้าทะเลและปะการังนั้น ไม่สามารถต้านทานกระแสการพัฒนาได้ และยืนยันว่าทางราชการคงจะอนุมัติให้มีการก่อสร้างมารีน่านี้ต่อไป

อย่างไรก็ตามโครงการท่าเทียบเรือแหลมยามู ได้มีการเสนอคณะกรรมการพิจารณาสิ่งล่วงล้ำลำน้ำจังหวัดภูเก็ต มาครั้งหนึ่งแล้ว โดยได้พิจารณากรณีที่มีชาวบ้านออกมาคัดค้าน และได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปชี้แจงกับชาวบ้านให้เข้าใจ จากนั้นจะนำมาพิจารณาอีกครั้ง คาดว่าจะเป็นในเดือนหน้านี้

สำหรับโครงการท่าเทียบเรือมารีน่าแหลมยามู เป็นการดำเนินการโดยบริษัท เดอะ ยามู โดยนายเอียน ไมเคิล ซาร์ลส์ แฮนรี่ นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งโครงการนี้เป็นการสร้างท่าเทียบเรือส่วนตัวให้กับลูกค้าในโครงการซึ่งเมีบ้านพักตากอากาศในโครงการจำนวน 34 หลัง โดยบ้านพักตากอากาศขายจากระดับ 100 ล้านบาทขึ้นไป โดยชูจุดขายโครงการตรงที่บ้านพักตากอากาศแต่ละหลังมีท่าเทียบเรือยอชส่วนตัว

กระแสการพัฒนาของภาครัฐในพื้นที่แถบชายฝั่งอันดามันที่ถาโถมเข้ามาในระยะนี้  ยิ่งเปิดกว้างให้กับกลุ่มทุนที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรในชาติได้ง่ายขึ้น  หลายครั้งที่พบว่าโครงการพัฒนาขนาดใหญ่นั้น ทางหน่วยงานภาครัฐได้มีส่วนสนับสนุนเพื่อให้การดำเนินงานของกลุ่มทุนมีความคล่องตัว  ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐให้การดูแลกลุ่มทุนมาโดยตลอด 

แต่กลับน่าแปลกใจว่าหน่วยงานภาครัฐทั้งจากส่วนกลาง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ชิดชาวบ้านมากที่สุด กลับไม่เคยเข้าใจความต้องการ  และปัญหาที่จะสร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านในชุมชน สิ่งที่ภาครัฐมักจะทำเมื่อชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนคือการเพิกเฉย และไม่สนใจต่อการแก้ปัญหาใดๆ!!!!!!
---- 

ข้อมูลโดย:กลุ่มชาวบ้าน  ชาวประมงพื้นบ้าน ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

เรื่อง/ภาพโดย:  นายจัน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
ใต้ร่มเย็น วันที่ : 28/05/2007 เวลา : 12.27 น.
http://www.oknation.net/blog/wichit
มนุษย์โลกทุกคนมีสัญชาติเดียว คือ "สัญชาติโลก"...Albert Einstein (1879-1955)

...ขอให้จริงใจ เข้ามาดี อย่ากอบโกยแบบไร้การเหลียวหลังกันครับ..
ความคิดเห็นที่ 3
ราษีไศล วันที่ : 28/05/2007 เวลา : 11.03 น.
http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang
บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ /www.banduannoi.com/ www.tourthailand.th.gs

อืมแวะมาทักทายครับ
ความคิดเห็นที่ 2
ขุนขยับกับพินาศ วันที่ : 28/05/2007 เวลา : 11.03 น.
http://www.oknation.net/blog/kissmis
...แม้ว่า...โลกใบนี้จะกว้างใหญ่...เราต่างก็ค้นหากันจนเจอ...

ผมก็ติดตามข่าวนี้เหมือนกัน เพราะหน่วยงานราชการดูเหมือนจะรู้เห็นเป็นใจด้วย และที่สำคัญที่สุด คือ วัฒนธรรม และวิถีชาวบ้านจะถูกขับออกจากพื้นที่ๆ เขาเคยอาศัยอยู่

การสร้างของ bill มันก็แค่ตอบสนองตัณหาส่วนตัว โดยอาศัยประเทศที่ด้อยข้อกฏหมายเป็นเป้าหมาย ซึ่งประเทศเราก็เป็นหนึ่งในนั้น

พวก NGO ก็ไม่เห็นจะมาโวยวายอะไรเลย ในเรื่องนี้

ผมเห็นข่าวในที่หนึ่งก็รอดูว่าใครจะเขียนแหละครับ ดีใจครับที่มีคนเขียนเรื่องนี้
ความคิดเห็นที่ 1
LunLa วันที่ : 28/05/2007 เวลา : 10.57 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

แวะมาอ่าน แวะมา +1 โหวตค่า
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31