|

พร่างดาวแดงเมื่อแสงต่ำตะวันตก
ไหวสะทกพริ้วพรมลมสยาย
เพลงสันติหวังสดับก็กลับกลาย
บทสุดท้าย ณ ทิพย์เถื่อนสะเทือนไพร
พ่อต้องตายอย่างไร้แผ่นดินกลบ
แม่โทรมซบใจโศกวิโยคไหว
พูนกองดินผินหน้าตัดอาลัย
ศพพ่อไม่เห็นมีที่จะทำ
สหายเอย
ว่าไม่เคยได้ปลื้มใจดื่มด่ำ
เสียงไพรกล่อมกรอมจิตติดระกำ
กี่ร่างจำทิ้งร้างอยู่กลางไพร
แผ่วแผ่วผิวผิวแผ่วแล้วลาล่วง
สิ่งทั้งปวงเริ่มต้นในหนใหม่
กี่คราครั้งหวังวนทุกหนไป
ความจัญไรหรือจะสิ้นแผ่นดินนี้
ทุกข์หนเก่าเราแบกปืนฝืนเข้าป่า
ทุกข์อีกหนจับปากกาเข้าเมืองนี่
ทุกข์อีกครั้งหวังเปลือกเลือกตั้งดี
แต่ทุกทีหรือพ้นผ่านสันดานคน
------------------------------------------------- โดยคำ ลานเทวา

ตุลาคม ที่สายลมคือคำตอบ
ดุจสายลม พรมแผ่ว แล้วลาลับ
ทิ้งประทับ ผิวผ่าน พอซ่านขน
ดั่งบทเรียน เขียนใจ ไหวกังวล
พอทุกข์ทน ผ่านลด ทิ้งบทเรียน
กี่ตุลา ผ่านพ้น ได้ค้นพบ
กี่ซากศพ เลือดกรีด มาขีดเขียน
กี่ผู้นำ ระยำคน ที่วนเวียน
กี่แสงเทียน ส่องทาง สว่างใจ
หรือไม่เคย จดจำ มาย้ำคิด
จึงพลั้งผิด พลั้งเลว จนเหลวไหล
กี่บทเรียน เขียนวาด เป็นชาติไทย
ศพของใคร ที่ถมซ้ำ เป็นตำรา
อย่าเป็นเพียง สายลม ที่พรมผ่าน
ไปกับกาล เลยล่วง ไร้ห่วงหา
สรรพสิ่ง ทิ้งไว้ ในเวลา
คราบน้ำตา หนก่อน ยังย้อนจำ
ใช่พ้นผ่าน พานพบ แล้วจบจาก
อันใดฝาก ให้ทรวง ล่วงถลำ
ที่พลัดพราก จากหาย หรือหมายกรรม
การกระทำ ชี้สร้าง หนทางคน
----------------------------------------------------- โดยคำ ลานเทวา

ณ ราตรี สีเลือด ดาวเหือดฟ้า
แสงจันทรา หม่นโศก วิโยคหน
ลมโชยพัด ความขัดแย้ง มาแบ่งชน
บ้านเมืองวน สู่แดนเถื่อน มิเลือนจาง
คลื่นคนย่ำ ดำเนิน เผชิญศึก
ให้ร้าวลึก อยู่ใน ใจหม่นหมาง
ด้วยความคิด ผิดหน คนละทาง
มิปล่อยวาง ทิฐิ ดำริตรอง
ต่างยื้อแย่ง แข่งขัน เข้าปั่นปลุก
บนความทุกข์ ชาวชน หน้าหม่นหมอง
ไร้แสงธรรม นำรู้ สู่ครรลอง
ด้วยต่างปอง อำนาจ จึงฟาดฟัน
เถอะสหาย ของเรา ดูเอาเถิด
อันใดเกิด แด่ชาติ สุดคาดฝัน
ไม่ยอมหยุด หันหน้า เข้าหากัน
ไม่ยืนยัน ในสันติ วิธีการ
-------------------------------------------------------
โดยคำ ลานเทวา


