พิมพ์หน้านี้
|
ระอาเอือมกำหนัดโลกบัดซบ โสมมจะเกลื่อนกลบกระแสสร้าง มุสาแห่งอำนาจจะวาดวาง เป็นหนทางลวงตามรรคาโลก
พรตมุนีกลับกลอกลวงลอกคราบ เสกปูนทรายกรายกราบอุปโลกน์ ทรามวิชาสามานย์การบริโภค วิปโยคโลกาเพลานี้
กลิ่นควันธูปรูปนามนิยามค่า กำซาบซ่านศรัทธาถ้วนวิถี กำเนิดแห่งความเชื่ออันเหลือมี เร่งและเร้าชีวีเพื่องามงด
โฆษกแห่งจิตวิญญาณ ป่าวประจานอดสูผู้ขบฏ เอาคัมภีร์หว่านล้อมประนอมพรต ผู้คิดคดเทียมทัดอลัชชี
แลมรรคาผู้นอกรีต แหวกว่ายยุคคอนกรีตท่องวิถี ค้นธรรมใดไหนย้ำกว่าทำดี จะอ่อนล้าชีวีพ่ายโสมม
โลกวันนี้เจ้าซึ้งถึงไหนแล้ว หรือสิ้นแนวศรัทธาอันล้าข่ม บริโภคดำริเทิดนิยม โลกชื่นชมสิ่งฝันวันเวลา
ทิ้งคัมภีร์ใบลานดักดานเก่า คณาจารย์หลอกเล่าแสวงหา ลวงสร้างเรื่องปรุงแต่งแฝงศรัทธา ขายใบลานจารพาสวรรค์นรก
แล้วสัทธรรมปฏิรูปจึงสูบสร้าง เป็นหนทางอันแจ้งแสดงถก ยุคสมัยปัญญาอันลามก ธรรมะเดริเวอร์รี่ยกเสริฟถึงใจ
แลตูข้าดังอลัชชี ดำรงอยู่พนาลีซาบซึ้งไหว จารีตเก่าเข้าถึงรำพึงไป ปานจะตัดอาลัยโลกใบนี้
ผู้ปลิ้นปล้นคนทรามนิยามค่า ย่ำศรัทธาเหยียบหัวใจไปทุกที่ กลืนกินโลกสามานย์เนิ่นนานปี ก็ได้ดิบได้ดีได้บัญชา
ระอาเอือมกำหนัดโลกบัดซบ โสมมทรามประจบใจมุสา พรตมุนีผีตายลวงสายตา ยกคัมภีร์มารยาครองปัจจัย
แลปานผู้ชิงเปรตไร้เขตขอบ ธรรมระบอบพ่ายทรามแห่งความใคร่ จารีตเดิมแต่ต้นเลือนหนไป ธรรมวินัยแหลกเหลวอย่างเลวร้าย
แลเหลืองเหลืองเรืองมาคิดว่าพระ แทบจะละลงราบกราบสิ่งหมาย แท้เหลืองขี้ฉาบทาหน้าไม่อาย กินอยู่สุขสบายแต่ไร้ธรรม ........................ โดยคำ ลานเทวา
ชมรมรักษ์ภาษาไทย |