ตุลาคม คมตุลา มากรีดเฉือน
ยากจะเบือน ความจริง สิ่งที่เห็น
วีรกรรม นำทาง สร้างประเด็น
สุดจะเร้น ลวงตา ตุลาคม
ใครฆ่าใคร ย่อมรู้ อยู่กับอก
ยากจะยก อาลัย ทำใจข่ม
จะบิดเบือน อันใด ให้นิยม
กี่ร่างจม เลือดตาย เป็นก่ายกอง
สองมือเปล่า ถูกเขาฆ่า หน้าตาเฉย
ยังจะเอ่ย สัปดน ให้หม่นหมอง
ที่ร่วงลับ ดับชีวี ล้วนพี่น้อง
ปากปืนจ้อง คุกคาม ถามใครยิง
-----------------------------------------------------
โดยคำ ลานเทวา



บาดแผล
เสียงใจครวญ หวนแผ่ว ดังแว่วว่า
ปรารถนา ที่ดำรง ยังสงสัย
การต่อสู้ พ้นผ่าน ตำนานไพร
เหลือสิ่งใด แทนค่า ตุลาคม
ภาพอดีต กรีดเฉียน ใช่เบือนบิด
หลายชีวิต ผันแปร แลขื่นขม
ที่ตายทิ้ง กลางป่า น้ำตาตรม
ที่สิ้นลม กลางเมือง ยังเคืองแค้น
อนุสาวรีย์ ชูเชิด จะเกิดได้
ต้องสิ้นใจ มอบพลี อีกกี่แสน
เสรีภาพ อันถวิล ในดินแดน
ต้องแลกแทน ด้วยชีวิต ถูกผิดใด
กี่บทเรียน เวียนวาด ใช่พลาดพลั้ง
ความชิงชัง เกิดก่อ เติมต่อใหม่
เพราะอำนาจ ผิดผล คนจัญไร
ประชาธิปไตย ห่วยแตก เลือดแลกมา
---------------------------------------------------------- โดยคำ ลานเทวา

แดนเดือด ทุกดงด้าว ดิบดินร้าว โดยดวงแด
รินเลือด หลั่งโลมแล ลิบลิบร่าง ลับร่วงลง
ปลิดปลง ใช่แปดเปื้อน ปกป้องเถื่อน พฤกษ์ไพรพง
ดื่นพราว ดาวดำรง โดยหมายมั่น อุดมการณ์
กี่ภู กูพานพบ มิสยบ ให้หมู่มาร
สรรค์สู้ ผู้ประหาร สร้างตำนาน ตุลา คม
----------------------------------------------------------------------- โดยคำ ลานเทวา




คำตอบจากสายลม
สามสิบเอ็ดปี ที่ย่างย่ำ ไร้คำตอบ
ในเขตขอบ แห่งคุณงาม ตามวิถี
รั้งแต่ชั่ว เลวร้าย รายราวี
ให้ชีวี เศร้าหมอง ในคลองธรรม
จากแนวป่า แนวพง ใจคงมั่น
แม้นคืนวัน หมุนเปลี่ยน เวียนถลำ
มิเคยเลือน ความลำบาก ที่ตรากตรำ
ยังจดจำ เหตุการณ์ ที่ผ่านลา
การต่อสู้ มิเคยสิ้น แผ่นดินนี้
ภาระที่ ท่วมท้น ต้องค้นหา
เฝ้าติดตาม สามเอ็ดสิบปี ที่ผ่านมา
เห็นคุณค่า ใดแจ้ง เติมแต่งใจ
ยังแต่เพียง เสียงเพลง บรรเลงร้อง
เป็นภาพฟ้อง ความทุกข์ ยุคสมัย
เสียงหนุ่มสาว ผันแปร แลเปลี่ยนไป
ความวิไลย์ กลืนกิน แทบสิ้นแนว
---------------------------------------------------------
โดยคำ ลานเทวา


ขอขอบคุณ ภาพเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 จากแฟ้มภาพ http://www.2519.net ครับผม ภาพเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 จาก http://www.dek-d.com/board/view.php?id=898135 

































|